Hardware Wallet

วิธีแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์หา Trezor ไม่เจอ

หากต่อ Trezor แล้วคอมพิวเตอร์ไม่สามารถหา Trezor ได้ให้ทำตามขั้นตอนนี้ครับ โหลด Zadig USB drivers จาก ที่นี้ ให้ทำการติดตั้งลงบนเครื่อง ต่อ Trezor กับคอมพิวเตอร์โดยกดปุ่มสองปุ่มค้างเอาไว้แล้วต่อกับคอมพิวเตอร์ หลังจากนั้นค่อยปล่อยสองปุ่ม เปิดโปรแกรม Zadig และเลือก “Option” จากเมนูด้านบนและเลือก “List all devices” ในการเลือก Device listed ให้เลือก “Unknown Device #1” หรือคำใกล้เคียงคำดังกล่าว ทางด้านขวาของลูกศรสีเขียว ให้เลือก “libusb0 (v1.2.6.0)” จาก Options คลิ๊กที่ Option ที่มีคำว่า “Install Driver” หรือ “Replace Driver” รอจนเสร็จสิ้น และ ปิดโปรแกรม Zadig ดึง Trezor ออกและไปยัง Wallet ในเว็บ …

วิธีแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์หา Trezor ไม่เจอ Read More »

วิธีอัพเดทเฟิร์มแวร์ Ledger Nano S 1.3.1 ไปยัง 1.5.5

ตอนนี้การอัพเดทเฟิร์มแวร์ Ledger Nano S 1.3.1 ไป 1.5.5 ไม่สามารถทำได้โดยการใช้ Ledger Live 1.8.0 เพราะตัว Ledger จะติดอยู่ตรงหน้า Update หากต้องการอัพเดทจะต้องใช้ Ledger Live 1.7.0 ตามขั้นตอนต่อไปนี้ครับ 1. ทำการตรวจสอบว่ามีคำ 24 คำ เผื่อในกรณีที่การอัพเดทไม่เป็นไปตามคาดจะได้มีแบคอัพข้อมูลในตัวเครื่องครับ 2. ให้ไปดาวน์โหลด Ledger Live 1.7.0 ได้ที่นี้ สำหรับ Windows ให้ทำการดาวน์โหลด ตัวที่มีชื่อว่า ledger-live-desktop-1.7.0-win.exe ที่นี้ สำหรับ Mac ให้ทำการดาวน์โหลด ตัวที่มีชื่อว่า ledger-live-desktop-1.7.0-mac.dmg ที่นี้ 3. ติดตั้ง Ledger Live 1.7.0 ลงบนเครื่องและทำการอัพเดท Ledger Nano S โดยการกดปุ่มขวาบนตัว Nano S …

วิธีอัพเดทเฟิร์มแวร์ Ledger Nano S 1.3.1 ไปยัง 1.5.5 Read More »

Trezor ประกาศยกเลิกอัพเดท Google Chrome Extension

ทาง Trezor ได้ออกมาประกาศเมื่อวันนี้ว่า Google Chrome Extension จะถูกยกเลิก และได้นำเสนอโปรแกรม Trezor Bridge มาแทนที่ Chrome Extension สำหรับคนที่ไม่ชอบการการลงโปรแกรมก็ไม่ต้องกังวลอะไรนะครับ เพราะ Trezor รู้ดีว่าผู้ใช้บางท่านต้องการใช้งานง่ายๆและไม่ต้องการความยุ่งยากจึงเพิ่มวิธีใหม่เรียกว่า WebUSB มาเพิ่มด้วย คุณสมบัติของ WebUSB คือการเชื่อมต่อผ่าน Google Chrome ได้โดยตรง และไม่จำเป็นต้องลงโปรแกรมเพิ่มเติม ซึ่งทาง Trezor จะออกเฟิร์มแวร์ตัวใหม่เร็วๆนี้ สำหรับคนที่มี Google Chrome Extension อยู่แล้วก็สามารถใช้งานผ่าน Chrome Extension ได้ตามปกติ แต่ทาง Trezor จะไม่มีทำการอัพเดทให้กับ Chrome Extension อีกต่อไป   Trezor ยังประกาศสินค้าใหม่ Trezor Model T อีกด้วย หากท่านใดสนใจให้ดูจากแหล่งอ้างอิงตามลิ้งเลยครับ   หากมีคำถามเพิ่มเติม ติดต่อเราได้ที่ [email protected]

Trezor ประกาศยกเลิกอัพเดท Google Chrome Extension Read More »

ข้อแตกต่างระหว่าง Ledger, Trezor, Bitbox และ Keepkey

ตารางแสดงข้อแตกต่างระหว่าง Ledger, Trezor, Bitbox และ Keepkey *แก้ไข 27.02.18: OTG รองรับเฉพาะระบบ Android เท่านั้น *แก้ไข 01.03.18: Trezor ได้ออกมาประกาศยกเลิกการอัพเดท Google Chrome Extension อ่านต่อได้ที่ ลิ้งค์นี้ Table last updated: 13.02.2018 ตารางถูกอัพเดทล่าสุด 13.02.2018 *เราไม่สามารถชดเชยความเสียหายใดๆได้ในกรณีที่เกิดความเสียหายจากการใช้ข้อมูลจากตารางนี้

เรียนกรณีที่มีผู้ใช้ Ledger ถูกแฮก

ทาง Siambc สามารถยืนยันได้ว่าตัว Ledger เองไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างไรและไม่สามารถถูกแฮกได้ วิธีการที่แฮกเกอร์ใช้คือดัดแปลงข้อมูลที่แสดงขึนมาบนหน้าจอของ Chrome Extension ทำให้ผู้ใช้ที่ไม่ทันระวังตัวส่งบิทคอยน์ไปให้กับบัญชีของแฮกเกอร์ วิธีป้องกันคือตรวจสอบบัญชีที่เราต้องการส่งบิทคอยน์ไปให้บนหน้าจอของ Ledger ก่อนกดปุ่มยืนยัน (และเช่นกันในกรณีจะส่งเข้า Ledger เพราะแฮกเกอร์สามารถเปลี่ยนแปลงเลขบัญชีรับบิทคอยน์ของผู้ใช้บนหน้าจอได้) หากต้องการให้เลขที่บัญชีแสดงขึ้นบนหน้าจอ Ledger ให้กดปุ่มตามรูปด้านล้างครับ หากมีคำถามเพิ่มเติม ติดต่อเราได้ที่ [email protected]

BIP คืออะไร? และกระเป๋าฮาร์ดแวร์ทำการแบ็คอัพจากคำ 24 คำได้อย่างไร?

หลายๆคนที่ใช้ Ledger, Trezor, Bitbox หรือประเป๋าฮาร์ดแวร์ยี่ห้ออื่นๆที่รองรับ BIP32, BIP39 หรือ BIP44 อาจสงสัยว่าตัวกระเป๋าฮาร์ดแวร์ที่เรามีนั้นใช้อะไรเพื่อแบ็คอัพหรือทำการสำรองข้อมูล ในบทความนี้เราจะมาพูดถึง BIP กันครับ BIP คืออะไร? BIP32, BIP39 และ BIP44 แตกต่างกันอย่างไร? กระเป๋าฮาร์ดแวร์และโปรแกรมกระเป๋าคริปโตเคอเรนซี่ทำการแบ็คอัพอย่างไร? (สำหรับคนที่ต้องการทำความเข้าใจง่ายๆ และดูตัวอย่างสั่นๆให้ข้ามมาอ่านหัวข้อนี้ได้เลยครับ)   BIP คืออะไร? เนื่องจาก Bitcoin (บิทคอยน์) เป็นเครือข่ายบนโลกออนไลน์ที่ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งสามารถควบคุมได้ ดังนั้นการอัพเกรดเครือข่ายจำเป็นต้องมีการแสดงความเห็นและการยอมรับในการเปลี่ยนแปลงนั้นๆโดยคนหมู่มาก BIP ย่อมาจาก “Bitcoin Improvement Proposals” หรือก็คือ “ข้อเสนอการปรับปรุงระบบบิทคอยน์” และมีทั้งหมด 3 แบบด้วยกัน 1. Standard track BIPs, 2. Informational BIPs และ 3. Process BIPs ซึ่งผมจะไม่ขอเข้าไปในรายละเอียดนี้เพราะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสิ่งที่ผมอยากจะพูดถึง สั้นๆคือ BIP เปรียบเสมือนสถานที่แชร์ข้อมูลอย่างหนึ่งเกี่ยวกับการทำงานของระบบบิทคอยน์หรือบล็อกเชน …

BIP คืออะไร? และกระเป๋าฮาร์ดแวร์ทำการแบ็คอัพจากคำ 24 คำได้อย่างไร? Read More »

Digital Bitbox คืออะไร?

[fusion_builder_container hundred_percent=”no” equal_height_columns=”no” menu_anchor=”” hide_on_mobile=”small-visibility,medium-visibility,large-visibility” class=”” id=”” background_color=”” background_image=”” background_position=”center center” background_repeat=”no-repeat” fade=”no” background_parallax=”none” parallax_speed=”0.3″ video_mp4=”” video_webm=”” video_ogv=”” video_url=”” video_aspect_ratio=”16:9″ video_loop=”yes” video_mute=”yes” overlay_color=”” video_preview_image=”” border_size=”” border_color=”” border_style=”solid” padding_top=”” padding_bottom=”” padding_left=”” padding_right=””][fusion_builder_row][fusion_builder_column type=”1_1″ layout=”1_1″ background_position=”left top” background_color=”” border_size=”” border_color=”” border_style=”solid” border_position=”all” spacing=”yes” background_image=”” background_repeat=”no-repeat” padding=”” margin_top=”0px” margin_bottom=”0px” class=”” id=”” animation_type=”” animation_speed=”0.3″ animation_direction=”left” hide_on_mobile=”small-visibility,medium-visibility,large-visibility” center_content=”no” last=”no” min_height=”” …

Digital Bitbox คืออะไร? Read More »

เรียนเรื่องซีลป้องกันการปลอมแปลง (Tamper proof seal)

เรียนลูกค้าทุกท่าน ทางเราขอแจ้งเรื่องสินค้าที่ไม่มีซีลจากโรงงานว่าบริษัท Ledger ได้ยกเลิกการใช้ซีลป้องกันการปลอมแปลงโดยให้เหตุผลว่าซีลนั้นไม่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยของสินค้า และได้เปลี่ยนไปใช้ระบบที่เรียกว่า attestation ซึ่งโปรแกรมของ Ledger จะทำการตรวจสอบตัวอุปกรณ์โดยอัตโนมัติ ข้อดีของวิธีนี้คือป้องกันการติดซีลของปลอมซึ่งสามารถทำได้ง่ายกว่าการตรวจสอบแบบ attestation โดยหากเป็นสินค้าปลอมตัวโปรแกรมของ Ledger จะไม่รับรองและจะไม่สามารถใช้งานบนตัวโปรแกรมได้ เพราะเหตุนี้สินค้าที่ผลิตใหม่จากทาง Ledger จะไม่มีซีลป้องกันการปลอมแปลงอีกต่อไป และมีเป็นเพียงซีลพลาสติกครับ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ [email protected] จึงเรียนมาเพื่อทราบ   แหล่งที่มา 1: ใบ “Did you notice” ที่มาภายในกล่องสินค้า แหล่งที่มา 2: https://ledger.zendesk.com/hc/en-us/articles/115005211225-Tamper-proof-seal คำอธิบายเพิ่มเติมจาก Ledger: https://www.ledger.fr/2015/03/27/how-to-protect-hardware-wallets-against-tampering/  

วิธีกู้ข้อมูลกระเป๋า Ledger

ในกรณีที่กระเป๋า Ledger สูญหายหรือถูกขโมย คุณจำเป็นต้องมีคำ 24 คำที่ได้จดไว้ในการติดตั้งครั้งแรกเผื่อกู้ข้อมูลกระเป๋า Ledger

การกู้ข้อมูลนั้นสามารถทำได้ 2 วิธีหลักๆด้วยกัน คือ:

  1. กู้บนกระเป๋า Ledger อันใหม่หรือบนกระเป๋าที่รองรับคำ 24 คำ
  2. กู้ public และ private key โดยตรงบนโปรแกรม BIP39

 

1. การกู้บนกระเป๋า Ledger อันใหม่หรือบนกระเป๋าที่รองรับคำ 24 คำ

  1. ให้ต่อกระเป๋า Ledger อันใหม่และเลือก “Restore configuration?”
  2. ทำการตั้งรหัสตัวเลขสำหรับ Ledger อันใหม่
  3. บนหน้าจอ “3. Enter your recovery phrase” ให้กดสองปุ่มพร้อมกันและเลือก “24 words”
    • จากนั้นให้พิมพ์คำ 24 คำตามลำดับเพื่อกู้ข้อมูล
    • เมื่อสำเร็จ หน้าจอจะแสดงว่า “Your device is now ready” แปลว่าการกู้ข้อมูลสำเร็จและสามารถใช้ Ledger ตัวใหม่ได้ทันที

ทั้งนี้หากคุณไม่ต้องการซื้อกระเป๋า Ledger ตัวใหม่ สามารถกู้ข้อมูลนี้ได้จากโปรแกรมที่รองรับคำ 24 คำ เช่นจาก

  1. MyEtherWallet.com (สำหรับ ETH)
    • ให้เข้าไปที่ลิ้ง: https://www.myetherwallet.com/#view-wallet-info
    • เลือก “Mnemonic Phrase” จากนั้นพิมพ์คำ 24 คำในช่องโดยให้ใช้ตัวพิมพ์เล็กทุกตัว ตามด้วยเว้นวรรค 1 ครั้งหลังทุกคำ
    • เช่น yard fix trash enable fog aspect used law physical achieve inside ribbon month noodle tiger chief antique siren also sun loyal receive furnace zoo
  2. Wallet.MyTrezor.com (สำหรับสกุลดิจิตอลที่ Trezor รองรับ)
  3. และโปรแกรมอื่นๆ อีกมากมาย

2. การกู้ public และ private key โดยตรงบนโปรแกรม BIP39

คุณสามารถดู public และ private key ได้เองจากโปรแกรม BIP39 ฟรี เช่นจากเว็บของ Ledger ตามลิ้งนี้ครับ:

  • Ledger: https://www.ledgerwallet.com/support/bip39-standalone.html
  • ทั้งนี้ทางเราไม่แนะนำให้กู้ข้อมูลโดยวิธีนี้เพราะมีความยุ่งยากมากกว่าการกู้ในข้อ 1 และไม่เหมาะกับผู้ใช้ใหม่

***อ่านก่อนใช้: ทาง Siambc และ Ledger ไม่รับประกันความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นจากการใช้โปรแกรมนี้ ไม่ว่าความเสียหายจะเกิดขึ้นจากทางคุณ ทางเราหรือ ทาง Ledger ผู้ใช้ควรศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนการใช้งาน

  1. ไปยังลิ้ง https://www.ledgerwallet.com/support/bip39-standalone.html
    • หากไม่ต้องการกู้แบบออฟไลน์ให้ข้ามไปยังข้อ 2
    • หากต้องการกู้แบบออฟไลน์ให้คลิ๊กเมาส์ขวาบนหน้าเว็บและเซฟหน้าเว็บโดยการเลือก “บันทึกเป็น” หรือ “Save as” ลงบนคอมพิวเตอร์ของคุณ จากนั้นให้เปิดไฟล์ที่ได้โหลดไว้ และไปยังข้อ 2
  1. ในช่อง “BIP39 Mnemonic” ให้พิมพ์คำ 24 คำ โดยให้ใช้ตัวพิมพ์เล็กทุกตัว ตามด้วยเว้นวรรค 1 ครั้งหลังทุกคำ
    • เช่น yard fix trash enable fog aspect used law physical achieve inside ribbon month noodle tiger chief antique siren also sun loyal receive furnace zoo
  1. หลังจากพิมพ์ 24 คำสำเร็จ หน้าเว็บจะโหลดข้อมูลอัตโนมัติ
    • ให้เราเลื่อนลงไปที่ “Derivation Path” และ เลือก “BIP44″
    • ในช่อง External/Internal ให้ใส่เลข 0 เพื่อดู address ปกติ และ 1 เพื่อดู address ที่เรียกว่า change
    • จากนั้นให้เลื่อนลงไปที่ “Derived Addresses” เราจะเห็น address, public key และ private key โดยแถวแรกจะเป็น address แรกที่กระเป๋า Ledger ของคุณได้ใช้งาน แถวที่สองจะเป็น address ที่สอง ฯลฯ

หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อเราได้ที่อีเมล [email protected]

เทคโนโลยี Blockchain (บล็อกเชน) เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยของการใช้จ่ายผ่าน สกุลเงิน Bitcoin (บิทคอยน์)

ในปัจจุบันนั้นได้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมากกับชีวิตประจำวันของเรา โดยบทบาทของเทคโนโลยีต่างๆได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆในช่วงสิบปีที่ผ่านมา และหนึ่งในเทคโนโลยีที่ไม่อาจที่จะพลาดที่จะกล่าวถึงได้เลยนั้นก็คือเทคโนโลยีการจัดการการเงินออนไลน์อย่างเทคโนโลยี Blockchain (บล็อกเชน) ควบคู่กับการใช้งานสกุลเงิน Bitcoin (บิทคอยน์) โดยทั้งสองเทคโนโลยีนั้นช่วยกันผสานให้การจัดการการโอนเงินและระบบเงินต่างๆมีความสะดวกสบายต่อผู้ใช้งานได้อย่างมากยิ่งขึ้นและยังช่วยเพิ่มระดับความปลอดภัยให้กับผู้เข้าใช้งานอีกด้วย โดยสกุลเงิน Bitcoin (บิทคอยน์) เป็นสกุลเงินดิจิตอลที่ถูกสร้างขึ้นด้วยการสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งการเก็บรักษาเงินดิจิตอล Bitcoin (บิทคอยน์) นั้นก็สามารถที่จะเลือกจัดเก็บได้หลากหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการเก็บสกุลเงิน Bitcoin (บิทคอยน์) โดยการใช้กระเป๋าสตางค์เก็บสกุลเงิน bitcoin อย่าง Ledger, Trezor หรือ KeepKey ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างสูงเพราะเป็นวิธีที่จัดเก็บเงินดิจิตอล Bitcoin (บิทคอยน์) ได้อย่างมีคุณภาพ และยากต่อการถูกโจรกรรมเพราะมีการเข้ารหัสเฉพาะที่ผู้ใช้เป็นคนตั้งขึ้นเอง จึงเห็นได้ว่าการที่เทคโนโลยีพัฒนาขึ้นมากนั้นช่วยทำให้การซื้อขายแลกเปลี่ยนทำได้ง่าย มีความปลอดภัย และลดค่าใช้จ่ายลง เพราะหากเราไปโอนเงินข้ามประเทศที่ธนาคารนั้นจะเสียค่าธรรมเนียมมหาศาล แต่เมื่อโอนสกุลเงิน bitcoin ผ่านเทคโนโลยี Blockchain (บล็อกเชน) นั้นเราจะไม่ถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมของการโอนเงินแต่อย่างใดค่ะ