ภาษีคริปโตปี 2569 สรุปในหนึ่งนาที
- กำไรจากการขายหรือโอนคริปโตที่ทำผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งได้รับอนุญาตในประเทศไทย ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2572
- ผู้ประกอบธุรกิจที่เข้าเงื่อนไขต้องเป็นศูนย์ซื้อขาย นายหน้า หรือผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายไทย ไม่ใช่เพียงแพลตฟอร์มที่คนไทยเข้าใช้งานได้
- การยกเว้นนี้ไม่ได้ครอบคลุมรายได้คริปโตทุกประเภท ค่าจ้างที่รับเป็นคริปโต ผลตอบแทนจากการขุด การให้เหรียญเป็นรางวัล และผลตอบแทนจากการนำเหรียญไปสร้างผลตอบแทนยังต้องพิจารณาภาษีตามลักษณะของรายได้
- การซื้อแล้วถือไว้ หรือย้ายเหรียญระหว่างกระเป๋าของตนเอง โดยไม่มีการเปลี่ยนเจ้าของ โดยทั่วไปยังไม่ก่อให้เกิดเงินได้ แต่ควรเก็บหลักฐานว่าเป็นกระเป๋าของบุคคลเดียวกัน
- ธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศ ตลาดแบบไร้ตัวกลาง หรือการซื้อขายกันโดยตรง ไม่ได้รับยกเว้นโดยอัตโนมัติ
คำว่า “ภาษีคริปโต” มักทำให้หลายคนสับสน เพราะธุรกรรมที่ดูคล้ายกันในแอปอาจมีผลทางภาษีต่างกัน การซื้อเหรียญแล้วถือไว้ไม่เหมือนการขาย การย้ายเหรียญเข้ากระเป๋าของตนเองไม่เหมือนการส่งให้ผู้อื่น และกำไรจากการซื้อขายก็ไม่ใช่รายได้ประเภทเดียวกับค่าจ้างที่รับเป็นคริปโตหรือผลตอบแทนจากการขุด
ตั้งแต่ปี 2568 กฎของประเทศไทยเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ บุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นภาษีสำหรับกำไรจากการโอนคริปโตหรือโทเคนดิจิทัลผ่านผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายไทย แต่ข้อยกเว้นนี้มีทั้งกรอบเวลา ประเภทผู้ให้บริการ และลักษณะของรายได้ที่ต้องตรวจสอบให้ครบ การเห็นคำว่า “ยกเว้นภาษีคริปโต” จึงไม่ควรถูกตีความว่าธุรกรรมทุกแบบปลอดภาษีทั้งหมด
สรุปก่อน: เทรดคริปโตในไทยยังต้องเสียภาษีหรือไม่
หากเป็นกำไรจากการขายหรือโอนผ่านศูนย์ซื้อขาย นายหน้า หรือผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตในประเทศไทย และเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2572 กำไรส่วนนั้นได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
แต่หากเป็นรายได้จากการทำงาน การให้บริการ การขุด การแจกเหรียญเป็นรางวัล หรือผลตอบแทนจากการนำเหรียญไปสร้างผลตอบแทน ต้องพิจารณาตามที่มาของรายได้ ไม่ได้เปลี่ยนเป็นรายได้ยกเว้นเพียงเพราะรับชำระเป็นคริปโต ส่วนธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศ ตลาดแบบไร้ตัวกลาง หรือการซื้อขายนอกผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตในไทย ก็ต้องตรวจสอบแยกต่างหาก
เงื่อนไขยกเว้นภาษีกำไรจากคริปโตปี 2568-2572
กฎกระทรวงฉบับที่ 126 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ 399 กำหนดให้ผลประโยชน์จากการโอนคริปโตเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัล เฉพาะส่วนที่ตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน ได้รับยกเว้นภาษีเมื่อธุรกรรมเกิดขึ้นในช่องทางต่อไปนี้
- ทำในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาต
- ทำผ่านนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาต
- โอนให้แก่ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาต
ช่วงเวลาที่ได้รับยกเว้นคือเงินได้ที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2572 ดังนั้นปีภาษี 2569 อยู่ภายในช่วงยกเว้นดังกล่าว
จุดที่ควรตรวจสอบก่อนทำรายการ
ให้ตรวจชื่อผู้ให้บริการจาก รายชื่อผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลของสำนักงาน ก.ล.ต. และดูให้ตรงกับประเภทใบอนุญาตจริง การมีเว็บไซต์ภาษาไทย การรับลูกค้าคนไทย หรือการโอนเงินบาทเข้าได้ ไม่ได้แปลว่าผู้ให้บริการนั้นได้รับอนุญาตในประเทศไทยเสมอไป
ข้อยกเว้นใช้กับ “ผลประโยชน์ส่วนที่เกินกว่าที่ลงทุน” หรือกำไรจากการโอนที่เข้าเงื่อนไข ไม่ได้ทำให้เงินเดือน ค่าบริการ รางวัล หรือรายได้จากการประกอบกิจการกลายเป็นเงินได้ยกเว้นทั้งหมด
แต่ละธุรกรรมมีผลทางภาษีอย่างไร
| ลักษณะธุรกรรม | แนวทางพิจารณาในปี 2569 |
|---|---|
| ซื้อคริปโตแล้วถือไว้ | การถือไว้เฉยๆ ยังไม่ก่อให้เกิดรายได้จากการขาย จึงยังไม่มีผลกำไรที่ต้องนำมาพิจารณา |
| ขายได้กำไรผ่านผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตในไทย | กำไรจากการโอนเข้าเงื่อนไขยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในช่วงปี 2568-2572 |
| ขายผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศ | ไม่เข้าเงื่อนไขยกเว้นโดยอัตโนมัติ ต้องพิจารณาแหล่งเงินได้ สถานะผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษี และการนำเงินเข้าประเทศไทย |
| แลกเหรียญหนึ่งเป็นอีกเหรียญหนึ่ง | ถือเป็นการนำสินทรัพย์เดิมไปแลกเปลี่ยน หากทำผ่านช่องทางที่เข้าเงื่อนไข กำไรอาจได้รับยกเว้น แต่หากทำนอกช่องทางดังกล่าวต้องคำนวณมูลค่าและกำไรตามหลักทั่วไป |
| นำคริปโตไปซื้อสินค้า หรือชำระค่าบริการ | เป็นการนำคริปโตออกไปแลกกับสิ่งอื่น จึงอาจเกิดกำไรหรือขาดทุนจากการโอน ต้องดูว่าธุรกรรมเข้าเงื่อนไขยกเว้นหรือไม่ |
| ย้ายเหรียญจากแพลตฟอร์มไปยังกระเป๋าของตนเอง | หากเจ้าของสินทรัพย์ยังเป็นบุคคลเดิมและไม่ได้แลกเปลี่ยนหรือชำระให้ผู้อื่น โดยทั่วไปยังไม่เกิดเงินได้ ควรเก็บหลักฐานความเป็นเจ้าของทั้งสองฝั่ง |
| ส่งคริปโตให้ผู้อื่นเป็นของขวัญ | ต้องพิจารณาทั้งฝั่งผู้โอนและผู้รับตามข้อเท็จจริง มูลค่า และความสัมพันธ์ ไม่ควรสรุปว่าไม่มีภาษีเพียงเพราะไม่ได้รับเงินบาทกลับมา |
รายได้คริปโตประเภทใดยังต้องเสียภาษี
1. เงินเดือนหรือค่าจ้างที่รับเป็นคริปโต
การรับค่าจ้างเป็นคริปโตไม่ได้เปลี่ยนลักษณะของรายได้ หากเป็นเงินเดือนจากนายจ้างก็ยังเป็นเงินได้จากการจ้างแรงงาน หากเป็นค่ารับจ้างหรือค่าบริการก็พิจารณาตามลักษณะงาน มูลค่าที่ใช้คือมูลค่าเป็นเงินบาทในวันที่ได้รับ โดยควรใช้แหล่งราคาที่ตรวจสอบย้อนหลังได้และใช้หลักเดียวกันอย่างสม่ำเสมอ
เมื่อมูลค่าคริปโตที่ได้รับถูกนำมาคำนวณเป็นรายได้แล้ว มูลค่านั้นจะเป็นต้นทุนสำหรับการขายหรือโอนในภายหลัง เพื่อไม่ให้นำเงินก้อนเดียวกันมาคิดเป็นรายได้ซ้ำทั้งหมด
2. การขุดคริปโต
ตามแนวทางของกรมสรรพากร การได้รับเหรียญจากการขุดยังไม่ใช่จุดที่คิดภาษีทันที แต่เมื่อมีการขาย จ่าย โอน หรือแลกเปลี่ยน จึงต้องพิจารณารายได้จากการประกอบกิจการ ผู้ขุดสามารถนำค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและสมควรซึ่งเกี่ยวข้องกับกิจการมาหักได้เมื่อมีหลักฐาน เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าเช่าสถานที่ และค่าเสื่อมราคาของอุปกรณ์
อย่างไรก็ตาม การยกเว้นกำไรช่วงปี 2568-2572 เขียนไว้สำหรับผลประโยชน์จากการโอนผ่านผู้ประกอบธุรกิจที่เข้าเงื่อนไข ไม่ควรเหมารวมว่ารายรับจากกิจการขุดทั้งหมดได้รับยกเว้น ผู้ที่ขุดเป็นธุรกิจหรือมีรายการจำนวนมากควรแยกบัญชีต้นทุนและให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจรูปแบบรายได้จริง
3. ผลตอบแทนจากการนำเหรียญไปสร้างผลตอบแทน
เหรียญที่ได้รับจากการนำคริปโตไปวางเพื่อรับผลตอบแทน การให้สภาพคล่อง หรือผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนตามระยะเวลา อาจเป็นเงินได้ตั้งแต่วันที่ได้รับ โดยใช้มูลค่าเป็นเงินบาท ณ วันนั้น เมื่อนำเหรียญที่ได้รับไปขายภายหลัง มูลค่าที่เคยนำมาคำนวณเป็นรายได้จะใช้เป็นต้นทุนของเหรียญส่วนนั้น
บริการแต่ละแบบมีโครงสร้างไม่เหมือนกัน บางรายการเป็นผลตอบแทนจากคริปโต บางรายการเป็นผลประโยชน์จากโทเคนดิจิทัล และบางรายการอาจมีธุรกรรมหลายชั้น จึงควรบันทึกวันที่ จำนวนเหรียญ มูลค่าเงินบาท และค่าธรรมเนียมไว้ทุกครั้ง
4. เหรียญแจก รางวัล และสิทธิประโยชน์จากกิจกรรม
เหรียญที่ได้รับจากการทำภารกิจ การแนะนำผู้ใช้ การส่งเสริมการขาย หรือการแจกตามเงื่อนไข อาจเป็นเงินได้ในวันที่ผู้รับมีสิทธิครอบครองและนำไปใช้ได้จริง หากเหรียญยังติดเงื่อนไข ถอนหรือโอนไม่ได้ ต้องดูรายละเอียดของโครงการก่อนกำหนดวันที่รับรู้รายได้
5. ส่วนแบ่งกำไรจากโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน
ส่วนแบ่งกำไรหรือผลประโยชน์ในลักษณะเดียวกันที่ได้รับจากการถือโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนมีกฎเฉพาะ บุคคลธรรมดาสามารถเลือกไม่นำเงินได้นั้นไปรวมคำนวณภาษีปลายปีได้ เมื่อถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15 และเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เรื่องนี้ใช้กับผลประโยชน์จากโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน ไม่ใช่กฎทั่วไปสำหรับกำไรจากคริปโตทุกชนิด
ใช้แพลตฟอร์มต่างประเทศต้องระวังอะไร
ข้อยกเว้นช่วงปี 2568-2572 ระบุถึงผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายไทย จึงไม่ควรนำไปใช้กับแพลตฟอร์มต่างประเทศ ตลาดแบบไร้ตัวกลาง หรือการซื้อขายกันเองโดยอัตโนมัติ แม้ผู้ใช้จะอยู่ในประเทศไทยหรือเติมเงินจากบัญชีธนาคารไทยก็ตาม
หากเป็นเงินได้จากต่างประเทศ ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยรวมกันตั้งแต่ 180 วันขึ้นไปในปีภาษีอาจถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษี เงินได้จากต่างประเทศที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 และนำเข้ามาในประเทศไทยอาจต้องนำมารวมคำนวณภาษีในปีที่นำเข้า ทั้งนี้ การชี้ว่าเงินได้จากคริปโตรายการหนึ่งมีแหล่งอยู่ในหรือนอกประเทศไทยต้องดูข้อเท็จจริง เช่น สถานที่ดำเนินกิจกรรม ช่องทางซื้อขาย กระเป๋าที่ใช้ และคู่สัญญา
การโอนเงินผ่านหลายกระเป๋า การแปลงเป็นเหรียญที่ผูกมูลค่ากับเงินตรา หรือการยังไม่ถอนเข้าบัญชีธนาคาร ไม่ได้ทำให้หน้าที่ภาษีหายไปโดยอัตโนมัติ ผู้ที่ใช้แพลตฟอร์มต่างประเทศเป็นประจำควรแยกประวัติรายการไว้ต่างหาก และตรวจสิทธิใช้เครดิตภาษีต่างประเทศหากมีการเสียภาษีซ้ำซ้อน
กรณีไม่เข้าเงื่อนไขยกเว้น คำนวณต้นทุนอย่างไร
คู่มือของกรมสรรพากรรับรองวิธีคำนวณต้นทุนที่ใช้กันทั่วไปสองวิธี ได้แก่ การถือว่าเหรียญที่ซื้อก่อนถูกขายก่อน และวิธีต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ เมื่อเลือกวิธีใดแล้วควรใช้วิธีนั้นอย่างสม่ำเสมอตลอดปีภาษี และสามารถเปลี่ยนวิธีได้ในปีถัดไป
ต้นทุนไม่ได้มีเพียงราคาซื้อ แต่รวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสินทรัพย์ เช่น ค่าธรรมเนียมซื้อขายและค่าธรรมเนียมการโอนที่พิสูจน์ได้ ส่วนรายรับจากการขายควรแปลงเป็นเงินบาทตามมูลค่าในวันที่เกิดรายการ โดยใช้หลักฐานจากแพลตฟอร์มหรือแหล่งราคาที่เชื่อถือได้
ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติว่าซื้อบิตคอยน์ด้วยเงิน 300,000 บาท และมีต้นทุนที่เกี่ยวข้อง 1,000 บาท ต่อมาขายได้ 380,000 บาท กำไรก่อนพิจารณาข้อยกเว้นจะเท่ากับ 79,000 บาท
- หากขายในปี 2569 ผ่านผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตในประเทศไทย กำไร 79,000 บาทเข้าเงื่อนไขยกเว้น
- หากขายผ่านช่องทางที่ไม่เข้าเงื่อนไข ต้องพิจารณากำไร 79,000 บาทตามหลักภาษีทั่วไป รวมถึงแหล่งเงินได้และการนำเงินเข้าประเทศไทย
ตัวอย่างนี้ตั้งใจให้เห็นวิธีคิดพื้นฐานเท่านั้น ธุรกรรมจริงอาจมีหลายรอบซื้อ หลายกระเป๋า ค่าธรรมเนียมหลายประเภท หรือมีการแลกเหรียญระหว่างทาง ซึ่งต้องคำนวณเป็นรายรายการ
ภาษีเงินได้กับภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นคนละเรื่องกัน
นอกจากภาษีเงินได้แล้ว ประเทศไทยยังยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการโอนคริปโตเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์ผ่านศูนย์ซื้อขาย นายหน้า หรือผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาต โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป
การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นคนละกฎกับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จึงต้องแยกคำถามออกจากกันว่า ธุรกรรมนั้นได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ และเงินได้หรือกำไรของบุคคลนั้นได้รับยกเว้นภาษีเงินได้หรือไม่
เอกสารที่ผู้ลงทุนควรเก็บ
แม้กำไรจากธุรกรรมที่เข้าเงื่อนไขจะได้รับยกเว้น การเก็บข้อมูลยังมีความสำคัญ เพราะผู้เสียภาษีต้องสามารถแสดงได้ว่ารายการเกิดขึ้นเมื่อใด ผ่านผู้ให้บริการรายใด และเป็นรายได้ประเภทใด
- รายงานการซื้อขายประจำปีจากผู้ให้บริการ
- ประวัติการฝากและถอนเงินบาท
- ประวัติการฝาก ถอน และแลกเปลี่ยนคริปโต
- หมายเลขธุรกรรมบนบล็อกเชนและที่อยู่กระเป๋าที่เกี่ยวข้อง
- หลักฐานว่ากระเป๋าต้นทางและปลายทางเป็นของบุคคลเดียวกัน
- มูลค่าเงินบาท ณ วันที่ได้รับค่าจ้าง รางวัล หรือผลตอบแทน
- หลักฐานค่าธรรมเนียม ต้นทุนอุปกรณ์ ค่าไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย
- หลักฐานภาษีที่ชำระในต่างประเทศ หากต้องการใช้สิทธิเครดิตภาษี
ควรดาวน์โหลดรายงานไว้เป็นระยะ ไม่ควรรอจนถึงช่วงยื่นภาษี เพราะผู้ให้บริการบางรายเก็บข้อมูลย้อนหลังในหน้าบัญชีเป็นเวลาจำกัด และโครงการบางแห่งอาจยุติบริการในภายหลัง
ต้องยื่นแบบใดและเมื่อใด
กำไรจากการโอนที่ได้รับยกเว้นตามเงื่อนไขไม่ใช่เงินได้ที่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีบุคคลธรรมดา แต่รายได้คริปโตประเภทอื่นยังต้องรวมกับเงินได้ประเภทเดียวกันในรอบปีภาษี
- ผู้ที่มีรายได้อื่นนอกจากเงินเดือนมักใช้แบบ ภ.ง.ด.90
- ผู้ที่มีเฉพาะเงินได้จากการจ้างแรงงานตามเงื่อนไขของแบบ อาจใช้ ภ.ง.ด.91
- รายได้บางประเภทตามมาตรา 40 (5) ถึง (8) ที่เกิดในช่วงครึ่งปีแรก อาจมีหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.94 กลางปีด้วย
แบบประจำปีโดยทั่วไปยื่นภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป ส่วนการยื่นผ่านระบบออนไลน์อาจได้รับการขยายเวลาตามประกาศในแต่ละปี ผู้เสียภาษีควรตรวจวันสิ้นสุดล่าสุดจากกรมสรรพากรก่อนยื่นจริง
อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นอัตราก้าวหน้าตั้งแต่ร้อยละ 0 ถึง 35 หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนตามสิทธิ จึงไม่สามารถนำยอดรายได้คริปโตไปคูณด้วยอัตราเดียวแล้วใช้ได้กับทุกคน
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
“ยังไม่ถอนเงินบาทเข้าธนาคาร จึงยังไม่เกิดภาษี”
ไม่ถูกต้องเสมอไป การแลกเหรียญ การนำไปซื้อสินค้า หรือการได้รับผลตอบแทนอาจเป็นเหตุให้ต้องรับรู้รายได้หรือกำไร แม้เงินยังอยู่บนแพลตฟอร์มหรืออยู่ในรูปคริปโต
“ตั้งแต่ปี 2568 คริปโตทุกอย่างไม่เสียภาษีแล้ว”
ไม่ใช่ การยกเว้นจำกัดเฉพาะกำไรจากการโอนผ่านผู้ประกอบธุรกิจที่เข้าเงื่อนไขและอยู่ในช่วงเวลาที่กำหนด รายได้จากการทำงาน กิจการ และผลตอบแทนอื่นยังต้องแยกพิจารณา
“แพลตฟอร์มที่เปิดให้คนไทยใช้ต้องได้รับอนุญาตในไทย”
ไม่จริง ต้องตรวจรายชื่อและประเภทใบอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. โดยตรง การมีเมนูภาษาไทยหรือรับผู้ใช้จากประเทศไทยไม่ใช่หลักฐานของใบอนุญาต
“ย้ายเหรียญเข้ากระเป๋าของตนเองต้องเสียภาษีทุกครั้ง”
หากไม่มีการเปลี่ยนเจ้าของและไม่มีการแลกเปลี่ยนกับสินทรัพย์อื่น โดยทั่วไปยังไม่เกิดรายได้ แต่ควรเก็บหลักฐานที่เชื่อมโยงบัญชีผู้ใช้กับกระเป๋าปลายทางไว้ให้ครบ
“ขาดทุนจากคริปโตนำไปหักกับรายได้ทุกอย่างได้”
ไม่ควรนำผลขาดทุนไปหักกับเงินเดือน ค่าจ้าง หรือรายได้ประเภทอื่นโดยพลการ หลักการหักผลขาดทุนมีเงื่อนไขและต้องดูทั้งช่องทางซื้อขาย ปีภาษี และกฎที่ใช้กับรายได้นั้น โดยเฉพาะช่วงที่กำไรบางรายการได้รับยกเว้น
คำถามที่พบบ่อย
ซื้อคริปโตไว้แต่ยังไม่ขาย ต้องยื่นเป็นรายได้หรือไม่
โดยทั่วไปยังไม่ต้องนำมูลค่าที่เพิ่มขึ้นบนหน้าจอมารวมเป็นรายได้ เพราะยังไม่มีการขาย จ่าย โอนให้ผู้อื่น หรือแลกเปลี่ยน ควรเก็บหลักฐานราคาซื้อและค่าธรรมเนียมไว้ใช้เป็นต้นทุนในอนาคต
ขายคริปโตผ่านผู้ให้บริการไทยต้องเสียภาษีหรือไม่
ถ้าผู้ให้บริการเป็นศูนย์ซื้อขาย นายหน้า หรือผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตในประเทศไทย และกำไรเกิดระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2572 กำไรจากการโอนเข้าเงื่อนไขยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ถอนคริปโตไปเก็บในกระเป๋าของตนเองต้องเสียภาษีหรือไม่
โดยทั่วไปไม่เกิดเงินได้หากเป็นเพียงการย้ายที่เก็บและเจ้าของยังเป็นบุคคลเดิม แต่ควรเก็บหมายเลขธุรกรรม ที่อยู่กระเป๋า และหลักฐานความเป็นเจ้าของไว้ เผื่อจำเป็นต้องอธิบายเส้นทางสินทรัพย์ในภายหลัง
แลกบิตคอยน์เป็นเหรียญอื่นถือว่าขายหรือไม่
ในทางภาษี การแลกคริปโตหนึ่งชนิดเป็นอีกชนิดหนึ่งเป็นการนำสินทรัพย์เดิมไปแลกเปลี่ยน ต้องประเมินมูลค่าเป็นเงินบาท ณ วันที่ทำรายการ หากทำผ่านช่องทางที่เข้าเงื่อนไข กำไรอาจได้รับยกเว้น หากทำนอกช่องทางดังกล่าวต้องพิจารณาตามหลักทั่วไป
ผลตอบแทนจากการนำเหรียญไปวางรับผลตอบแทนเสียภาษีหรือไม่
ผลตอบแทนที่ได้รับอาจเป็นเงินได้ในวันที่ได้รับ แม้ยังไม่ได้ขายเป็นเงินบาท ต้องบันทึกมูลค่า ณ วันที่ได้รับ และใช้มูลค่านั้นเป็นต้นทุนเมื่อขายเหรียญดังกล่าวในภายหลัง
ใช้แพลตฟอร์มต่างประเทศแล้วไม่โอนเงินกลับไทย ต้องเสียภาษีหรือไม่
ไม่สามารถตอบจากเงื่อนไขนี้เพียงข้อเดียว ต้องพิจารณาว่าเงินได้มีแหล่งอยู่ที่ใด ผู้มีเงินได้เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีไทยหรือไม่ รายได้เกิดในปีใด และมีการนำเงินได้เข้าประเทศไทยเมื่อใด ธุรกรรมจำนวนมากหรือมีหลายประเทศเกี่ยวข้องควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจเป็นรายกรณี
ต้องยื่นรายการกำไรที่ได้รับยกเว้นหรือไม่
กำไรที่เข้าเงื่อนไขยกเว้นไม่ต้องนำไปรวมคำนวณเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษี แต่ควรเก็บรายงานและหลักฐานไว้แสดงที่มาและเงื่อนไขการยกเว้น หากมีรายได้คริปโตประเภทอื่นยังต้องยื่นตามปกติ
ควรจ้างนักบัญชีเมื่อใด
ควรขอคำแนะนำเมื่อใช้หลายแพลตฟอร์ม มีธุรกรรมต่างประเทศ ทำเหมือง ให้สภาพคล่อง รับผลตอบแทนหลายรูปแบบ รับค่าจ้างเป็นคริปโต หรือมีรายการจำนวนมากจนเชื่อมต้นทุนได้ยาก การจัดข้อมูลตั้งแต่ต้นปีมักประหยัดเวลาและลดความผิดพลาดกว่าการรวบรวมย้อนหลังช่วงใกล้ยื่นแบบ
สรุป: ปี 2569 กำไรบางประเภทได้รับยกเว้น แต่ไม่ใช่รายได้คริปโตทุกชนิด
หัวใจของภาษีคริปโตปี 2569 คือการแยก “กำไรจากการโอน” ออกจาก “รายได้ที่ได้รับเพราะทำงาน ทำกิจการ หรือให้สินทรัพย์สร้างผลตอบแทน” กำไรจากการขายหรือโอนผ่านศูนย์ซื้อขาย นายหน้า หรือผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตในไทยได้รับยกเว้นถึงสิ้นปี 2572 แต่รายได้ประเภทอื่นยังต้องพิจารณาตามที่มา
ก่อนสรุปว่ารายการใดไม่เสียภาษี ให้ตรวจสามเรื่องเสมอ ได้แก่ ทำรายการผ่านใคร รายได้เกิดจากอะไร และเกิดขึ้นเมื่อใด หากเป็นธุรกรรมต่างประเทศ ตลาดแบบไร้ตัวกลาง หรือมีรายได้หลายรูปแบบ ควรแยกข้อมูลและหลักฐานไว้ตั้งแต่วันที่เกิดรายการ
แหล่งข้อมูลทางราชการ
- กรมสรรพากร: กฎกระทรวงฉบับที่ 126 และข้อยกเว้นที่แก้ไขเพิ่มเติม
- สำนักงาน ก.ล.ต.: รายชื่อผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาต
- กรมสรรพากร: คู่มือการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับคริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล
- กรมสรรพากร: การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาต
- กรมสรรพากร: หลักภาษีสำหรับส่วนแบ่งกำไรจากโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน
- กรมสรรพากร: คำสั่งเกี่ยวกับเงินได้จากต่างประเทศ
บทความนี้ตรวจสอบข้อมูล ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2569 จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำด้านภาษี กฎหมาย หรือการลงทุน กฎภาษี แนววินิจฉัย และสถานะใบอนุญาตของผู้ให้บริการอาจเปลี่ยนแปลงได้ ผู้ที่มีธุรกรรมซับซ้อนควรสอบถามกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีโดยนำข้อมูลรายการจริงไปประกอบการพิจารณา





แชร์:
CLARITY Act คืออะไร? วุฒิสภาสหรัฐเตรียมโหวตกฎหมายคริปโต 15 กันยายน 2026