วิธีตั้งค่าและใช้งาน OneKey Classic 1S

OneKey Classic 1S เป็นวอลเล็ตทรงบัตรที่มีจอขาวดำเล็กๆ กับปุ่มสองปุ่ม ต่อกับคอมพิวเตอร์ด้วยสาย USB-C หรือต่อกับมือถือผ่านบลูทูธก็ได้ มีแบตเตอรี่ในตัว คู่มือนี้ไล่ทีละหน้าจอตั้งแต่เปิดเครื่องครั้งแรก จนเชื่อมกับ OneKey App และตรวจที่อยู่รับสินทรัพย์เสร็จ

ก่อนเริ่ม ต้องเตรียมอะไรบ้าง

  • OneKey Classic 1S พร้อมสาย USB-C
  • คอมพิวเตอร์หรือมือถือที่ติดตั้ง OneKey App ได้
  • การ์ดจดวลีกู้คืนที่มากับกล่อง และปากกา
  • เวลาประมาณ 20 นาที ในที่ที่ไม่มีใครมองเห็นหน้าจอ

ก่อนเริ่มตั้งค่า ตรวจซองและสติกเกอร์โฮโลแกรมบนกล่องว่าไม่มีรอยแกะ เครื่องใหม่ต้องพาไปหน้าสร้างวอลเล็ตเสมอ ถ้าเปิดมาแล้วเจอวอลเล็ตตั้งไว้อยู่แล้ว มี PIN ตั้งไว้ หรือมีวลีกู้คืนเขียนมาให้ในกล่อง ให้หยุดทันที อย่าโอนสินทรัพย์เข้า แล้วติดต่อ SIAMBC

ตั้งค่าบนตัวเครื่อง

1. เปิดเครื่องแล้วเลือกภาษา

กดปุ่มเปิดปิดเพื่อเปิดเครื่อง หน้าจอแรกคือ Select Language เลือกภาษาที่ต้องการ ใต้จอมีปุ่มสี่ปุ่มเรียงกันอยู่บนหน้าเครื่อง จากซ้ายไปขวาคือปุ่มเปิดปิด ปุ่มขึ้น ปุ่มลง และปุ่มยืนยัน

หน้าจอ Select Language บนเครื่อง Classic 1S มีให้เลือก English และภาษาจีน

2. รู้วิธีใช้ปุ่มก่อนไปต่อ

หน้าจอ Welcome to OneKey อธิบายว่าปุ่มหนึ่งคือย้อนกลับ อีกปุ่มคือไปต่อ จำไว้ให้แม่น เพราะทั้งการตั้งค่าใช้อยู่แค่สองปุ่มนี้

หน้าจอ Welcome to OneKey อธิบายว่าปุ่มซ้ายคือย้อนกลับ ปุ่มขวาคือไปต่อ

3. เริ่ม Quick Start

หน้าจอ Quick Start บอกให้ทำตามคำแนะนำบนหน้าจอไปเรื่อยๆ กดปุ่มไปต่อ

หน้าจอ Quick Start บอกให้ทำตามคำแนะนำบนหน้าจอเพื่อตั้งค่าเครื่อง

4. เลือก Create New Wallet

หน้าจอ Set Up ให้เลือกสองทาง Create New Wallet คือสร้างวอลเล็ตใบใหม่ ส่วน Import Wallet คือนำวลีกู้คืนของวอลเล็ตเดิมเข้ามา ถ้าเป็นเครื่องแรก เลือกอย่างแรก

หน้าจอ Set Up ให้เลือกระหว่าง Create New Wallet กับ Import Wallet

5. ยืนยันว่าจะสร้างวอลเล็ตใหม่

หน้าจอ Create New Wallet บอกว่าเครื่องจะสร้างวลีกู้คืนชุดใหม่ให้ กดปุ่มไปต่อ

หน้าจอ Create New Wallet อธิบายว่าจะสร้างวลีกู้คืนชุดใหม่ให้

6. เลือกจำนวนคำ

หน้าจอ Select Number of Words ให้เลือกระหว่าง 12 18 หรือ 24 คำ ถ้าไม่มีเหตุผลเฉพาะ เลือก 24 ไปเลย จำนวนคำนี้ต้องจำให้ได้ เพราะตอนกู้วอลเล็ตต้องเลือกให้ตรงกัน

หน้าจอ Select Number of Words ให้เลือก 12 18 หรือ 24 คำ

7. อ่านคำเตือนก่อนเครื่องแสดงวลีกู้คืน

หน้าจอ Back Up Recovery Phrase บอกว่าหน้าถัดไปจะเริ่มแสดงคำทีละคำ ให้เตรียมการ์ดกับปากกาไว้ก่อน แล้วจดตามลำดับที่เห็น

หน้าจอ Back Up Recovery Phrase บอกว่าหน้าถัดไปจะแสดงวลีกู้คืนให้จดลงกระดาษตามลำดับ

8. จดคำแรก

หน้าจอ Word #1 แสดงคำแรก จดลงช่องที่หนึ่งของการ์ด แล้วกดปุ่มไปต่อทีละคำ

หน้าจอ Word #1 แสดงคำแรกของวลีกู้คืน

9. จดจนถึงคำสุดท้าย

ทำแบบเดิมไปจนครบตามจำนวนที่เลือกไว้ คำสุดท้ายของชุด 12 คำคือ Word #12 อย่ารีบ และอย่าข้ามคำ ลำดับสำคัญเท่ากับตัวคำ

หน้าจอ Word #12 แสดงคำสุดท้ายของวลีกู้คืนชุด 12 คำ

จดวลีกู้คืนลงกระดาษเท่านั้น ห้ามถ่ายรูป ห้ามพิมพ์ลงมือถือหรือคอมพิวเตอร์ ห้ามส่งเข้าแชทแม้แต่แชทของตัวเอง ใครได้วลีนี้ไปคือได้สินทรัพย์ทั้งหมดไป และเรียกคืนไม่ได้

10. ย้อนอ่านอีกรอบ

หน้าจอ Check Words Again บอกให้ย้อนดูคำทั้งชุดอีกครั้ง ขั้นนี้ยังเป็นการอ่านเทียบ ยังไม่ใช่การทดสอบ

หน้าจอ Check Words Again บอกให้ย้อนอ่านคำที่จดไว้อีกรอบ

11. เทียบคำที่ 1 ถึง 6

หน้าจอ Recovery Phrase (1-6) แสดงหกคำแรกพร้อมกัน เทียบกับกระดาษที่จดไว้ทีละคำ

หน้าจอ Recovery Phrase (1-6) แสดงคำที่ 1 ถึง 6 ให้เทียบกับที่จดไว้

12. เทียบคำที่ 7 ถึง 12

เลื่อนไปหน้าจอ Recovery Phrase (7-12) แล้วเทียบแบบเดียวกันจนครบ ถ้าเจอที่จดผิด แก้ตอนนี้ยังทัน

หน้าจอ Recovery Phrase (7-12) แสดงคำที่ 7 ถึง 12 ให้เทียบกับที่จดไว้

13. เข้าขั้นตรวจทีละคำ

หน้าจอ Check Recovery Phrase บอกว่าต่อไปเครื่องจะสุ่มถามทีละคำ เพื่อดูว่าจดถูกจริง

หน้าจอ Check Recovery Phrase บอกว่าจะให้ตรวจคำทีละคำ

14. ตอบคำที่เครื่องถาม

หัวข้อบนจอบอกว่าถามคำลำดับที่เท่าไร เช่น Check Word #1 แล้วให้เลือกจากสามตัวเลือก ให้ดูจากกระดาษที่จดไว้ ไม่ใช่จากความจำ

หน้าจอ Check Word #1 ให้เลือกคำที่ถูกต้องจากสามตัวเลือก

15. ตอบจนครบ

คำสุดท้ายที่ถามคือ Check Word #12 ถ้าเลือกผิด แปลว่าจดผิดหรือจดสลับลำดับ ให้ย้อนกลับไปเริ่มใหม่ตั้งแต่ตอนนี้ ดีกว่ามารู้ตอนที่ต้องใช้จริง

หน้าจอ Check Word #12 ให้เลือกคำที่ถูกต้องจากสามตัวเลือก

16. สำรองเสร็จเรียบร้อย

เมื่อตอบครบ เครื่องจะขึ้นข้อความ Awesome! Your backup is complete แปลว่าการสำรองเสร็จสมบูรณ์

หน้าจอแจ้งว่าสำรองวลีกู้คืนเสร็จเรียบร้อย

17. อ่านคำเตือนเรื่องการเก็บรักษา

หน้าจอ Almost Done! ย้ำว่าวลีกู้คืนคือทางเดียวที่กู้สินทรัพย์กลับมาได้ ให้เก็บไว้ในที่ปลอดภัย ประโยคนี้ไม่ใช่คำโฆษณา แต่เป็นข้อเท็จจริงของอุปกรณ์ประเภทนี้

หน้าจอ Almost Done! ย้ำว่าวลีกู้คืนคือทางเดียวที่กู้สินทรัพย์กลับมาได้ ให้เก็บไว้ในที่ปลอดภัย

18. เริ่มตั้งรหัส PIN

หน้าจอ Set PIN ระบุว่ารหัสของ OneKey Classic 1S ตั้งได้ยาว 4 ถึง 9 หลัก และกดได้เฉพาะเลข 1 ถึง 9 ไม่มีเลข 0

หน้าจอ Set PIN ระบุว่ารหัส PIN ของ Classic 1S ยาว 4 ถึง 9 หลัก

19. กดรหัสที่ต้องการ

หน้าจอ Enter New PIN ให้เลื่อนเลือกเลขทีละหลัก เลี่ยงเลขเรียงหรือเลขซ้ำ และอย่าใช้เลขเดียวกับรหัสปลดล็อกมือถือ

หน้าจอ Enter New PIN ระหว่างกดตั้งรหัสทีละหลัก

20. ใส่รหัสซ้ำอีกครั้ง

หน้าจอ Enter New PIN Again ให้กดรหัสเดิมซ้ำ เพื่อยืนยันว่าไม่ได้กดผิดตั้งแต่รอบแรก

หน้าจอ Enter New PIN Again ให้ใส่รหัสซ้ำเพื่อยืนยัน

21. ตั้งรหัสเรียบร้อย

หน้าจอแจ้งว่า PIN ถูกตั้งแล้ว จากนี้ต้องใช้รหัสนี้ทุกครั้งที่ปลดล็อกเครื่องและทุกครั้งที่เซ็นรายการ

หน้าจอแจ้งว่าตั้งรหัส PIN เรียบร้อยแล้ว

22. ตั้งค่าบนเครื่องเสร็จ

หน้าจอ Congratulations! แจ้งว่าวอลเล็ตในเครื่องพร้อมแล้ว ขั้นถัดไปคือเชื่อมกับ OneKey App

หน้าจอ Congratulations! แจ้งว่าตั้งค่าเครื่องเสร็จ ให้ไปดาวน์โหลด OneKey App ต่อ

23. ที่อยู่ดาวน์โหลดแอป

หน้าจอ Download OneKey Apps บอกที่อยู่ดาวน์โหลดคือ onekey.so/download โหลดจากที่นี่หรือจาก App Store และ Google Play เท่านั้น

หน้าจอ Download OneKey Apps บอกที่อยู่ดาวน์โหลดแอป

24. ที่ติดต่อเมื่อมีปัญหา

หน้าจอ Support แสดงที่อยู่ศูนย์ช่วยเหลือของผู้ผลิตไว้ แต่ถ้าซื้อเครื่องจากเรา ติดต่อ SIAMBC ได้โดยตรงเลย ทั้งเรื่องการใช้งาน การรับประกัน และการเปลี่ยนสินค้าในไทย ไม่ต้องไปเปิดเรื่องกับต่างประเทศเอง

หน้าจอ Support บอกที่อยู่ศูนย์ช่วยเหลือของ OneKey

25. กลับสู่หน้าหลัก

หน้าจอ Done? แจ้งว่าตั้งค่าเสร็จและเครื่องกำลังจะกลับไปหน้าหลัก เป็นอันจบขั้นตอนบนตัวเครื่อง

หน้าจอ Done? แจ้งว่าตั้งค่าเสร็จและกำลังจะกลับหน้าหลัก

เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์

ตัวเครื่องเก็บกุญแจและเซ็นรายการ ส่วนแอปทำหน้าที่แสดงยอด สร้างรายการ และส่งข้อมูลขึ้นเครือข่าย ดาวน์โหลดแอปจาก onekey.so/download เท่านั้น อย่าโหลดไฟล์ติดตั้งจากลิงก์ที่ส่งมาทางแชท

26. เปิดแอปแล้วกด Create wallet

ต่อ OneKey Classic 1S เข้ากับคอมพิวเตอร์ด้วยสาย USB-C แล้วเปิด OneKey App ถ้ายังไม่มีวอลเล็ตในแอป จะเห็นปุ่ม Create wallet ให้กด

หน้าจอ OneKey App บนคอมพิวเตอร์ ยังไม่มีวอลเล็ต พร้อมปุ่ม Create wallet

27. เลือก Connect hardware wallet

หน้าจอ Welcome to OneKey มีหลายตัวเลือก ให้เลือก Connect hardware wallet ไม่ใช่ Create wallet เพราะวอลเล็ตถูกสร้างไว้ในเครื่องแล้ว

หน้าจอ Welcome to OneKey ให้เลือก Connect hardware wallet

28. เลือกชื่อเครื่อง

หน้าจอ Connect your device จะขึ้นชื่อเครื่องที่ต่ออยู่ เช่น K1551 กดที่ชื่อนั้นเพื่อไปต่อ

หน้าจอ Connect your device แสดงชื่อเครื่อง Classic 1S ที่ต่อผ่าน USB ให้กดเลือก

29. ใส่ PIN บนตัวเครื่อง

แอปจะขึ้นแป้นตัวเลข แต่ให้กดรหัสบนหน้าจอ OneKey Classic 1S ไม่ใช่บนคอมพิวเตอร์ กดบนเครื่องแล้วมัลแวร์ในคอมจึงอ่านรหัสไม่ได้

หน้าต่าง Enter PIN code ให้ไปกดรหัส PIN บนเครื่อง Classic 1S

30. ยืนยันความแท้ของเครื่อง

แอปจะขึ้นหน้าต่าง Device authentication เพื่อตรวจว่าเครื่องเป็นของแท้จากโรงงาน OneKey จริง ให้กดยืนยันบนหน้าจอเครื่อง

หน้าต่าง Device authentication ให้ยืนยันบนเครื่องเพื่อตรวจว่าเป็นเครื่องแท้

31. ผลการตรวจสอบ

ถ้าผ่าน แอปจะขึ้น Verification successful ถ้าไม่ผ่าน อย่าใช้เครื่องนั้นและติดต่อ SIAMBC ทันที

หน้าต่าง Verification successful แจ้งว่าเครื่องผ่านการตรวจสอบแล้ว

32. วอลเล็ตพร้อมใช้งาน

แอปจะสร้างบัญชีให้สักครู่ เสร็จแล้วจะเห็นหน้าวอลเล็ตพร้อมปุ่ม Buy Swap Send และ Receive

หน้าจอวอลเล็ตใน OneKey App หลังเชื่อมต่อ Classic 1S เสร็จ

33. กด Receive เพื่อดูที่อยู่รับ

เลือกสินทรัพย์ที่จะรับ แล้วกดปุ่ม Receive

หน้าจอวอลเล็ตพร้อมปุ่ม Receive ที่ใช้เปิดหน้าที่อยู่รับเหรียญ

ขั้นนี้สำคัญกว่าที่คิด มีการโกงรูปแบบหนึ่งที่มัลแวร์ในคอมหรือมือถือจะสลับที่อยู่รับ ที่แสดงบนจอเป็นของคนร้าย พอโอนมาก็เข้ากระเป๋าคนอื่นทันที ตัวเครื่องเป็นจอเดียวที่มัลแวร์แก้ไม่ได้ จึงต้องเทียบที่อยู่บนเครื่องทุกครั้ง ไม่ใช่เชื่อที่อยู่บนจอคอมอย่างเดียว

34. กด Verify on device

แอปจะยังไม่แสดงที่อยู่เต็ม แต่ขึ้นปุ่ม Verify on device ก่อน กดปุ่มนั้น

หน้าต่าง Receive พร้อมปุ่ม Verify on device สำหรับตรวจที่อยู่บนเครื่อง

35. เทียบที่อยู่บนสองหน้าจอ

หน้าจอเครื่องจะแสดงที่อยู่ขึ้นมา เทียบกับที่อยู่ในแอปให้ตรงกันทุกตัวอักษร ถ้าตรงจึงกดยืนยันบนเครื่อง แล้วหน้าต่าง Receive จะแสดงที่อยู่เต็มพร้อมคิวอาร์โค้ดและปุ่ม Copy address

หน้าต่าง Receive แสดงที่อยู่เต็มพร้อมคิวอาร์โค้ดหลังยืนยันบนเครื่องแล้ว

เชื่อมต่อกับมือถือ

วิธีนี้ใช้บลูทูธ ไม่ต้องต่อคอมพิวเตอร์ ขั้นตอนบนตัวเครื่องเหมือนเดิมทุกอย่าง ต่างกันแค่ฝั่งแอป

26. เปิดแอปแล้วแตะชื่อบัญชี

เปิด OneKey App บนมือถือ แล้วแตะชื่อบัญชีที่อยู่ด้านบนเพื่อเปิดเมนูจัดการวอลเล็ต

หน้าแรกของ OneKey App บนมือถือ ให้แตะชื่อบัญชีด้านบนเพื่อเปิดเมนู

27. กดเพิ่มวอลเล็ต

ในเมนูที่เลื่อนออกมาจะเห็นชื่อวอลเล็ตกับ Account ที่มีอยู่ และปุ่มเพิ่มวอลเล็ตที่มุมล่าง กดปุ่มนั้น

เมนูด้านข้างของ OneKey App พร้อมปุ่มเพิ่มวอลเล็ต

28. เลือก Connect hardware wallet

หน้าจอ Welcome to OneKey ให้เลือก Connect hardware wallet ไม่ใช่ Create wallet เพราะวอลเล็ตถูกสร้างไว้ในเครื่องแล้ว

หน้าจอ Welcome to OneKey บนมือถือ ให้เลือก Connect hardware wallet

29. กด Start connection

หน้าจอ Connect your device บอกให้เปิดเครื่องไว้ใกล้มือถือ เปิดบลูทูธบนมือถือด้วย แล้วกด Start connection

หน้าจอ Connect your device บอกให้เปิดเครื่องไว้ใกล้มือถือ แล้วกด Start connection

30. เลือกชื่อเครื่องจากรายการ

หน้าจอจะขึ้น Looking for devices แล้วตามด้วยรายชื่ออุปกรณ์ที่พบ เลือกชื่อที่ตรงกับเครื่องของคุณ ไม่ใช่เครื่องของคนอื่นที่อยู่ใกล้ๆ

หน้าจอ Looking for devices แสดงรายชื่ออุปกรณ์ที่พบผ่านบลูทูธ ให้เลือกชื่อเครื่องของคุณ

31. กรอกรหัสจับคู่

มือถือจะขอรหัสจับคู่ ให้ดูรหัสที่แสดงบนหน้าจอเครื่องแล้วกรอกให้ตรง ถ้าไม่ตรงให้ยกเลิกแล้วเริ่มใหม่

หน้าต่างจับคู่บลูทูธที่ให้กรอกรหัสที่แสดงบนเครื่อง

32. รอเชื่อมต่อ

หน้าจอ Connect your device จะขึ้นว่ากำลังเชื่อมต่อกับเครื่องที่เลือก ระหว่างนี้อย่าปิดเครื่องและอย่าเดินออกห่าง

หน้าจอระหว่างแอปกำลังเชื่อมต่อกับเครื่องที่เลือก

33. ยืนยันความแท้ของเครื่อง

แอปจะขอตรวจว่าเครื่องเป็นของแท้ ให้กดยืนยันบนหน้าจอเครื่อง เมื่อผ่านจะขึ้น Verification successful

หน้าต่าง Device authentication บนมือถือ ให้ยืนยันบนเครื่อง แล้วขึ้น Verification successful

34. รอแอปสร้างบัญชี

หน้าจอ Finalize wallet setup จะสร้างบัญชีให้สักครู่

หน้าจอ Finalize wallet setup ระหว่างแอปสร้างบัญชีให้

35. วอลเล็ตพร้อมใช้งาน

เสร็จแล้วจะเห็นหน้าวอลเล็ตพร้อมยอด และปุ่ม Buy Trade Send กับ Receive

หน้าวอลเล็ตบนมือถือหลังเชื่อมต่อเสร็จ พร้อมปุ่ม Receive

36. กด Receive แล้วเลือกสินทรัพย์

กดปุ่ม Receive แล้วเลือกสินทรัพย์ที่ต้องการดูที่อยู่รับ

หน้าจอ Receive ให้เลือกสินทรัพย์ที่ต้องการดูที่อยู่รับ

37. เลือกรูปแบบที่อยู่

บางสินทรัพย์มีที่อยู่หลายรูปแบบให้เลือก เช่น Nested SegWit หรือ Taproot ถ้าไม่แน่ใจ ให้ใช้รูปแบบที่แอปเลือกไว้ให้

หน้าจอ Address type ให้เลือกรูปแบบที่อยู่ เช่น Nested SegWit หรือ Taproot

ขั้นนี้สำคัญกว่าที่คิด มีการโกงรูปแบบหนึ่งที่มัลแวร์ในคอมหรือมือถือจะสลับที่อยู่รับ ที่แสดงบนจอเป็นของคนร้าย พอโอนมาก็เข้ากระเป๋าคนอื่นทันที ตัวเครื่องเป็นจอเดียวที่มัลแวร์แก้ไม่ได้ จึงต้องเทียบที่อยู่บนเครื่องทุกครั้ง ไม่ใช่เชื่อที่อยู่บนจอคอมอย่างเดียว

38. กด Verify on device

แอปจะยังไม่แสดงที่อยู่เต็ม แต่ขึ้นปุ่ม Verify on device ก่อน กดปุ่มนั้น

หน้าจอ Receive บนมือถือ พร้อมปุ่ม Verify on device สำหรับตรวจที่อยู่บนเครื่อง

39. ยืนยันบนตัวเครื่อง

แอปจะขึ้น Confirm on device แล้วรอให้กดยืนยันที่หน้าจอเครื่อง เทียบที่อยู่บนสองหน้าจอให้ตรงกันทุกตัวอักษรก่อนกด

หน้าจอ Confirm on device ระหว่างรอกดยืนยันที่อยู่บนเครื่อง

40. ที่อยู่พร้อมใช้งาน

เมื่อยืนยันแล้ว หน้าจอ Receive จะแสดงที่อยู่เต็มพร้อมคิวอาร์โค้ดและปุ่ม Copy address

หน้าจอ Receive แสดงที่อยู่เต็มพร้อมคิวอาร์โค้ดหลังยืนยันบนเครื่องแล้ว

หลังตั้งค่าเสร็จ ควรทำอะไรต่อ

  1. เก็บกระดาษที่จดวลีกู้คืนแยกจากตัวเครื่อง คนละที่กัน และอย่าให้ใครถ่ายรูป
  2. ลองรับสินทรัพย์จำนวนน้อยก่อน แล้วตรวจว่ายอดขึ้นถูกต้อง ก่อนโอนก้อนใหญ่
  3. ทุกครั้งที่รับ ให้กด Verify on device แล้วเทียบที่อยู่บนหน้าจอเครื่องก่อนเสมอ
  4. อย่าบอก PIN กับใคร และอย่าตั้งเป็นเลขที่เดาง่ายอย่างวันเกิดหรือเลขเรียง

คำถามที่พบบ่อย

ต่อคอมอย่างเดียว หรือใช้กับมือถือได้ด้วย

ได้ทั้งสองทาง ต่อคอมพิวเตอร์ด้วยสาย USB-C หรือจับคู่กับมือถือผ่านบลูทูธ คู่มือนี้แยกไว้เป็นสองหัวข้อ ขั้นตอนบนตัวเครื่องเหมือนกันทั้งคู่ ต่างกันแค่ฝั่งแอป

PIN ตั้งได้กี่หลัก

4 ถึง 9 หลัก และกดได้เฉพาะเลข 1 ถึง 9 ไม่มีเลข 0 ตามที่หน้าจอ Set PIN ระบุไว้

ลืม PIN ต้องทำอย่างไร

ใส่ PIN ผิดครบ 10 ครั้ง เครื่องจะล้างข้อมูลตัวเองทิ้ง ซึ่งเป็นการป้องกันไม่ให้คนอื่นเดารหัส สินทรัพย์ยังอยู่ครบ เพราะกู้กลับได้ด้วยวลีกู้คืนที่จดไว้ แต่ถ้าไม่มีวลีกู้คืนด้วย จะเข้าวอลเล็ตนั้นไม่ได้อีกเลย

ทำไมต้องกด Verify on device ทุกครั้งที่รับ

เพราะมัลแวร์บนคอมพิวเตอร์หรือมือถือสลับที่อยู่ที่แสดงบนจอได้ แต่สลับสิ่งที่แสดงบนหน้าจอเครื่องไม่ได้ การเทียบสองจอจึงเป็นการตรวจเดียวที่เชื่อได้ ใช้เวลาไม่กี่วินาทีและกันความเสียหายที่กู้คืนไม่ได้

Classic 1S ต่างจากรุ่น Pure อย่างไร

หน้าจอและขั้นตอนเหมือนกันทุกอย่าง ต่างกันที่ Classic 1S มีแบตเตอรี่ในตัว ส่วน Pure ไม่มี จึงต้องเสียบสาย USB-C ให้มีไฟเลี้ยงตลอดเวลาที่ใช้งาน

SIAMBC และ OneKey จะขอวลีกู้คืนไหม

ไม่ขอทั้งคู่ ไม่ว่ากรณีใด และไม่มีใครมีเหตุผลที่ต้องรู้วลีกู้คืนของคุณ ใครก็ตามที่ขอคือมิจฉาชีพ ไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นทีมงาน SIAMBC อ้างชื่อ OneKey ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นการเคลมประกัน ยืนยันตัวตน อัปเดตเฟิร์มแวร์ หรือกู้บัญชี

สรุป

จุดที่ต้องไม่พลาดมีสามข้อ คือจดวลีกู้คืนลงกระดาษและเก็บแยกจากเครื่อง กด PIN บนตัวเครื่องเสมอ ไม่ใช่บนคอมพิวเตอร์หรือมือถือ และเทียบที่อยู่รับบนหน้าจอเครื่องทุกครั้งก่อนโอนจริง

ดูสินค้าได้ที่ OneKey Classic 1S หรือดู OneKey ทุกรุ่น และเทียบกับยี่ห้ออื่นที่ ตารางเปรียบเทียบ Hardware Wallet

ตรวจสอบเนื้อหาล่าสุด: 29 สิงหาคม 2569 ข้อความบนหน้าจออาจเปลี่ยนตามเวอร์ชันของเฟิร์มแวร์และ OneKey App