วิธีตั้งค่าและใช้งาน CoolWallet Go

CoolWallet Go เป็นฮาร์ดแวร์วอลเล็ตทรงบัตรเครดิตที่ไม่มีแบตเตอรี่และไม่มีปุ่ม เซ็นธุรกรรมด้วยการแตะบัตรกับมือถือผ่าน NFC ไม่ต้องชาร์จ ไม่ต้องต่อสาย และไม่มี Bluetooth อีกจุดที่ต่างจากวอลเล็ตทั่วไปคือในกล่องมีบัตรสองใบ ใบหลักกับใบสำรอง คู่มือนี้ไล่ตั้งแต่แกะกล่องจนใช้งานได้ ใช้เวลาราว 15 นาที

ก่อนเริ่ม

  • บัตร CoolWallet Go ทั้งสองใบที่มากับกล่อง
  • มือถือที่รองรับ NFC ระบบ iOS 15.6 ขึ้นไป (iPhone 6S เป็นต้นไป) หรือ Android 7.0 ขึ้นไป
  • เวลาประมาณ 15 นาที ในที่ที่ไม่มีใครมองเห็นหน้าจอ
  • ปากกากับการ์ดจดวลีกู้คืนที่มากับกล่อง

กฎเหล็กข้อเดียวที่ต้องจำ วลีกู้คืนคือสิ่งเดียวที่เข้าถึงสินทรัพย์ของคุณได้ SIAMBC และ CoolWallet ไม่มีวันขอดู ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นการเคลมประกัน ยืนยันตัวตน อัปเดตเฟิร์มแวร์ หรือกู้บัญชีก็ตาม ใครขอคือมิจฉาชีพ ไม่มีข้อยกเว้น และห้ามถ่ายภาพหน้าจอหรือพิมพ์เก็บไว้ในเครื่องเด็ดขาด

แกะกล่องแล้วตรวจของให้ครบ

ในกล่องมี บัตร CoolWallet Go สองใบ และการ์ดจดวลีกู้คืนหนึ่งใบ ไม่มีแท่นชาร์จและไม่มีสาย USB เพราะบัตรไม่มีแบตเตอรี่ จึงไม่มีอะไรต้องชาร์จ

บัตร CoolWallet Go สองใบวางคู่กัน ใบหนึ่งเห็นด้านหน้า อีกใบเห็นด้านหลัง

กล่องหรือบัตรมีร่องรอยแกะ ให้หยุดก่อน อย่าเพิ่งตั้งค่าและอย่าโอนสินทรัพย์เข้า ให้ติดต่อ SIAMBC พร้อมภาพถ่ายกล่องและซีล กล่องของ CoolWallet หุ้มฟิล์มใสมาจากโรงงานและมีสติกเกอร์ซีลติดอยู่ ถ้าฟิล์มขาดหรือสติกเกอร์ถูกลอกมาก่อน แปลว่ามีคนเปิดกล่องไปแล้ว

ขนาดของบัตร กว้าง 85.6 มม. สูง 53.98 มม. หนา 0.8 มม. หนักใบละราว 3 กรัม เท่าบัตรเครดิตพอดี จึงใส่ในช่องบัตรของกระเป๋าสตางค์ได้ตามปกติ

ทำไมต้องมีบัตรสองใบ

บัตรสองใบไม่ได้แถมมาเผื่อทำหาย แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบสำรองข้อมูล ใบแรกเป็นใบหลักไว้ใช้ประจำวัน ใบที่สองเป็นใบสำรอง ที่ถูกซิงก์กับวอลเล็ตเดียวกันไว้แล้ว

บัตร CoolWallet Go สองใบซ้อนเหลื่อมกัน ใบหลักและใบสำรองหน้าตาเหมือนกัน

ถ้าใบหลักหายหรือเสียหาย เอาใบสำรองมาเลื่อนขึ้นเป็นใบหลักในแอปได้เลย ไม่ต้องมานั่งกรอกวลีกู้คืนทีละคำ ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ Go ต่างจากวอลเล็ตทั่วไปมากที่สุด

เก็บบัตรสองใบแยกคนละที่ ถ้าเก็บทั้งสองใบไว้ในกระเป๋าใบเดียวกัน ระบบสำรองก็ไม่มีความหมาย เพราะหายพร้อมกัน เก็บใบหลักไว้ใช้ประจำ ส่วนใบสำรองเก็บไว้อีกที่หนึ่งที่ปลอดภัย เช่นที่บ้านหรือตู้เซฟ

ตั้งค่าบัตรกับแอป CoolWallet

  1. โหลดแอป CoolWallet จาก App Store หรือ Google Play
  2. แตะบัตรกับด้านหลังมือถือ แล้วเลือก Setup My Card
  3. ตั้งรหัสจับคู่ 8 หลัก แล้วยืนยันอีกครั้ง
  4. สำรองวอลเล็ต โดยเลือกวิธีสร้างวลีกู้คืน จะให้สร้างในบัตรหรือในแอปก็ได้ ถ้าเลือกสร้างในบัตร ต้องแตะทั้งใบหลักและใบสำรองให้ครบทั้งสองใบ
  5. เสร็จแล้ว วอลเล็ตพร้อมใช้งาน

ลืมรหัสจับคู่ 8 หลักแล้วกู้แทนไม่ได้ รหัสนี้เป็นทางเดียวที่จะเอาบัตรไปจับคู่กับมือถือเครื่องใหม่ได้ และไม่มีใครกู้ให้ได้ ไม่ว่าจะเป็น SIAMBC หรือ CoolBitX ผู้ผลิตเอง จดลงกระดาษทันทีที่ตั้งเสร็จ แล้วเก็บไว้คนละที่กับบัตร และถ้าใส่ผิดห้าครั้งติดกัน บัตรจะถูกล็อกถาวร

เลือกวิธีสร้างวลีกู้คืน

ทั้งสองวิธีปลอดภัยเท่ากัน ต่างกันที่วลีกู้คืนจะไปโผล่ที่ไหน

หัวข้อ สร้างในบัตร สร้างในแอป
สร้างที่ไหน ในตัวบัตร ไม่ออกมาข้างนอกเลย บนจอมือถือ
ความปลอดภัย เท่ากัน เท่ากัน
ความง่ายในการสำรอง ง่ายกว่า ไม่มีโอกาสจดผิด ต้องจดเองทีละคำ
เหมาะกับ คนที่อยากให้วลีไม่เคยขึ้นบนจอมือถือเลย คนที่อยากเห็นคำเต็มๆ ด้วยตา

CoolWallet แนะนำแบบสร้างในบัตร เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นในตัวบัตร วลีกู้คืนไม่เคยขึ้นบนจอมือถือและไม่เคยถูกส่งออกไปไหน จึงไม่มีโอกาสจดผิดหรือถูกแอบดูจากหน้าจอ ส่วนแบบสร้างในแอปก็ปลอดภัยเช่นกัน วลีจะขึ้นบนจอครั้งเดียวให้จดลงกระดาษ

ห้ามถ่ายภาพหน้าจอวลีกู้คืน ภาพหน้าจอจะถูกสำรองขึ้นคลาวด์อัตโนมัติแทบทุกเครื่อง เท่ากับเอากุญแจไปวางไว้บนอินเทอร์เน็ต จดลงกระดาษหรือแผ่นเหล็กเท่านั้น

เปลี่ยนมือถือเครื่องใหม่

ต้องใช้รหัสจับคู่ 8 หลักที่ตั้งไว้ตอนแรก ถ้าไม่มีรหัสนี้ จะจับคู่กับเครื่องใหม่ไม่ได้เลย

  1. ติดตั้งแอป CoolWallet เวอร์ชันล่าสุดบนมือถือเครื่องใหม่
  2. เปิดแอป เลือก Setup My Card แล้วเลือก CoolWallet Go
  3. เลือก Recover จากนั้นกด Bind with CoolWallet GO
  4. ใส่รหัสจับคู่ 8 หลัก
  5. แตะบัตรกับมือถือตามที่แอปบอก วอลเล็ตจะถูกกู้และจับคู่ให้เรียบร้อย

อย่าลืมลงทะเบียนบัตรสำรองใหม่ หลังกู้เสร็จ แอปจะเพิ่มเหรียญให้อัตโนมัติแค่ BTC (Taproot) กับ ETH เหรียญอื่นต้องกดเพิ่มเอง และต้องเข้าไปลงทะเบียนบัตรสำรองใหม่ที่ Settings แล้วเข้า Card Settings จากนั้นเลือก Add Backup Card ไม่อย่างนั้นบัตรสำรองจะใช้กู้ในเครื่องใหม่ไม่ได้

ถ้าลืมรหัสจับคู่

ตรงนี้ต้องพูดตรงๆ ว่าไม่มีทางกู้รหัสจับคู่กลับมาได้ ไม่ว่าจะเป็น SIAMBC หรือ CoolBitX ผู้ผลิตเอง เพราะรหัสนี้เป็นหลักฐานเดียวที่ยืนยันกับเครื่องใหม่ว่า คุณเป็นเจ้าของบัตรจริง และวอลเล็ตแบบดูแลกุญแจเองก็แปลว่าผู้ใช้ถือความรับผิดชอบนี้ทั้งหมด

  • สินทรัพย์ยังอยู่บนบล็อกเชนครบ ไม่ได้หายไปไหน
  • แต่ถ้าไม่มีทั้งรหัสจับคู่และวลีกู้คืน จะเข้าไปโอนหรือจัดการจากเครื่องใหม่ไม่ได้

สามอย่างที่ต้องเก็บให้ครบคือ รหัสจับคู่ 8 หลัก บัตรใบหลัก และบัตรใบสำรอง

ถ้าวันหนึ่ง CoolWallet เลิกกิจการ

สินทรัพย์อยู่บนบล็อกเชน ไม่ได้อยู่ในแอปหรือในบัตร ถึงบริษัทจะหยุดให้บริการ เหรียญก็ยังอยู่ครบ เฉพาะของ Go ยังมีอีกสองอย่างที่ช่วยไว้

  • วลีกู้คืนถูกเก็บถาวรไว้ในชิป NFC ของตัวบัตร ซึ่งทนกว่ากระดาษมาก
  • ในกล่องมีบัตรสองใบอยู่แล้ว จึงมีตัวสำรองในตัว
  • แอปที่ติดตั้งไว้แล้วยังใช้งานได้ตามปกติ และเอกสารทางเทคนิคของ CoolWallet เปิดเผยต่อสาธารณะ คนที่มีความรู้ทางเทคนิคจึงเขียนเครื่องมือของตัวเองมาใช้กับบัตรได้

Go ต่างจาก Pro ยังไง

สองรุ่นนี้ใช้ชิปความปลอดภัยที่ผ่านการรับรอง CC EAL6+ เหมือนกัน และรองรับเหรียญชุดเดียวกัน ที่ต่างกันคือวิธีเชื่อมต่อ วิธียืนยันธุรกรรม และเรื่องแบตเตอรี่

หัวข้อ CoolWallet Pro CoolWallet Go
การเชื่อมต่อ Bluetooth แบบเข้ารหัส NFC แตะเอา
พลังงาน แบตเตอรี่ในตัว ต้องชาร์จ ไม่มีแบตเตอรี่เลย
ชิปความปลอดภัย CC EAL6+ CC EAL6+
ยืนยันธุรกรรม บนจอ e-paper ของบัตร ในแอปบนมือถือ
การตั้งค่า จับคู่ผ่าน Bluetooth ตั้งรหัสจับคู่ 8 หลัก แล้วแตะ NFC
เหมาะกับ คนที่อยากเห็นรายละเอียดบนบัตรก่อนเซ็น คนที่อยากได้ความง่ายและไม่ต้องชาร์จ

เลือก Pro ถ้าอยากตรวจที่อยู่ปลายทางและจำนวนเงินบนจอของบัตรเองก่อนเซ็นทุกครั้ง เลือก Go ถ้าให้ความสำคัญกับความง่าย แตะแล้วจบ ไม่ต้องชาร์จ และอยากได้ระบบบัตรสำรองในตัว

ข้อควรระวังที่พบบ่อย

  • จดรหัสจับคู่ 8 หลักทันที ลืมแล้วไม่มีใครกู้ให้ได้
  • ใส่รหัสผิดห้าครั้งติดกัน บัตรล็อกถาวร ไม่ใช่ล็อกชั่วคราว
  • เก็บบัตรสองใบแยกคนละที่ ไม่งั้นระบบสำรองไม่มีความหมาย
  • รุ่นนี้ไม่มีจอ ต้องตรวจที่อยู่ปลายทางและจำนวนเงินในแอปให้ละเอียดก่อนกดยืนยัน
  • อย่าเก็บวลีกู้คืนไว้ในมือถือ ไม่ว่าจะเป็นภาพหน้าจอ โน้ต หรือแชท

คำถามที่พบบ่อย

มือถือต้องรองรับ NFC ใช่ไหม

ใช่ เพราะ Go เชื่อมต่อด้วย NFC อย่างเดียว ไม่มี Bluetooth และไม่มีช่องเสียบสาย ต้องเป็น iOS 15.6 ขึ้นไป (iPhone 6S เป็นต้นไป) หรือ Android 7.0 ขึ้นไป คอมพิวเตอร์ใช้ไม่ได้ ต้องใช้กับมือถือเท่านั้น

แตะแล้วมือถือไม่อ่านบัตร

ลองขยับบัตรหาตำแหน่งเสาอากาศ NFC ของมือถือ ซึ่งบน iPhone อยู่ใกล้ขอบบนด้านหลัง ส่วน Android อยู่กลางหลังเครื่องหรือค่อนไปด้านบน แล้วแต่รุ่น ถือนิ่งไว้จนกว่าแอปจะยืนยัน และถ้าใส่เคสหนาอยู่ให้ถอดออกก่อน

ไม่มีแบตเตอรี่ แล้ววลีกู้คืนหายไหมถ้าไม่ได้ใช้นานๆ

ไม่หาย ข้อมูลถูกเก็บในชิปที่ไม่ต้องใช้ไฟเลี้ยง วางทิ้งไว้เป็นปีก็ยังอ่านได้ ต่างจากรุ่นที่มีแบตเตอรี่ซึ่งต้องเอามาชาร์จเป็นระยะ

ใช้บัตรสำรองแทนใบหลักได้เลยไหม

ได้ เข้าไปเลื่อนบัตรสำรองขึ้นเป็นใบหลักในแอปได้ ไม่ต้องกรอกวลีกู้คืน แต่ถ้าย้ายไปมือถือเครื่องใหม่ ยังต้องใช้รหัสจับคู่ 8 หลักอยู่ดี

รองรับเหรียญอะไรบ้าง

รองรับมากกว่า 35 บล็อกเชนและกว่า 12,000 เหรียญ ครอบคลุม Bitcoin (รวม Taproot), Ethereum, BNB Smart Chain, Solana, Cardano, XRP, Polygon, Arbitrum, Optimism, Base, TON, Sui, Aptos, TRON, Dogecoin และอื่นๆ รองรับมาตรฐานโทเคน ERC-20, BEP-20, TRC-20, SPL, Jetton และ NFT แบบ ERC-721 กับ ERC-1155 ถ้าเครือข่ายไหนไม่มีในรายการ เพิ่มเองได้ที่ Custom Networks ในหน้าตั้งค่า

ซื้อบัตรใบที่สามมาเพิ่มได้ไหม

เรื่องบัตรสำรองใบเพิ่มติดต่อ SIAMBC เข้ามาถามได้ เราดูแลเรื่องสินค้าและการรับประกันในไทยให้

SIAMBC และ CoolWallet จะขอวลีกู้คืนไหม

ไม่ขอทั้งคู่ ไม่ว่ากรณีใด และไม่มีใครมีเหตุผลที่ต้องรู้วลีกู้คืนของคุณ ใครก็ตามที่ขอคือมิจฉาชีพ ไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นทีมงาน SIAMBC อ้างชื่อ CoolWallet หรืออ้างว่าเป็นการเคลมประกัน ยืนยันตัวตน อัปเดตเฟิร์มแวร์ หรือกู้บัญชี

สรุป

สามข้อที่ต้องไม่พลาดของ CoolWallet Go คือ จดรหัสจับคู่ 8 หลักทันทีที่ตั้งเสร็จ เก็บบัตรสองใบแยกคนละที่ และเพราะรุ่นนี้ไม่มีจอ ให้ตรวจที่อยู่ปลายทางกับจำนวนเงินในแอปทุกครั้งก่อนยืนยัน

ติดตั้งไม่ผ่านหรือติดตรงไหน ติดต่อ SIAMBC ได้โดยตรง ทั้งเรื่องการใช้งาน การรับประกัน และการเปลี่ยนสินค้าในไทย

ดูสินค้าได้ที่ CoolWallet Go หรือเทียบกับยี่ห้ออื่นที่ ตารางเปรียบเทียบ Hardware Wallet

ตรวจสอบเนื้อหาล่าสุด: 2 กันยายน 2569 ข้อความบนหน้าจออาจเปลี่ยนตามเวอร์ชันของเฟิร์มแวร์และแอป CoolWallet