สรุปสั้นๆ ก่อนเลย

  • 1️⃣ Ledger มีรุ่นให้เลือกเยอะที่สุด และเป็นแบรนด์ที่ใช้กับ iPhone ได้ครอบคลุมที่สุดครับ
  • 2️⃣ Trezor เปิดซอร์สโค้ดทั้งหมด ใครอยากได้ของที่เปิดให้คนนอกตรวจได้จริง ทางนี้ตอบโจทย์
  • 3️⃣ SafePal S1 ไม่มีการเชื่อมต่อใดๆ เลย ไม่มีสาย ไม่มี Bluetooth คุยกันด้วย QR Code อย่างเดียว เริ่มที่ ฿2,190
  • 4️⃣ เรื่องที่หลายคนไม่รู้ Ledger รุ่นถูกสุดใช้กับ iPhone ไม่ได้ แต่ SafePal ที่ราคาใกล้กันใช้ได้ทุกรุ่น
  • 5️⃣ Trezor รุ่นล่างไม่มี Secure Element One กับ Model T ไม่มี ส่วน Safe 3, Safe 5 และ Safe 7 มีครบ

📊 เทียบสามแบรนด์ในตารางเดียว

แอดเอาข้อมูลจากหน้าสเปกของทั้งสามแบรนด์มาวางเทียบกันให้ดูรวดเดียวก่อนครับ ราคาทุกช่องเป็นราคาที่ SIAMBC ขายจริง

LedgerTrezorSafePal
เริ่มต้นที่฿2,060฿2,990฿2,190
รุ่นแพงสุด฿16,800฿11,900฿2,890
จำนวนรุ่นที่ขายอยู่553
Secure Elementทุกรุ่นเฉพาะ Safe 3, 5, 7ทุกรุ่น
โค้ดเปิดให้ตรวจสอบบางส่วนทั้งหมดใช่
ส่งเหรียญจาก iPhoneเกือบทุกรุ่นSafe 7 รุ่นเดียวทุกรุ่น
การเชื่อมต่อUSB-C, Bluetooth, NFCUSB-C, Bluetooth (Safe 7)QR Code, Bluetooth (X1)
Air-gapped ตัดขาดจากทุกอย่างไม่มีไม่มีS1 และ S1 Pro
จอสีFlex, StaxSafe 5, Safe 7S1, S1 Pro

ถ้าเพื่อนๆ ดูแค่แถวเดียว แอดแนะนำให้ดูแถว ส่งเหรียญจาก iPhone เพราะเป็นแถวที่ตัดตัวเลือกออกได้เร็วที่สุด และเป็นสาเหตุที่ลูกค้าซื้อผิดรุ่นบ่อยที่สุดด้วย

🔵 Ledger เหมาะกับใคร

Ledger เป็นแบรนด์ที่มีรุ่นให้เลือกเยอะที่สุดในสามแบรนด์นี้ ตั้งแต่ Nano S Plus ฿2,060 ไปจนถึง Stax ฿16,800 และทุกรุ่นมี Secure Element ที่ผ่านการรับรอง

จุดแข็งที่ชัดที่สุดคือ การใช้กับมือถือ ครับ Nano X, Nano Gen5, Flex และ Stax ต่อ Bluetooth กับ iPhone ได้หมด อีกสองแบรนด์ยังทำได้ไม่ครบทั้งไลน์แบบนี้

แต่มีข้อที่ต้องระวังอยู่ข้อหนึ่ง Nano S Plus รุ่นถูกที่สุด ราคา ฿2,060 ใช้กับ iOS ไม่ได้เลย Ledger เขียนไว้ในหน้าสินค้าตัวเองตรงๆ หลายคนเห็นราคาแล้วกดก่อน มารู้ทีหลังว่าเสียบ iPhone ไม่ได้

อีกอย่างที่แอดคิดว่าควรรู้ Nano S Plus ได้ใบรับรอง CC EAL6+ ส่วน Nano X ที่แพงกว่าเท่าตัวได้ CC EAL5+ เงินส่วนต่างซื้อ Bluetooth ไม่ได้ซื้อชั้นความปลอดภัย รายละเอียดแอดเทียบไว้แล้วในบทความเทียบ Ledger Nano สามรุ่น

🟢 Trezor เหมาะกับใคร

ถ้าให้แอดสรุป Trezor ด้วยคำเดียวคือ โปร่งใส ครับ ทั้งเฟิร์มแวร์และการออกแบบเปิดให้ทุกคนตรวจสอบได้ ใครที่ไม่อยากเชื่อแค่คำโฆษณาของผู้ผลิต แต่อยากให้มีคนนอกตรวจได้จริง แบรนด์นี้ตอบโจทย์

แต่มีข้อที่ต้องระวัง Trezor รุ่นล่างไม่มี Secure Element ครับ Trezor สงวนชิปตัวนี้ไว้ให้ Safe 3, Safe 5 และ Safe 7 เท่านั้น ส่วน One และ Model T ใช้วิธีอื่นคือเฟิร์มแวร์เปิดที่ตรวจสอบได้ บวก PIN และ Passphrase ถ้าอยากได้ชิปแต่ไม่อยากจ่ายราคารุ่นท็อป Safe 3 ที่ ฿3,690 คือตัวที่ถูกที่สุด

เรื่อง iPhone เป็นจุดอ่อนของ Trezor Safe 7 ที่ ฿11,900 เป็นรุ่นเดียวที่ส่งเหรียญจาก iPhone ได้ รุ่นอื่นเปิดแอปดูยอดได้ แต่เซ็นเพื่อส่งไม่ได้ ต้องใช้คอมพิวเตอร์หรือ Android

อีกอย่างที่ Trezor มีแต่เจ้าอื่นไม่ค่อยมี คือการแบ่งชุดคำออกเป็นหลายส่วน เก็บคนละที่ แล้วกำหนดว่าต้องใช้กี่ส่วนถึงจะกู้ได้ เหมาะกับคนที่กังวลเรื่องไฟไหม้หรือน้ำท่วมมากกว่าเรื่องขโมย แอดเทียบทุกรุ่นไว้แล้วในบทความเทียบ Trezor ทั้ง 5 รุ่น

🟡 SafePal เหมาะกับใคร

SafePal เป็นแบรนด์ที่ราคาถูกที่สุดในสามเจ้านี้ครับ S1 เริ่มที่ ฿2,190 และรุ่นแพงสุดคือ S1 Pro ที่ ฿2,890 เท่านั้น

แต่สิ่งที่ทำให้ SafePal น่าสนใจไม่ใช่ราคา S1 กับ S1 Pro เป็นวอลเล็ตแบบ Air-gapped จริงๆ คือไม่มี Bluetooth ไม่มี WiFi ไม่มี NFC และช่อง USB ใช้ชาร์จไฟอย่างเดียว ส่งข้อมูลไม่ได้

มือถือกับเครื่องคุยกันด้วย QR Code อย่างเดียว ยกขึ้นมาสแกนสลับกันไปมา เพราะฉะนั้นไม่ว่าเพื่อนๆ ใช้ iPhone หรือ Android ก็ใช้ได้เหมือนกัน กล้องมือถือทุกเครื่องอ่าน QR ได้อยู่แล้ว

ตรงนี้มีเรื่องน่าสนใจอยู่ครับ วอลเล็ตที่ถูกที่สุดในบทความนี้ใช้กับ iPhone ได้ แต่ Ledger Nano S Plus ราคา ฿2,060 กลับใช้ไม่ได้ เพราะ SafePal ไม่ต้องพึ่งการเชื่อมต่อของ iOS เลยตั้งแต่แรก

ส่วน X1 เป็นคนละแนวครับ ใช้ Bluetooth 5.0 ไม่ใช่ Air-gapped ใครเน้นความคล่องตัวในการใช้งานประจำวันมากกว่าการตัดขาดจากทุกอย่าง ก็เลือกตัวนี้ ทั้ง S1 และ S1 Pro ได้ CC EAL6+ และเปิดซอร์สโค้ด

📡 Air-gapped คืออะไร ทำไมถึงพูดถึงกันบ่อย

Air-gapped แปลตรงตัวคือ มีช่องอากาศคั่นอยู่ หมายถึงเครื่องไม่ได้ต่อกับอะไรทั้งนั้น ไม่มีสาย ไม่มีคลื่นวิทยุ

ที่คนพูดถึงกันเยอะเพราะช่องทางเชื่อมต่อทุกช่อง ก็เป็นช่องที่คนอื่นเข้ามาได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น USB, Bluetooth หรือ NFC ถ้าไม่มีช่องทางเหล่านั้นเลย ก็ไม่มีอะไรให้โจมตี

สิ่งที่ต้องแลกคือความสะดวกครับ ทุกครั้งที่จะโอน ต้องยกเครื่องขึ้นมาสแกน QR ไปกลับสองรอบ ซึ่งช้ากว่าการกดยืนยันผ่าน Bluetooth พอสมควร

แอดมองว่าเรื่องนี้ไม่มีคำตอบตายตัว ถ้าโอนเดือนละครั้งสองครั้ง Air-gapped แทบไม่รู้สึกว่าช้าเลย แต่ถ้าโอนทุกสัปดาห์ Bluetooth จะสบายกว่ามาก ดูจากว่าตัวเองใช้งานจริงแบบไหน ดีกว่าเลือกตามคำว่าปลอดภัยกว่า

เชื่อมเครื่องกับมือถือได้สามแบบ แต่ละแบบเปิดช่องทางไว้ไม่เท่ากัน
เชื่อมเครื่องกับมือถือได้สามแบบ แต่ละแบบเปิดช่องทางไว้ไม่เท่ากัน

🎯 สรุปว่าควรเลือกแบรนด์ไหน

สามแบรนด์ตอบคนละคำถาม ไม่ใช่สามเกรดของของอย่างเดียวกัน
สามแบรนด์ตอบคนละคำถาม ไม่ใช่สามเกรดของของอย่างเดียวกัน

ใช้ iPhone เป็นหลัก และอยากได้ตัวเลือกเยอะ ไป Ledger ครับ แต่ข้ามรุ่น Nano S Plus ไป เพราะใช้กับ iOS ไม่ได้ เริ่มที่ Nano X ฿4,200

ใช้ Android หรือคอมพิวเตอร์ และงบจำกัด Ledger Nano S Plus ฿2,060 คุ้มที่สุด ได้ CC EAL6+ เท่ารุ่นบนสุด

อยากได้ของที่เปิดโค้ดให้ตรวจได้ทั้งหมด ไป Trezor ถ้าต้องการ Secure Element ด้วย เริ่มที่ Safe 3 ฿3,690

อยากได้แบบไม่ต่อกับอะไรเลย หรืองบน้อยแต่ใช้ iPhone SafePal S1 ฿2,190 ตอบทั้งสองข้อพร้อมกัน

และไม่ว่าเลือกแบรนด์ไหน สิ่งที่ปกป้องเหรียญจริงๆ คือชุดคำกู้คืน ไม่ใช่ตัวเครื่องครับ เครื่องพังซื้อใหม่แล้วใส่ชุดคำเดิมได้ ชุดคำหายคือจบ เรื่องนี้แอดเขียนไว้ยาวในบทความเรื่อง Seed Phrase

Ledger Nano S Plus

Ledger

Ledger Nano S Plus

฿2,060

  • รุ่นเริ่มต้นที่คุ้มที่สุดในสามแบรนด์
  • ชิปผ่าน CC EAL6+ เท่ารุ่นบนสุดของ Ledger
  • USB-C อย่างเดียว ใช้กับ iPhone ไม่ได้
หยิบใส่ตะกร้า

มี 10 สีให้เลือกที่หน้าสินค้า

Trezor Safe 3

Trezor

Trezor Safe 3

฿3,690

  • Trezor รุ่นถูกที่สุดที่มี Secure Element
  • OPTIGA Trust M (V3) ผ่าน CC EAL6+
  • เปิดซอร์สโค้ดทั้งหมด แบ่งชุดคำเก็บหลายที่ได้
หยิบใส่ตะกร้า
SafePal S1

SafePal

SafePal S1

฿2,190

  • Air-gapped จริง ไม่มีสาย ไม่มี Bluetooth
  • คุยกันด้วย QR Code ใช้ได้ทั้ง iPhone และ Android
  • ชิปผ่าน CC EAL6+ จอสี 1.3 นิ้ว
หยิบใส่ตะกร้า

รุ่น S1 Pro ตัวถังอะลูมิเนียมและแบตใหญ่กว่า

❓ คำถามที่เจอบ่อย

แบรนด์ไหนปลอดภัยที่สุด

ทั้งสามแบรนด์เก็บกุญแจไว้ในเครื่องและให้เพื่อนๆ กดยืนยันบนตัวเครื่องเหมือนกันหมด หลักการเดียวกันเป๊ะ ต่างกันที่วิธีเดินไปถึงมากกว่าว่าใครสูงกว่าใคร Trezor เลือกทางเปิดโค้ดให้ตรวจ SafePal เลือกทางตัดการเชื่อมต่อทิ้ง Ledger เลือกทางชิปที่ผ่านการรับรองบวกความสะดวก ที่พลาดกันจริงๆ แทบไม่เคยเป็นเรื่องยี่ห้อ แต่เป็นการเก็บชุดคำกู้คืนไม่ดี

ย้ายจากแบรนด์หนึ่งไปอีกแบรนด์ได้ไหม

ได้ครับ ทั้งสามแบรนด์ใช้มาตรฐาน BIP39 เหมือนกัน เอาชุดคำเดิมใส่เครื่องใหม่ ยอดกลับมาครบ เพราะเหรียญอยู่บนบล็อกเชนไม่ได้อยู่ในเครื่อง ข้อยกเว้นคือชุดคำแบบแบ่งส่วนของ Trezor ที่ใช้อีกมาตรฐานหนึ่งและย้ายข้ามยี่ห้อไม่ได้เสมอไป

ซื้อรุ่นถูกสุดพอไหม

พอครับสำหรับคนส่วนใหญ่ ความต่างระหว่างรุ่นถูกกับรุ่นแพงในแบรนด์เดียวกันมักเป็นเรื่องจอ การเชื่อมต่อ และความสะดวก ไม่ใช่ว่ารุ่นถูกเก็บกุญแจได้แย่กว่า ที่ควรถามตัวเองก่อนคือใช้มือถืออะไร แล้วโอนบ่อยแค่ไหน สองข้อนี้ชี้ขาดกว่าราคา

ซื้อจากที่ไหนดี

ข้อนี้สำคัญกว่าที่คิดครับ ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตมือสองหรือของจากคนกลางที่ไม่รู้จักเสี่ยงจริงๆ เพราะถ้าเครื่องถูกตั้งค่ามาก่อน คนที่ตั้งค่าก็ถือชุดคำอยู่ SIAMBC เป็นตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต ของใหม่ซีลเดิมทุกเครื่อง วิธีดูว่าเครื่องถูกแกะมาก่อนหรือเปล่า แอดเขียนไว้ในบทความเรื่องวิธีดูเครื่องที่ถูกแกะ

🚨 กฎเหล็กข้อเดียวที่ต้องจำ

ใครก็ตามที่ขอวลีกู้คืนของเพื่อนๆ คือมิจฉาชีพ 100% ไม่มีข้อยกเว้น

ทาง SIAMBC และผู้ผลิตทุกรายไม่มีวันขอ ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นการเคลมประกัน ยืนยันตัวตน อัปเดตระบบ หรือกู้คืนบัญชีก็ตาม ชุดคำนั้นคือกุญแจสู่เงินของเพื่อนๆ ใครได้ไป เงินหายทันที ไม่มีทางเรียกคืนครับ

SIAMBC จำหน่าย Ledger, Trezor และ SafePal ในฐานะตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต ทำเรื่องฮาร์ดแวร์วอลเล็ตมาตั้งแต่ปี 2559 มีหน้าร้านที่กรุงเทพฯ เข้ามาจับเครื่องจริงเทียบกันก่อนตัดสินใจได้เลยครับ

บทความล่าสุด

ดูทั้งหมด

Trezor logo and a Trezor Safe 5 device against red binary code

ข้อมูลลูกค้า Trezor รั่ว 13,689 ราย แล้วคนไทยได้รับผลกระทบไหม?

Trezor เปิดเผยว่าข้อมูลลูกค้า 13,689 รายรั่วจากผู้ให้บริการจัดส่งภายนอก ชื่อ ที่อยู่ อีเมล และเบอร์โทรหลุด แต่กุญแจส่วนตัวและอุปกรณ์ไม่ได้รับผลกระทบ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ข้อมูลลูกค้า Trezor รั่ว 13,689 ราย แล้วคนไทยได้รับผลกระทบไหม?

Tangem, Trezor and Ledger hardware wallets side by side on a dark surface

Hardware Wallet คืออะไร ทำงานอย่างไร และใครควรใช้

ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตคืออุปกรณ์ที่เก็บกุญแจส่วนตัวไว้ในตัวเอง อธิบายว่าทำงานอย่างไร ป้องกันอะไรได้และป้องกันอะไรไม่ได้ พร้อมสิ่งที่ต้องตรวจก่อนซื้อ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hardware Wallet คืออะไร ทำงานอย่างไร และใครควรใช้

Keystone 3 Pro hardware wallet, front screen and rear camera

Keystone 3 Pro รีวิว วอลเล็ตออฟไลน์เต็มรูปแบบ จอ 4 นิ้ว สแกนลายนิ้วมือ

Keystone 3 Pro เซ็นธุรกรรมผ่าน QR และ microSD เท่านั้น พอร์ต USB-C ใช้ชาร์จอย่างเดียว มีชิปความปลอดภัยสามตัวและจอสัมผัส 4 นิ้ว รวมข้อดีข้อเสียที่ควรรู้ก่อนซื้อ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Keystone 3 Pro รีวิว วอลเล็ตออฟไลน์เต็มรูปแบบ จอ 4 นิ้ว สแกนลายนิ้วมือ