สรุปสั้น
- ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตเก็บกุญแจส่วนตัวไว้ในตัวเครื่อง ไม่ได้เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ มือถือ หรือบนเว็บเทรด
- ตัวเครื่องเซ็นธุรกรรมให้ แล้วส่งออกมาเฉพาะลายเซ็น กุญแจไม่เคยออกจากเครื่อง แม้ในขณะที่เสียบอยู่กับคอมพิวเตอร์ที่ติดมัลแวร์
- ทุกธุรกรรมต้องมีคนกดยืนยันบนตัวเครื่อง มัลแวร์สั่งโอนเองไม่ได้ เพราะไม่มีปุ่มให้กดแทน
- สิ่งที่ป้องกันไม่ได้คือการถูกหลอกให้บอกวลีกู้คืน ในทางปฏิบัติ นี่คือสาเหตุของความเสียหายเกือบทั้งหมด ไม่ใช่การเจาะเครื่อง
- ต้องซื้อจากตัวแทนจำหน่ายและต้องเป็นเครื่องที่ยังไม่ถูกตั้งค่า เครื่องที่มีคนตั้งค่ามาแล้ว แปลว่าวลีกู้คืนอยู่กับคนอื่น
ฮาร์ดแวร์วอลเล็ต (Hardware Wallet) หรือที่หลายคนเรียกว่า Cold Wallet คืออุปกรณ์ขนาดเล็กที่ทำหน้าที่เดียว คือเก็บกุญแจส่วนตัว (Private Key) ของคริปโตไว้ในตัวมันเอง
บทความนี้อธิบายว่ามันทำงานอย่างไร ป้องกันอะไรได้จริง ป้องกันอะไรไม่ได้ และสิ่งที่ต้องตรวจก่อนตัดสินใจซื้อ
ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตคืออะไร
เหรียญคริปโตไม่ได้ถูกเก็บอยู่ในอุปกรณ์ใดอุปกรณ์หนึ่ง แต่อยู่บนบล็อกเชน สิ่งที่ตัดสินว่าใครเป็นเจ้าของคือกุญแจส่วนตัว ใครถือกุญแจ คนนั้นย้ายเหรียญได้
คำถามจึงไม่ใช่ว่าจะเก็บเหรียญไว้ที่ไหน แต่คือจะเก็บกุญแจไว้ที่ไหน ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตคือคำตอบแบบหนึ่ง คือเก็บไว้ในอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ และไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย
ทำงานอย่างไร
เวลาจะโอนเหรียญ คอมพิวเตอร์หรือมือถือจะสร้างรายการธุรกรรมขึ้นมา แล้วส่งไปให้ตัวเครื่อง ตัวเครื่องเซ็นรายการนั้นอยู่ข้างในตัวเอง แล้วส่งกลับออกมาเฉพาะลายเซ็น กุญแจส่วนตัวไม่เคยออกจากเครื่องเลย
ก่อนจะเซ็น เครื่องจะแสดงรายละเอียดบนจอของตัวเอง และต้องมีคนกดยืนยันที่ตัวเครื่อง ขั้นตอนนี้สำคัญกว่าที่คิด เพราะมัลแวร์ที่อยู่บนคอมพิวเตอร์กดปุ่มบนอุปกรณ์แยกไม่ได้
การเข้าถึงตัวเครื่องถูกล็อกด้วย PIN และหลายรุ่นรองรับ Passphrase ซึ่งเป็นชั้นเพิ่มเติมนอกเหนือจากวลีกู้คืน รายละเอียดเรื่องนี้อ่านได้ในบทความเรื่อง Passphrase
วลีกู้คืนคือหัวใจ ไม่ใช่ตัวเครื่อง
ตอนตั้งค่าครั้งแรก เครื่องจะสร้างวลีกู้คืน (Recovery Phrase หรือ Seed Phrase) ขึ้นมาเป็นชุดคำ ปกติ 12 หรือ 24 คำ ชุดคำนี้ใช้สร้างกุญแจทั้งหมดขึ้นมาใหม่ได้
ความหมายในทางปฏิบัติมีสองข้อ ข้อแรก เครื่องพังหรือหายไม่ได้แปลว่าเหรียญหาย ซื้อเครื่องใหม่แล้วใส่ชุดคำเดิมกลับเข้าไปก็ได้เหรียญคืน ข้อสอง ใครได้ชุดคำนี้ไป คนนั้นได้เหรียญไปทั้งหมด โดยไม่ต้องมีตัวเครื่อง
ชุดคำจึงสำคัญกว่าตัวอุปกรณ์ และเป็นเหตุผลที่ต้องเก็บแยกจากเครื่อง อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความเรื่องวลีกู้คืน
ป้องกันอะไรได้ และป้องกันอะไรไม่ได้
สิ่งที่ป้องกันได้คือมัลแวร์บนคอมพิวเตอร์และมือถือ ต่อให้เครื่องที่ใช้ติดไวรัส คนร้ายก็สั่งโอนไม่ได้ เพราะกุญแจอยู่ในอุปกรณ์แยก และทุกธุรกรรมต้องกดยืนยันที่ตัวเครื่อง
สิ่งที่ป้องกันไม่ได้คือการที่เจ้าของถูกหลอกให้บอกวลีกู้คืนเอง ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นการเคลมประกัน ยืนยันตัวตน อัปเดตระบบ หรือกู้คืนบัญชี
ข้อนี้ต้องพูดให้ชัด ไม่มีผู้ผลิตรายใด และไม่มีร้านค้ารายใด ขอดูวลีกู้คืนของลูกค้า ใครก็ตามที่ขอ คือมิจฉาชีพ ไม่มีข้อยกเว้น และในทางปฏิบัติ ความเสียหายเกือบทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริงมาจากช่องทางนี้ ไม่ใช่การเจาะตัวเครื่อง
ต่างจากเก็บไว้บนเว็บเทรดอย่างไร
เก็บไว้บนเว็บเทรด กุญแจอยู่กับผู้ให้บริการ ไม่ได้อยู่กับเรา ข้อดีคือสะดวก ลืมรหัสผ่านยังกู้คืนได้ ข้อเสียคือการเข้าถึงเหรียญขึ้นอยู่กับบริษัทนั้นยังอยู่และยังให้บริการ
ถือกุญแจเอง ไม่มีใครระงับหรือจำกัดการเข้าถึงได้ แต่ก็ไม่มีใครกู้คืนให้เมื่อทำวลีกู้คืนหาย ไม่มีทางเลือกไหนดีกว่าในทุกด้าน มีแต่ว่ารับความเสี่ยงแบบไหนได้มากกว่ากัน
เรื่องนี้มีบทความแยกที่เปรียบเทียบไว้ละเอียดกว่านี้ที่Hot Wallet กับ Cold Wallet
มีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร
แบ่งตามวิธีเชื่อมต่อได้เป็นสามกลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือแบบต่อสาย USB เสียบกับคอมพิวเตอร์หรือมือถือ Android แล้วใช้งานได้เลย เป็นแบบที่พบมากที่สุดและราคาถูกที่สุด ข้อจำกัดคือส่วนใหญ่ใช้กับ iPhone ไม่ได้ เพราะ iOS ไม่เปิดให้ต่อสายกับอุปกรณ์ประเภทนี้
กลุ่มที่สองคือแบบไร้สาย ใช้ Bluetooth หรือ NFC เชื่อมกับมือถือ กลุ่มนี้ใช้กับ iPhone ได้ และมีทั้งแบบที่เป็นเครื่องและแบบที่เป็นการ์ดบางเท่าบัตรเครดิต แบบการ์ดบางรุ่นไม่มีแบตเตอรี่เลย ใช้พลังงานจากมือถือตอนแตะ
กลุ่มที่สามคือแบบออฟไลน์เต็มรูปแบบ หรือที่เรียกว่า air-gapped ไม่ต่อสายและไม่ต่อไร้สายเลย ใช้วิธีสแกน QR ผ่านกล้อง หรือส่งไฟล์ผ่าน microSD แทน ปลอดภัยที่สุดในแง่การเชื่อมต่อ แต่ใช้งานช้ากว่าและมักราคาสูงกว่า
ราคาเท่าไหร่
ในไทยราคาเริ่มตั้งแต่ราวสองพันบาทสำหรับรุ่นเริ่มต้นที่ต่อสาย USB ไปจนถึงหลักหมื่นต้นๆสำหรับรุ่นท็อปที่มีจอสัมผัสสี ต่อ Bluetooth และชาร์จไร้สายได้
ส่วนใหญ่ที่จ่ายเพิ่มคือค่าจอที่ใหญ่ขึ้น การเชื่อมต่อที่สะดวกขึ้น และวัสดุตัวเครื่อง ไม่ได้แปลว่ารุ่นแพงกว่าปลอดภัยกว่าเสมอไป บางรุ่นราคาถูกกว่ากลับได้ใบรับรองชิปสูงกว่ารุ่นแพง ดูเทียบทีละรุ่นได้ที่หน้าเปรียบเทียบ
เลือกอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง
คำถามแรกที่ตัดตัวเลือกได้เร็วที่สุดคือ ใช้มือถืออะไร ถ้าใช้ iPhone เป็นเครื่องหลัก ต้องเลือกรุ่นที่เชื่อมต่อแบบไร้สายหรือสแกน QR เท่านั้น รุ่นที่ต่อสาย USB อย่างเดียวจะใช้ไม่ได้
คำถามที่สองคือ โอนบ่อยแค่ไหน ถ้าโอนบ่อย ความสะดวกมีน้ำหนักมาก ถ้าซื้อแล้วเก็บยาวไม่ค่อยแตะ ความปลอดภัยของการเชื่อมต่อสำคัญกว่าความสะดวก
คำถามที่สามสำหรับคนที่ให้ค่ากับการตรวจสอบได้คือ เปิดซอร์สโค้ดหรือไม่ บางยี่ห้อเปิดทั้งเฟิร์มแวร์และแบบวงจร บางยี่ห้อเปิดเฉพาะแอป และบางยี่ห้อไม่เปิดเลย
ยี่ห้อหลักที่ขายในไทย
ในไทยยี่ห้อที่พบบ่อยที่สุดมีห้าเจ้า แต่ละเจ้าถนัดคนละแบบ ด้านล่างเลือกมาเจ้าละหนึ่งรุ่นให้เห็นภาพว่าต่างกันอย่างไร ไม่ได้เลือกรุ่นที่แพงที่สุด แต่เลือกรุ่นที่แทนแนวทางของยี่ห้อนั้นได้ชัดที่สุด
Ledger เป็นยี่ห้อที่คนรู้จักมากที่สุดและมีรุ่นให้เลือกครบทุกระดับราคา Trezor เปิดซอร์สโค้ดทั้งเฟิร์มแวร์และแบบวงจร ซึ่งมีไม่กี่เจ้าที่ทำถึงขั้นนี้ Tangem เป็นการ์ดแตะกับมือถือ ไม่มีแบต ไม่มีสาย เหมาะกับมือใหม่ที่สุด
OneKey ให้ทั้งชิปที่ผ่านการรับรองและเฟิร์มแวร์แบบเปิดในเครื่องเดียว ส่วน SafePal เด่นที่รุ่นที่ทำงานออฟไลน์เต็มรูปแบบในราคาที่เข้าถึงง่าย
Ledger
- ต่อ USB-C กับคอมพิวเตอร์และ Android
- ชิปผ่านการรับรอง CC EAL6+
- ใช้กับ iPhone ไม่ได้
หยิบใส่ตะกร้า: Matte Black สีอื่นเลือกได้ที่หน้าสินค้า
Tangem
- แตะการ์ดกับมือถือ ใช้ NFC
- ไม่มีแบตเตอรี่ ไม่ต้องชาร์จ
- รับประกัน 25 ปี
หยิบใส่ตะกร้า: สีดำ
Trezor
- เปิดซอร์สโค้ดทั้งเฟิร์มแวร์และแบบวงจร
- ชิปผ่านการรับรอง CC EAL6+
- บน iPhone ดูยอดได้อย่างเดียว
หยิบใส่ตะกร้า: Cosmic Black
OneKey
- ต่อ USB-C และ Bluetooth ใช้กับ iPhone ได้
- ชิปผ่านการรับรอง CC EAL6+
- เปิดซอร์สโค้ดเฟิร์มแวร์
SafePal
- ออฟไลน์เต็มรูปแบบ เซ็นด้วยการสแกน QR
- ใช้กับ iPhone ได้
- ใช้กับคอมพิวเตอร์ไม่ได้
ห้ารุ่นนี้เป็นเพียงตัวอย่าง ร้านมีทั้งหมดมากกว่าสามสิบรุ่น ดูเทียบสเปกทีละข้อได้ที่หน้าเปรียบเทียบ
ตั้งค่าครั้งแรกต้องทำอะไรบ้าง
ขั้นตอนคร่าวๆ เหมือนกันเกือบทุกยี่ห้อ เริ่มจากตรวจสภาพกล่องและซีล เชื่อมต่อกับแอปของผู้ผลิต ตั้ง PIN แล้วให้เครื่องสร้างวลีกู้คืนขึ้นมาใหม่
ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือการจดวลีกู้คืน เครื่องจะแสดงชุดคำบนจอของตัวเองทีละคำ ต้องจดลงกระดาษหรือแผ่นโลหะที่แถมมา ห้ามถ่ายรูป ห้ามพิมพ์เก็บในคอมพิวเตอร์ ห้ามเก็บในโน้ตบนมือถือ และห้ามส่งให้ใครทั้งสิ้น
จากนั้นเครื่องจะให้ยืนยันชุดคำอีกครั้งเพื่อตรวจว่าจดถูก ขั้นตอนทั้งหมดผู้ใช้เป็นคนกดเองทุกปุ่ม ไม่มีใครทำแทนได้ และไม่ควรให้ใครทำแทน
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุด
เก็บวลีกู้คืนไว้ในที่ที่ต่ออินเทอร์เน็ต เช่น ถ่ายรูปเก็บในมือถือ พิมพ์ไว้ในโน้ต หรืออัปโหลดขึ้นคลาวด์ วิธีเหล่านี้ทำให้ชุดคำที่ควรอยู่ออฟไลน์กลับไปอยู่ในที่ที่ถูกเจาะได้
เก็บชุดคำไว้ที่เดียวกับเครื่อง ถ้าไฟไหม้ น้ำท่วม หรือถูกขโมย จะเสียทั้งสองอย่างพร้อมกัน ควรแยกสถานที่เก็บ
ซื้อเครื่องมือสองหรือเครื่องที่ตั้งค่ามาแล้ว เป็นความผิดพลาดที่แก้ไม่ได้ภายหลัง เพราะวลีกู้คืนอยู่กับคนขายตั้งแต่ต้น
ไม่ทดสอบการกู้คืนก่อนโอนเงินก้อนใหญ่ หลายคนจดชุดคำผิดโดยไม่รู้ตัว ควรทดลองโอนจำนวนน้อยก่อน และตรวจว่ากู้คืนได้จริงก่อนโอนทั้งหมด
ถ้าทำเครื่องหายหรือเครื่องพัง
เหรียญไม่ได้อยู่ในเครื่อง แต่อยู่บนบล็อกเชน ตัวเครื่องเก็บแค่กุญแจ ถ้ายังมีวลีกู้คืน ซื้อเครื่องใหม่แล้วใส่ชุดคำเดิมกลับเข้าไป เหรียญกลับมาครบ และใช้ยี่ห้ออื่นก็ได้ ไม่จำเป็นต้องยี่ห้อเดิม
ถ้าเครื่องหายและกังวลว่าจะมีคนเดา PIN ได้ วิธีที่ปลอดภัยคือใช้วลีกู้คืนตั้งเครื่องใหม่ แล้วโอนเหรียญไปยังที่อยู่ใหม่ทันที แต่ถ้าทำวลีกู้คืนหายและเครื่องพัง จะไม่มีใครกู้คืนให้ได้ รวมถึงผู้ผลิตเอง
ใครควรใช้
โดยทั่วไปเริ่มคุ้มเมื่อมูลค่าที่ถืออยู่สูงกว่าราคาอุปกรณ์อย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อตั้งใจถือยาว ไม่ได้ซื้อขายรายวัน
ผู้ที่เทรดบ่อยและต้องการสภาพคล่องทันที อาจพบว่าการเก็บบางส่วนไว้บนเว็บเทรดสะดวกกว่า หลายคนจึงแบ่งเป็นสองส่วน คือส่วนที่ใช้เทรดกับส่วนที่เก็บยาว
ตรวจอะไรก่อนซื้อ
ต้องเป็นเครื่องใหม่ที่ยังไม่ถูกตั้งค่า ถ้าได้เครื่องที่มีวลีกู้คืนแนบมาให้แล้ว หรือตั้งค่าไว้เรียบร้อยแล้ว แปลว่าคนอื่นถือชุดคำนั้นอยู่ และโอนเหรียญออกเมื่อไหร่ก็ได้
ซื้อจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ไม่ควรซื้อมือสอง หรือจากคนกลางที่ไม่ทราบที่มา เพราะเป็นช่องทางที่เครื่องอาจถูกดัดแปลงก่อนถึงมือผู้ซื้อ
ตรวจสภาพบรรจุภัณฑ์และร่องรอยการเปิดก่อนใช้งานทุกครั้ง วิธีสังเกตอ่านได้ที่บทความเรื่องเครื่องที่ถูกแกะ
คำถามที่พบบ่อย
เครื่องพังแล้วเหรียญหายไหม ไม่หาย ถ้ายังมีวลีกู้คืน ใส่กลับเข้าเครื่องใหม่ได้ทันที เหรียญอยู่บนบล็อกเชน ไม่ได้อยู่ในตัวเครื่อง
ใช้กับ iPhone ได้ไหม บางรุ่นได้ บางรุ่นไม่ได้ ขึ้นอยู่กับวิธีเชื่อมต่อ รายละเอียดอยู่ในบทความรุ่นที่ใช้กับ iPhone ได้
ต้องเสียบไว้ตลอดเวลาไหม ไม่ต้อง เสียบเฉพาะตอนจะทำธุรกรรม เวลาที่เหลือเก็บไว้เฉยๆ ได้
ซื้อในไทย
SIAMBC เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยตั้งแต่ปี 2559 สินค้าทุกชิ้นเป็นของใหม่ ซีลจากโรงงาน และรับมาจากช่องทางจัดจำหน่ายโดยตรง ส่งฟรีทั่วประเทศ
มีหน้าร้านในกรุงเทพฯ สำหรับผู้ที่ต้องการดูสินค้าก่อนตัดสินใจ และดูเปรียบเทียบทุกรุ่นได้ที่หน้าเปรียบเทียบ





แชร์:
Keystone 3 Pro รีวิว วอลเล็ตออฟไลน์เต็มรูปแบบ จอ 4 นิ้ว สแกนลายนิ้วมือ
ข้อมูลลูกค้า Trezor รั่ว 13,689 ราย แล้วคนไทยได้รับผลกระทบไหม?