สรุปข่าวนี้ใน 1 นาที
- คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างกฎหมายตลาดทุน 4 ฉบับ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569
- มีเพียงฉบับเดียวที่แก้ไขกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง ส่วนอีก 3 ฉบับเกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า และทรัสต์
- สาระสำคัญสำหรับวงการคริปโตคือการเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ ก.ล.ต. ร่วมสอบสวนคดีที่มีผลกระทบรุนแรงกับตำรวจหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ
- เป้าหมายคือทำให้การรวบรวมพยานหลักฐานก่อนส่งฟ้องรวดเร็ว ต่อเนื่อง และครบถ้วนขึ้น
- ร่างกฎหมายยังต้องผ่านรัฐสภา จึงยังไม่มีผลต่อการซื้อขาย การโอน หรือการถือครองคริปโตในขณะนี้
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกฎหมายตลาดทุนรวม 4 ฉบับ หนึ่งในนั้นคือร่างกฎหมายแก้ไขพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ซึ่งมีสาระสำคัญอยู่ที่การเพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่ ก.ล.ต. เข้าไปสอบสวนร่วมกับตำรวจหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษในคดีที่สร้างความเสียหายรุนแรง
อย่างไรก็ตาม มติครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่ากฎหมายมีผลใช้บังคับแล้ว และไม่ได้หมายความว่าทั้ง 4 ฉบับเป็นกฎหมายคริปโตโดยตรง เพราะกฎหมายอีก 3 ฉบับเกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า และทรัสต์ในตลาดทุน
ร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับมีอะไรบ้าง
กฎหมายชุดนี้ประกอบด้วยร่างกฎหมาย 4 ฉบับ ซึ่งมีขอบเขตแตกต่างกันดังนี้
| ร่างกฎหมาย | เนื้อหาหลัก | เกี่ยวกับคริปโตโดยตรง |
|---|---|---|
| พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ | ระบบดิจิทัลในตลาดทุน การกำกับผู้ให้บริการและผู้ตรวจสอบ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมาย | ไม่โดยตรง |
| พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า | รองรับกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์และเพิ่มประสิทธิภาพการสอบสวนคดีสำคัญ | ไม่โดยตรง |
| พระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน | รองรับการส่ง รับ และจัดการเอกสารหรือข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ | ไม่โดยตรง |
| กฎหมายแก้ไขพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 | เปิดทางให้เจ้าหน้าที่ ก.ล.ต. ร่วมสอบสวนคดีที่มีผลกระทบรุนแรง | เกี่ยวข้องโดยตรง |
เนื้อหาทั้งหมดครอบคลุมตั้งแต่การรองรับเอกสารและธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ การกำกับผู้ให้บริการระบบสำคัญของตลาดทุน การดูแลผู้ประกอบธุรกิจและผู้ที่มีหน้าที่ตรวจสอบข้อมูล ไปจนถึงการปรับปรุงวิธีบังคับใช้กฎหมาย
ดังนั้น การเรียกร่างกฎหมายทั้งหมดว่า “กฎหมายคริปโต 4 ฉบับ” อาจทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อน ความจริงคือเป็นการปรับปรุงกฎหมายตลาดทุนครั้งใหญ่ โดยมีหนึ่งฉบับที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง
กฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลจะแก้ไขเรื่องใด
ประเด็นสำคัญคือการเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ ก.ล.ต. เข้าร่วมสอบสวนคดีที่มีผลกระทบรุนแรงกับพนักงานสอบสวนหรือตำรวจ รวมถึงพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ
ที่ผ่านมา ก.ล.ต. มีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง รวบรวมข้อมูล และดำเนินมาตรการตามอำนาจของหน่วยงาน แต่เมื่อคดีเข้าข่ายความผิดอาญา การสอบสวนเพื่อส่งอัยการยังต้องอาศัยพนักงานสอบสวนตามกฎหมาย
ปัญหาคือคดีสินทรัพย์ดิจิทัลมักมีข้อมูลจำนวนมาก กระจายอยู่หลายระบบ และอาจเชื่อมโยงกับผู้ให้บริการหรือกระเป๋าคริปโตในต่างประเทศ การส่งต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงานจึงอาจใช้เวลานาน หากเจ้าหน้าที่ที่เข้าใจตลาดทุนและสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถร่วมสอบสวนตั้งแต่ต้น การรวบรวมหลักฐานก็มีโอกาสทำได้ต่อเนื่องและตรงประเด็นมากขึ้น
ก.ล.ต. จะมีอำนาจสอบสวนทุกคดีหรือไม่
จากข้อมูลที่เปิดเผยในขณะนี้ อำนาจสอบสวนร่วมจะมุ่งไปที่ความผิดบางประเภทซึ่งมีผลกระทบรุนแรงต่อความเชื่อมั่นในตลาดทุนหรือระบบเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ได้หมายความว่า ก.ล.ต. จะเข้ามาสอบสวนคดีคริปโตทุกกรณี หรือทำหน้าที่แทนตำรวจทั้งหมด
รายละเอียดสำคัญ เช่น หลักเกณฑ์ที่ใช้พิจารณาว่าคดีใดเข้าข่ายคดีที่มีผลกระทบรุนแรง วิธีแบ่งหน้าที่ระหว่างหน่วยงาน และขั้นตอนการใช้อำนาจ ยังต้องติดตามจากเนื้อหากฎหมายฉบับสุดท้ายและกฎเกณฑ์ที่จะออกตามมา
สิ่งที่ควรเข้าใจให้ถูกต้อง
- มติ ครม. ยังไม่ทำให้ร่างกฎหมายมีผลใช้บังคับทันที
- ข้อเสนอพูดถึงการสอบสวนร่วม ไม่ใช่การให้ ก.ล.ต. ทำหน้าที่แทนตำรวจทุกขั้นตอน
- ขอบเขตของคดีที่มีผลกระทบรุนแรงยังต้องดูจากกฎหมายฉบับสุดท้าย
- ยังไม่มีข้อกำหนดใหม่ที่บังคับให้ผู้ถือคริปโตทั่วไปเปลี่ยนวิธีเก็บหรือโอนสินทรัพย์
เหตุใดคดีคริปโตขนาดใหญ่จึงสอบสวนยาก
คดีคริปโตไม่ได้มีเพียงรายการเงินเข้าและออกจากบัญชีธนาคาร แต่ยังอาจเกี่ยวข้องกับที่อยู่กระเป๋าหลายชุด การโอนข้ามเครือข่าย สัญญาอัจฉริยะ ศูนย์ซื้อขายต่างประเทศ และการปกปิดเส้นทางผ่านกระเป๋าจำนวนมาก
แม้ข้อมูลบนบล็อกเชนจะตรวจสอบย้อนหลังได้ แต่การเชื่อมโยงที่อยู่กระเป๋าเข้ากับบุคคล การขอข้อมูลจากต่างประเทศ และการพิสูจน์ว่าใครเป็นผู้ควบคุมทรัพย์สินจริงยังเป็นงานที่ต้องใช้ทั้งความรู้เฉพาะทางและอำนาจตามกฎหมาย
การให้ ก.ล.ต. ร่วมสอบสวนจึงอาจช่วยลดช่วงรอยต่อระหว่างการตรวจสอบด้านตลาดทุนกับการดำเนินคดีอาญา โดยเฉพาะคดีฉ้อโกงขนาดใหญ่ การปั่นราคา การใช้ข้อมูลภายใน หรือการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต
ผู้ลงทุนคริปโตทั่วไปจะได้รับผลกระทบอย่างไร
ในระยะสั้น ผู้ลงทุนทั่วไปยังไม่ต้องเปลี่ยนวิธีซื้อขาย โอน หรือเก็บรักษาสินทรัพย์ เพราะร่างกฎหมายยังไม่ผ่านรัฐสภาและยังไม่มีผลใช้บังคับ
หากกฎหมายผ่าน ผลที่ประชาชนอาจสัมผัสได้มากกว่าคือการดำเนินคดีขนาดใหญ่ที่รวดเร็วขึ้น การประสานงานระหว่างหน่วยงานที่ต่อเนื่องขึ้น และแรงกดดันให้ผู้ประกอบธุรกิจระมัดระวังเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายมากกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม กฎหมายไม่ได้ทำให้ความเสียหายจากการลงทุนได้รับการชดเชยโดยอัตโนมัติ และไม่ได้รับประกันว่าจะติดตามทรัพย์สินคืนได้ทุกกรณี ผู้ลงทุนยังต้องตรวจสอบผู้ให้บริการ ระวังโครงการที่ให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน และไม่ส่งเงินหรือสินทรัพย์ให้บุคคลที่ไม่สามารถตรวจสอบตัวตนได้
สิ่งที่ต้องจับตาหลังจากนี้
1. ขอบเขตของคดีที่มีผลกระทบรุนแรง
หากกำหนดไว้กว้างเกินไปอาจทำให้เกิดคำถามเรื่องการใช้อำนาจ แต่หากแคบเกินไป กฎหมายก็อาจไม่ช่วยแก้ปัญหาในทางปฏิบัติ
2. การคุ้มครองสิทธิและข้อมูล
การรักษาความลับของข้อมูลและการกำหนดหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานต้องมีความชัดเจน เพราะการสอบสวนที่รวดเร็วควรดำเนินควบคู่กับกระบวนการที่ตรวจสอบได้
3. ความพร้อมของเจ้าหน้าที่และเครื่องมือ
หากหน่วยงานมีอำนาจเพิ่มขึ้นแต่ไม่มีผู้เชี่ยวชาญหรือระบบวิเคราะห์ข้อมูลเพียงพอ ผลลัพธ์อาจไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก
กฎหมายมีผลใช้บังคับแล้วหรือยัง
ยังไม่มีผลใช้บังคับ มติ ครม. เป็นเพียงการเห็นชอบให้ร่างกฎหมายเดินหน้าไปสู่ขั้นตอนต่อไป ร่างทั้ง 4 ฉบับยังต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภา ก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลตามวันที่กฎหมายกำหนด
ระหว่างการพิจารณา เนื้อหาบางส่วนอาจถูกแก้ไขเพิ่มเติมได้ จึงไม่ควรสรุปว่าข้อเสนอทั้งหมดจะกลายเป็นกฎหมายโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง
คำถามที่พบบ่อย
ครม. เห็นชอบกฎหมายคริปโต 4 ฉบับจริงหรือไม่
ไม่ทั้งหมด ครม. เห็นชอบร่างกฎหมายตลาดทุน 4 ฉบับ โดยมีเพียงหนึ่งฉบับที่แก้ไขกฎหมายการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง
ก.ล.ต. จะจับกุมผู้กระทำผิดเองได้หรือไม่
ข้อมูลที่ประกาศระบุเรื่องอำนาจสอบสวนร่วม ไม่ได้ระบุว่า ก.ล.ต. จะมีอำนาจจับกุมหรือทำหน้าที่แทนตำรวจทั้งหมด ขอบเขตที่แน่นอนต้องพิจารณาจากกฎหมายฉบับที่ผ่านรัฐสภาแล้ว
ผู้ถือคริปโตในกระเป๋าส่วนตัวต้องทำอะไรหรือไม่
ขณะนี้ยังไม่มีข้อกำหนดใหม่ที่ทำให้ผู้ถือคริปโตทั่วไปต้องเปลี่ยนวิธีเก็บรักษาหรือย้ายสินทรัพย์จากกระเป๋าส่วนตัว
การซื้อขายคริปโตจะถูกควบคุมเข้มขึ้นทันทีหรือไม่
ยังไม่เกิดขึ้นทันที เพราะร่างกฎหมายยังไม่มีผลใช้บังคับ และสาระที่ประกาศครั้งนี้เน้นเรื่องการสอบสวนร่วมในคดีสำคัญมากกว่าการกำหนดข้อห้ามใหม่สำหรับผู้ลงทุนทั่วไป
สรุป
มติ ครม. ครั้งนี้เป็นความพยายามลดข้อจำกัดในการดำเนินคดีตลาดทุนและสินทรัพย์ดิจิทัล โดยให้เจ้าหน้าที่ ก.ล.ต. สามารถนำความรู้เฉพาะทางเข้าไปร่วมกับกระบวนการสอบสวนคดีสำคัญได้ตั้งแต่ต้น
สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คืออย่าเพิ่งเข้าใจว่ากฎหมายมีผลแล้ว หรือประเทศไทยออกกฎหมายคริปโตใหม่พร้อมกัน 4 ฉบับ ขั้นตอนยังไม่สิ้นสุด และรายละเอียดเรื่องขอบเขตอำนาจ การคุ้มครองสิทธิ และหลักเกณฑ์เลือกคดีจะเป็นตัวตัดสินว่ากฎหมายชุดนี้ช่วยให้การบังคับใช้กฎหมายดีขึ้นได้จริงเพียงใด
บทความนี้อ้างอิงสถานะของร่างกฎหมาย ณ วันที่ 27 สิงหาคม 2569 และมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำด้านกฎหมายหรือการลงทุน





แชร์:
ภาษีคริปโตในประเทศไทย ปี 2569: กำไรแบบไหนได้รับยกเว้น รายได้แบบไหนยังต้องเสียภาษี
เงินเกือบ 17 ล้านบาทหายจาก Bitget Wallet ทั้งที่มือถืออยู่กับตัว เกิดขึ้นได้อย่างไร?