วิธีตั้งค่าและใช้งาน Trezor Safe 7
Trezor Safe 7 สามารถตั้งค่าได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์และมือถือ ใช้เวลาราว 15 นาที
Trezor Safe 7 มีจุดเด่นที่แตกต่างจาก Trezor รุ่นก่อนหน้าคือรุ่นนี้มี Bluetooth จึงเป็น Trezor รุ่นแรกที่ใช้กับ iPhone ได้ คู่มือนี้สอนการตั้งค่าผ่าน Trezor Suite ทั้งบนคอมพิวเตอร์และมือถือ
ก่อนเริ่ม ต้องเตรียมอะไรบ้าง
- Trezor Safe 7 และการ์ดจดชุดคำสำรองที่มากับกล่อง พร้อมปากกา
- คอมพิวเตอร์ที่ลง Trezor Suite ไว้ หรือมือถือ iPhone หรือ Android
- สาย USB-C ถ้าจะต่อสาย บน iPhone สายเส้นนี้ใช้ชาร์จอย่างเดียว ต่อข้อมูลไม่ได้
- เวลาประมาณ 15 นาที ในที่ที่ไม่มีใครมองเห็นหน้าจอ
รุ่นนี้ใช้กับ iPhone ได้ ต่างจาก Safe 5 และ Safe 3 Safe 7 เชื่อมกับมือถือผ่าน Bluetooth จึงตั้งค่าและยืนยันรายการบน iPhone ได้ บน Android เลือกได้ทั้ง Bluetooth และสาย USB-C ส่วน Safe 5 กับ Safe 3 ต่อได้เฉพาะสาย USB-C จึงใช้กับ iPhone ไม่ได้เลย
วิธีตั้งค่า Trezor Safe 7 บนคอมพิวเตอร์
1. ติดตั้ง Trezor Suite
ดาวน์โหลด Trezor Suite จาก trezor.io/start โดยพิมพ์ที่อยู่เว็บเอง อย่ากดจากโฆษณาหรือลิงก์ที่ส่งต่อกันมา เพราะมีเว็บปลอมที่แจกโปรแกรมปลอมอยู่จริง ติดตั้งเสร็จแล้วเปิดโปรแกรม ระหว่างเปิดครั้งแรกจะมีให้เลือกว่าจะส่งข้อมูลการใช้งานแบบไม่ระบุตัวตนหรือไม่ เลือกอย่างไหนก็ได้ ไม่มีผลกับวอลเล็ต
2. เชื่อมต่อเครื่อง
เมื่อเปิด Trezor Suite จะเห็นข้อความ Connect & unlock your Trezor ให้กด Connect

จะมีหน้าต่างให้เลือกวิธีเชื่อมต่อสองทาง คือ Connect Trezor Safe 7 via Bluetooth หรือ Connect any Trezor via cable ซึ่งคือการเสียบสาย USB-C ตรง ทั้งสองทางใช้ได้เหมือนกัน

ถ้าเลือกทาง Bluetooth เครื่องจะไปโผล่ในหน้า Connect your Trezor ชื่อที่ขึ้นจะเป็น Trezor Safe 7 ตามด้วยตัวอักษรสามตัวในวงเล็บ กด Connect แล้วเทียบรหัสจับคู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์กับที่ขึ้นบนหน้าจอ Trezor ว่าเป็นเลขชุดเดียวกัน จึงกดยืนยัน

คอมพิวเตอร์หาเครื่องไม่เจอ ปิดแล้วเปิด Bluetooth ใหม่ จากนั้นเข้าไปลบ Trezor ออกจากรายการอุปกรณ์ที่เคยจับคู่ในตั้งค่าของเครื่อง แล้วจับคู่ใหม่อีกครั้ง และไม่ต้องอนุญาตให้เข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อหรือประวัติการโทร การจับคู่ไม่ได้ใช้สิทธิ์นั้น
3. ตรวจสภาพเครื่องก่อนตั้งค่า
Trezor Suite จะขึ้นหน้า Device security check ให้ยืนยันสามข้อ คือซื้อจากร้านทางการ หรือตัวแทนจำหน่ายที่เชื่อถือได้ โฮโลแกรมยังอยู่ครบไม่มีร่องรอยแกะ และกล่องปิดผนึกมาจากโรงงานไม่ถูกเปิด ตรวจแล้วไม่มีอะไรผิดปกติจึงกด Set up my Trezor ถ้าเห็นอะไรแปลก ให้กด I have doubts แล้วหยุดไว้ก่อน อย่าเพิ่งติดตั้งเฟิร์มแวร์ แล้วติดต่อ SIAMBC

4. ติดตั้งเฟิร์มแวร์
เครื่องใหม่จะไม่มีเฟิร์มแวร์มาจากโรงงาน ซึ่งเป็นเรื่องปกติและตั้งใจให้เป็นแบบนั้นเพื่อความปลอดภัย Trezor Suite จะพาติดตั้งเวอร์ชันล่าสุดให้ เลือกได้ระหว่าง Universal ซึ่งรองรับหลายเครือข่าย กับ Bitcoin-only ซึ่งตัดทุกอย่างเหลือแค่ Bitcoin แล้วกด Install firmware ระหว่างติดตั้งอย่าปิดโปรแกรมและอย่าถอดสาย เครื่องจะรีสตาร์ตเองเมื่อเสร็จ

5. ตรวจว่าเป็นเครื่องแท้
หลังลงเฟิร์มแวร์เสร็จ Trezor Suite จะตรวจชิปความปลอดภัยในเครื่องด้วยวิธีทางรหัสวิทยา เพื่อยืนยันว่าเครื่องนี้ผลิตโดย Trezor จริงและไม่ถูกดัดแปลงระหว่างทาง หน้าจอจะขึ้นว่า Let's check your device ให้กด Start แล้วทำตามที่ขึ้นบนตัวเครื่อง

6. เรียนรู้การใช้หน้าจอสัมผัส
ผ่านการตรวจแล้วเครื่องจะเสนอบทแนะนำสั้นชื่อ Know your Trezor ให้ลองแตะ ปัด และกดค้างบนหน้าจอ ทำหรือกด Skip ข้ามก็ได้ แนะนำให้ทำสักรอบ เพราะขั้นตอนต่อจากนี้ต้องกดยืนยันบนหน้าจอเครื่องตลอด

7. สร้างวอลเล็ตใหม่
กด Create a new wallet ถ้าเป็นเครื่องแรกที่ยังไม่เคยตั้งค่า ถ้าจะเอาวอลเล็ตเดิมกลับมาใช้ ให้กด Recover wallet แล้วใช้ชุดคำสำรองของวอลเล็ตนั้นแทน

8. เลือกแบบของชุดคำสำรอง
Trezor Suite จะเลือก Single-share Backup ไว้ให้อยู่แล้ว เป็นชุดคำสำรองชุดเดียวจำนวน 20 คำ ซึ่งเหมาะกับคนทั่วไป กด Continue ได้เลยถ้าไม่มีเหตุผลเฉพาะที่ต้องเลือกแบบอื่น

9. ยอมรับเงื่อนไขบนตัวเครื่อง
หน้าจอ Trezor จะขึ้นเงื่อนไขการใช้งาน ให้กดค้างที่ Hold to continue จนกว่าจะขึ้นว่า Wallet created แล้วแตะ Continue การกดค้างบนตัวเครื่องคือวิธีที่ Trezor ใช้ยืนยันว่าคนกดอยู่ตรงหน้าเครื่องจริง

10. อ่านคำเตือนก่อนเริ่มจด
กลับมาที่ Trezor Suite กด Continue to wallet backup จะมีคำเตือนสามข้อ ให้ติ๊กยืนยันให้ครบว่าอ่านและเข้าใจแล้ว สามข้อนั้นคือชุดคำสำรองใช้กู้วอลเล็ตคืนได้ถ้าเครื่องหายหรือพัง จะไม่ถ่ายรูปและไม่เก็บไว้ในที่ที่เป็นดิจิทัล และจะเก็บให้ดีโดยไม่บอกใคร ติ๊กครบแล้วกด Create wallet backup

11. จดชุดคำสำรอง 20 คำ
ตัวเครื่องจะแสดงคำทีละคำจนครบ 20 คำ จดลงการ์ดตามลำดับให้ครบทุกคำ เลื่อนย้อนกลับด้วยลูกศรขึ้นลงบนหน้าจอเพื่อตรวจตัวสะกดได้ จดจบแล้วแตะ Continue จากนั้นเครื่องจะสุ่มถามคำบางตำแหน่งเพื่อพิสูจน์ว่าจดถูกจริง ทั้งหมดนี้ทำบนหน้าจอเครื่อง ไม่มีขั้นตอนไหนที่ต้องพิมพ์คำลงคอมพิวเตอร์
ชุดคำสำรองต้องอยู่บนกระดาษเท่านั้น ห้ามถ่ายรูป ห้ามพิมพ์ลงมือถือหรือคอมพิวเตอร์ ห้ามส่งทางแชต และห้ามเก็บบนคลาวด์ ชุดคำสำรองอ่านจากหน้าจอ Trezor แล้วจดลงกระดาษหรือแผ่นโลหะอย่างเดียว SIAMBC ไม่เคยรู้ชุดคำสำรองของคุณ และกู้คืนให้ไม่ได้ ไม่มีใครกู้ให้ได้
12. ตั้งรหัส PIN
จดชุดคำสำรองเสร็จ Trezor Suite จะให้ตั้ง PIN กด Set PIN แล้วพิมพ์ตัวเลขบนหน้าจอสัมผัสของ Trezor Safe 7 โดยตรง ใช้ได้ตั้งแต่ 4 หลักถึง 50 หลัก เลี่ยงเลขเรียงอย่าง 12345 และเลี่ยงเลขที่เดาได้จากตัวคุณเอง เช่นวันเกิด เปลี่ยนทีหลังได้ที่ Settings แล้วเลือก Device

Safe 7 ใส่ PIN ผิดได้ 10 ครั้ง ไม่ใช่ 16 ครั้ง ครบ 10 ครั้ง เครื่องจะล้างวอลเล็ตออกจากตัวเครื่องทันที ทางเดียวที่จะได้กลับคืนคือ กู้ด้วยชุดคำสำรอง 20 คำ ตัวเลขนี้ต่างจาก Trezor Safe 5 และ Safe 3 ที่ให้ 16 ครั้ง อย่าจำสลับกัน
13. เริ่มใช้งาน
หน้า Dashboard จะขึ้นว่า Start using your wallet กด Get started แล้วเลือกเปิดใช้เครือข่ายที่ต้องการ จากนี้รับและโอนสินทรัพย์ผ่าน Trezor Suite ได้ โดยทุกรายการต้องอ่านและกดยืนยันบนหน้าจอ Trezor Safe 7

วิธีตั้งค่า Trezor Safe 7 บนมือถือ ทั้ง iPhone และ Android
บน iPhone เชื่อมต่อได้ทาง Bluetooth อย่างเดียว สาย USB-C ที่มากับกล่องใช้ชาร์จเท่านั้น บน Android เลือกได้ทั้ง Bluetooth และสาย USB-C ตัวอย่างข้างล่างใช้ทาง Bluetooth ซึ่งเป็นทางที่ใช้ได้กับมือถือทั้งสองระบบ
1. เปิดเครื่องแล้วติดตั้งแอป
กดปุ่มเปิดเครื่อง หน้าจอจะขึ้นหน้าต้อนรับพร้อมที่อยู่ trezor.io/start และข้อความให้แตะเพื่อเริ่มตั้งค่า แตะหน้าจอแล้วจะขึ้นคิวอาร์โค้ดที่พาไปหน้าโหลดแอป Trezor Suite สแกนด้วยกล้องมือถือ หรือจะค้นหาคำว่า Trezor Suite ในสโตร์เองก็ได้ เปิดแอปครั้งแรกจะถามเรื่องส่งข้อมูลแบบไม่ระบุตัวตน และถามว่าจะเปิดใช้การสแกนใบหน้าหรือลายนิ้วมือเพื่อล็อกแอปไหม เลือก Enable หรือ Not now ก็ได้ ย้อนกลับมาเปิดทีหลังได้ที่ Settings

2. เลือกวิธีเชื่อมต่อ
ในแอปจะขึ้นหน้า Connect your Trezor แตะ Connect แล้วเลือกระหว่างเชื่อมทาง Bluetooth กับเชื่อมทางสาย

3. จับคู่ Bluetooth
แอปจะขึ้นว่ากำลังค้นหาเครื่องที่อยู่ใกล้ พอชื่อเครื่องขึ้นมาให้แตะเพื่อจับคู่ ระบบจะขอรหัสจับคู่ ให้เทียบเลขบนหน้าจอมือถือกับเลขบนหน้าจอ Trezor ว่าตรงกัน แล้วแตะ Pair ส่วนคำขอเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อและประวัติการโทร ไม่ต้องอนุญาต การจับคู่ทำงานได้โดยไม่ใช้สิทธิ์นั้น

4. ตรวจสภาพเครื่องก่อนตั้งค่า
เชื่อมต่อได้แล้วจะขึ้นข้อความว่าเหลือแค่คุณกับสินทรัพย์ของคุณ แตะ Let's get started จากนั้นแอปจะพาไปหน้า Security check ให้ยืนยันสามข้อ คือแหล่งที่ซื้อเชื่อถือได้ โฮโลแกรมยังอยู่ครบ และกล่องปิดผนึกไม่มีร่องรอยแกะ ถ้าครบให้แตะ Yes ถ้าไม่แน่ใจให้แตะ I'm not sure แล้วหยุดไว้ก่อน แล้วติดต่อ SIAMBC

5. ติดตั้งเฟิร์มแวร์
เครื่องใหม่ยังไม่มีเฟิร์มแวร์ ให้ติ๊กยืนยันสามข้อในหน้า Firmware installation แล้วแตะ Install now ระหว่างติดตั้งต้องเปิดแอปค้างไว้บนหน้าจอ วางมือถือไว้ใกล้เครื่องและอย่าไปทำอย่างอื่น เครื่องจะรีสตาร์ตเองเมื่อเสร็จ แล้วแตะ Continue

6. สร้างการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย
หลังรีสตาร์ต แอปจะเชื่อมต่อใหม่แล้วขอ one-time security code เป็นรหัสที่ขึ้นบนหน้าจอ Trezor ให้อ่านจากเครื่องแล้วพิมพ์ลงในแอป เสร็จแล้วจะขึ้นว่า Secure connection created ขั้นนี้มีเฉพาะตอนตั้งค่าผ่านมือถือ บนคอมพิวเตอร์ไม่มี

7. ตรวจว่าเป็นเครื่องแท้และเรียนรู้หน้าจอ
แอปจะตรวจชิปความปลอดภัยเพื่อยืนยันว่าเป็นเครื่องที่ Trezor ผลิตจริง ทำตามที่ขึ้นบนตัวเครื่องจนจบ จากนั้นจะเสนอบทแนะนำสั้นบนหน้าจอเครื่อง ทำหรือแตะ Skip tutorial ก็ได้ เสร็จแล้วแตะ Continue

8. สร้างวอลเล็ตใหม่
แตะ Get started เพื่อสร้างวอลเล็ตใหม่ หรือแตะ Recover ถ้าจะกู้วอลเล็ตเดิมจากชุดคำสำรองที่มีอยู่แล้ว

9. อ่านเรื่องชุดคำสำรองให้จบก่อน
แอปจะไล่สามหน้าจอสั้น หน้าแรกบอกว่า What's a wallet backup คือรายการคำที่ใช้กู้สิทธิ์เข้าถึงสินทรัพย์กลับคืนมา หน้าที่สองบอกว่าจะได้ใช้ตอนไหน คือตอนเครื่อง Damaged พัง Lost หาย หรือ Stolen ถูกขโมย และหน้าที่สามเขียนไว้ตรงๆ ว่า No one can restore it ไม่มีใครกู้ให้ได้

10. เลือกแบบของชุดคำสำรอง
หน้า Wallet backup type จะแนะนำ Single-share Backup ไว้ให้ เป็นชุดคำสำรองชุดเดียว 20 คำ เหมือนกับทางคอมพิวเตอร์ ใช้แบบนี้ได้เลยถ้าไม่มีเหตุผลเฉพาะ

11. ยอมรับเงื่อนไขแล้วจด 20 คำ
หน้าจอ Trezor จะขึ้นเงื่อนไขการใช้งาน กดค้างที่ Hold to continue จนขึ้นว่า Wallet created แล้วแตะ Continue จากนั้นเครื่องจะไล่แสดงคำทีละคำจนครบ 20 คำ จดลงการ์ดตามลำดับ เลื่อนย้อนกลับตรวจตัวสะกดได้ จดจบแล้วเครื่องจะสุ่มถามคำบางตำแหน่งเพื่อยืนยัน ทำบนหน้าจอเครื่องทั้งหมด ไม่ต้องพิมพ์ลงมือถือ

ชุดคำสำรองต้องอยู่บนกระดาษเท่านั้น ห้ามถ่ายรูป ห้ามพิมพ์ลงมือถือหรือคอมพิวเตอร์ ห้ามส่งทางแชต และห้ามเก็บบนคลาวด์ ชุดคำสำรองอ่านจากหน้าจอ Trezor แล้วจดลงกระดาษหรือแผ่นโลหะอย่างเดียว SIAMBC ไม่เคยรู้ชุดคำสำรองของคุณ และกู้คืนให้ไม่ได้ ไม่มีใครกู้ให้ได้
12. ตั้งรหัส PIN
แตะ Set PIN แล้วพิมพ์ตัวเลขบนหน้าจอสัมผัสของเครื่อง ไม่ใช่บนมือถือ ใช้ได้ตั้งแต่ 4 หลักถึง 50 หลัก เลี่ยงเลขเรียงและเลขที่เดาได้จากตัวคุณ ใส่ผิดครบ 10 ครั้ง เครื่องจะล้างวอลเล็ตออก แล้วต้องกู้ด้วยชุดคำสำรอง 20 คำ

13. เริ่มใช้งาน
แอปจะขึ้นว่า You're all set แตะ Go to Dashboard เป็นอันจบ ก่อนโอนก้อนใหญ่ ควรลองรับสินทรัพย์จำนวนน้อยสักครั้งแล้วดูว่ายอดขึ้นถูกต้อง

หลังตั้งค่าเสร็จ ควรทำอะไรต่อ
- ใช้ฟังก์ชันตรวจชุดคำสำรองใน Trezor Suite เพื่อยืนยันว่าจดครบ 20 คำและถูกลำดับ
- เก็บการ์ดที่จดชุดคำสำรองแยกจากตัวเครื่อง คนละที่กัน และอย่าให้ใครถ่ายรูป
- ลองรับสินทรัพย์จำนวนน้อยก่อน แล้วเทียบที่อยู่รับบนหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือกับที่ขึ้นบนหน้าจอ Trezor
- ทุกครั้งที่โอนออก ให้อ่านที่อยู่ปลายทางและจำนวนบนหน้าจอ Trezor ก่อนกดยืนยัน จอนั้นคือจอเดียวที่มัลแวร์แก้ไม่ได้
คำถามที่พบบ่อย
Trezor Safe 7 ใช้กับ iPhone ได้ไหม
ได้ เป็น Trezor รุ่นแรกที่ใช้กับ iPhone ได้ เพราะเชื่อมผ่าน Bluetooth บน iPhone สาย USB-C ที่มากับกล่องใช้ชาร์จเท่านั้น ต่อข้อมูลไม่ได้ ส่วน Trezor Safe 5 และ Safe 3 ต่อได้เฉพาะสาย USB-C จึงใช้กับ iPhone ไม่ได้
ต่อ Bluetooth ปลอดภัยเท่าต่อสายไหม
สิ่งที่วิ่งผ่าน Bluetooth คือรายการที่ยังไม่ได้เซ็นกับลายเซ็นที่เซ็นแล้ว ไม่ใช่กุญแจ กุญแจอยู่ในชิปความปลอดภัยและไม่ออกจากเครื่องไม่ว่าจะต่อทางไหน และทุกรายการยังต้องอ่านและกดยืนยันบนหน้าจอเครื่องอยู่ดี ตรงนี้คือด่านจริง ไม่ใช่ช่องทางที่ต่อ
ใส่ PIN ผิดหลายครั้งเกิดอะไรขึ้น
Safe 7 ให้ใส่ผิดได้ 10 ครั้ง ครบแล้วเครื่องจะล้างวอลเล็ตออกจากตัวเครื่อง ต้องกู้คืนด้วยชุดคำสำรอง 20 คำเท่านั้น ตัวเลขนี้ไม่เท่ากับ Safe 5 และ Safe 3 ซึ่งให้ 16 ครั้ง
ชุดคำสำรอง 20 คำต้องกรอกในแอปหรือในโปรแกรมไหม
ไม่ต้อง และไม่ควรกรอกที่ไหนนอกจากบนหน้าจอ Trezor เท่านั้น แอปปลอมและเว็บปลอมมักหลอกให้พิมพ์คำเหล่านี้ลงไป ถ้าพิมพ์ลงไปเมื่อไหร่ สินทรัพย์ถูกโอนออกได้ทันที
เลือกเฟิร์มแวร์แบบไหนดี ระหว่าง Universal กับ Bitcoin-only
ถ้าถือหลายเครือข่าย เลือก Universal ถ้าถือแต่ Bitcoin อย่างเดียวและอยากลดสิ่งที่อยู่ในเครื่องให้เหลือน้อยที่สุด เลือก Bitcoin-only เปลี่ยนใจภายหลังได้ด้วยการลงเฟิร์มแวร์อีกแบบทับ แต่ต้องมีชุดคำสำรองอยู่ในมือก่อน
หน้าจอคอมพิวเตอร์แสดงที่อยู่รับไม่ตรงกับบนหน้าจอ Trezor ควรทำยังไง
ห้ามโอน ให้ยกเลิกรายการแล้วตรวจคอมพิวเตอร์ก่อน ที่อยู่ที่เชื่อได้คือที่อยู่ซึ่งแสดงบนหน้าจอ Trezor เท่านั้น เพราะจอนั้นแก้ไขจากภายนอกไม่ได้
SIAMBC และ Trezor จะขอชุดคำสำรองไหม
ไม่ขอทั้งคู่ ไม่ว่ากรณีใด และไม่มีใครมีเหตุผลที่ต้องรู้ชุดคำสำรองของคุณ ใครก็ตามที่ขอคือมิจฉาชีพ ไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นทีมงาน SIAMBC อ้างชื่อ Trezor หรืออ้างว่าเป็นการเคลมประกัน ยืนยันตัวตน อัปเดตเฟิร์มแวร์ หรือกู้บัญชี
สรุป
สามข้อที่ต้องไม่พลาดของ Trezor Safe 7 คือตรวจโฮโลแกรมและสภาพกล่องก่อนติดตั้งเฟิร์มแวร์ จดชุดคำสำรอง 20 คำลงกระดาษและเก็บแยกจากเครื่อง และจำให้ได้ว่ารุ่นนี้ใส่ PIN ผิดได้ 10 ครั้ง ไม่ใช่ 16 ครั้งแบบรุ่นก่อนหน้า
ติดตั้งไม่ผ่านหรือติดตรงไหน ติดต่อ SIAMBC ได้โดยตรง ทั้งเรื่องการใช้งาน การรับประกัน และการเปลี่ยนสินค้าในไทย
ดูสินค้าได้ที่ Trezor Safe 7 เทียบกับรุ่นอื่นในตระกูลเดียวกันที่ Trezor ทุกรุ่น หรือเทียบข้ามยี่ห้อที่ ตารางเปรียบเทียบ Hardware Wallet
ตรวจสอบเนื้อหาล่าสุด: 29 สิงหาคม 2569 ข้อความบนหน้าจออาจเปลี่ยนตามเวอร์ชันของเฟิร์มแวร์และ Trezor Suite

