สรุปเหตุการณ์ใน 1 นาที
- หญิงไทยรายหนึ่งเปิดเผยว่าเงินเก็บของสามีมูลค่าเกือบ 17 ล้านบาทถูกโอนออกจาก Bitget Wallet เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569
- ขณะเกิดเหตุ โทรศัพท์ยังอยู่กับเจ้าของ แต่การถือโทรศัพท์ไว้ไม่ได้แปลว่า Seed Phrase หรือ Private Key ยังปลอดภัยเสมอไป
- ผู้เสียหายระบุว่าได้ประสานตำรวจไซเบอร์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว
- ยังไม่มีผลตรวจทางเทคนิคที่ยืนยันว่าต้นเหตุเกิดจาก Bitget Wallet โทรศัพท์ แอปอื่น หรือช่องทางใด
- หากเกิดเหตุลักษณะนี้ ต้องรักษาหลักฐาน ย้ายสินทรัพย์ที่เหลือด้วยอุปกรณ์ที่ปลอดภัย และแจ้งตำรวจไซเบอร์โดยเร็ว
กรณีหญิงไทยรายหนึ่งเปิดเผยว่าเงินเก็บของสามีมูลค่าเกือบ 17 ล้านบาทถูกโอนออกจาก Bitget Wallet ทั้งหมด ทั้งที่โทรศัพท์ยังอยู่กับเจ้าของ ทำให้ผู้ใช้คริปโตจำนวนมากสงสัยว่า คนร้ายนำเงินออกไปได้อย่างไรหากไม่ได้ขโมยโทรศัพท์ไป
คำตอบคือ การถือโทรศัพท์ไว้กับตัวไม่ได้แปลว่ากุญแจที่ใช้ควบคุมสินทรัพย์ยังปลอดภัยเสมอไป หาก Seed Phrase, Private Key หรือสิทธิ์ที่เคยอนุมัติให้สัญญาอัจฉริยะหลุดออกไป คนร้ายอาจควบคุมสินทรัพย์จากอุปกรณ์อีกเครื่องได้โดยไม่ต้องสัมผัสโทรศัพท์ของเจ้าของเลย
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ จึงยังสรุปไม่ได้ว่าเกิดจากช่องโหว่ของ Bitget Wallet โทรศัพท์ของผู้เสียหาย แอปพลิเคชันอื่น หรือความผิดพลาดในขั้นตอนใด
เกิดอะไรขึ้นกับเงินเกือบ 17 ล้านบาท
ตามคำบอกเล่าที่เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เจ้าของเพจ “ข้าวตู ดูแลประกันคนไทย” ได้รับแจ้งว่าเงินเก็บของสามีถูกโอนออกจาก Bitget Wallet ในช่วงเย็นของวันที่ 25 สิงหาคม 2569 โดยยอดที่ถูกโอนออกมีมูลค่ารวมเกือบ 17 ล้านบาท
ผู้เสียหายระบุว่าโทรศัพท์ยังอยู่กับเจ้าของตลอดเวลา หลังทราบเหตุจึงตรวจสอบรายการบนบล็อกเชนและพบว่าสินทรัพย์ถูกส่งต่อไปยังกระเป๋าหลายแห่ง ต่อมามีการแจ้งความและประสานตำรวจไซเบอร์ รวมถึงติดต่อบริษัทที่เกี่ยวข้องเพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบเส้นทางของสินทรัพย์
ผู้โพสต์กล่าวถึงข้อสงสัยว่าโทรศัพท์อาจมีความผิดปกติ และเคยติดตั้งแอปเกี่ยวกับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า แต่ย้ำว่ายังไม่ทราบว่าแอปดังกล่าวเกี่ยวข้องหรือไม่ ดังนั้น ประเด็นนี้ยังเป็นเพียงข้อสงสัยและไม่ควรนำไปกล่าวหาผู้พัฒนาแอปหรือผู้ให้บริการรายใด
เรื่องใดยืนยันได้ และเรื่องใดยังไม่มีข้อสรุป
การแยกข้อมูลที่มีรายงานออกจากข้อสันนิษฐานมีความสำคัญ เพราะการพบธุรกรรมที่เจ้าของไม่ได้เป็นผู้สั่งเองยังไม่เพียงพอที่จะระบุว่าสาเหตุเกิดจากระบบใด
| ประเด็น | สถานะข้อมูล |
|---|---|
| มีผู้เปิดเผยว่าเงินเกือบ 17 ล้านบาทถูกโอนออก | เป็นคำบอกเล่าของผู้เสียหายผ่านคลิปสาธารณะ |
| โทรศัพท์ยังอยู่กับเจ้าของ | เป็นข้อมูลจากผู้เสียหาย |
| มีการติดตามธุรกรรมบนบล็อกเชน | ผู้เสียหายระบุว่าเห็นสินทรัพย์ถูกกระจายต่อ |
| โทรศัพท์ถูกเจาะระบบ | ยังไม่มีผลตรวจยืนยัน |
| แอปชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเป็นต้นเหตุ | ยังเป็นเพียงข้อสงสัย |
| Bitget Wallet มีช่องโหว่ | ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน |
| จะสามารถนำเงินกลับคืนมาได้หรือไม่ | ยังไม่มีข้อสรุป |
ในช่วงที่ยังไม่มีผลตรวจสอบ ไม่ควรกล่าวหาแอปพลิเคชัน บุคคล หรือผู้ให้บริการรายใดว่าเป็นต้นเหตุ เพราะการโอนสินทรัพย์ออกจากกระเป๋าอาจเกิดได้จากหลายช่องทาง
ทำไมเงินจึงถูกโอนได้ทั้งที่โทรศัพท์อยู่กับเจ้าของ
สินทรัพย์ไม่ได้เก็บอยู่ภายในโทรศัพท์โดยตรง แต่บันทึกอยู่บนบล็อกเชน โทรศัพท์และแอปกระเป๋าทำหน้าที่ช่วยเจ้าของใช้กุญแจเพื่ออนุมัติธุรกรรม หากคนร้ายได้ข้อมูลที่สามารถสร้างกุญแจชุดเดียวกันขึ้นมาบนอุปกรณ์อีกเครื่อง การถือโทรศัพท์ไว้กับตัวจึงไม่สามารถหยุดการโอนได้
1. Seed Phrase หรือ Private Key รั่วไหล
Seed Phrase คือชุดคำที่ใช้สร้างกุญแจของกระเป๋าขึ้นมาใหม่ หากบุคคลอื่นได้ชุดคำนี้ไป เขาสามารถนำไปเปิดกระเป๋าบนอุปกรณ์ของตนและสั่งโอนสินทรัพย์ได้ ข้อมูลอาจรั่วจากภาพถ่าย โน้ตในโทรศัพท์ อีเมล พื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ โปรแกรมดักข้อมูล หรือบุคคลที่เคยเห็นเอกสารสำรอง
2. เคยอนุมัติสิทธิ์ให้สัญญาอันตราย
การใช้แอปการเงินแบบกระจายศูนย์มักมีขั้นตอนให้ผู้ใช้อนุมัติสิทธิ์แก่สัญญาอัจฉริยะ หากเผลออนุมัติให้เว็บไซต์ปลอมหรือสัญญาที่เป็นอันตราย คนร้ายอาจใช้สิทธิ์ดังกล่าวนำโทเคนออกจากกระเป๋าในภายหลัง
3. โทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์มีมัลแวร์
โปรแกรมอันตรายอาจบันทึกหน้าจอ อ่านข้อมูลที่คัดลอกไว้ เปลี่ยนที่อยู่กระเป๋าปลายทาง หรือดักข้อมูลขณะผู้ใช้เปิดดู Seed Phrase การติดตั้งแอปจากแหล่งที่ไม่เป็นทางการและการให้สิทธิ์ควบคุมอุปกรณ์มากเกินความจำเป็นล้วนเพิ่มความเสี่ยงได้
4. กระเป๋าถูกนำเข้าไว้ในอุปกรณ์อื่นมาก่อน
เจ้าของอาจเคยนำ Seed Phrase ไปเปิดในโทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์อีกเครื่อง แล้วลืมว่าอุปกรณ์นั้นยังเข้าถึงกระเป๋าได้ หากอุปกรณ์เก่าถูกขาย สูญหาย ส่งซ่อม หรือมีผู้ใช้งานร่วมกัน ความเสี่ยงอาจไม่ได้อยู่ที่โทรศัพท์เครื่องปัจจุบันเลย
5. ถูกหลอกให้เปิดเผยข้อมูลหรือกดลงนาม
มิจฉาชีพอาจปลอมเป็นฝ่ายบริการลูกค้า ทีมงานโครงการ หรือผู้เชี่ยวชาญที่อ้างว่าจะช่วยแก้ปัญหา จากนั้นหลอกให้ผู้ใช้กรอก Seed Phrase ติดตั้งโปรแกรมควบคุมเครื่อง หรือกดลงนามในธุรกรรมที่ไม่เข้าใจ
สิ่งที่ต้องเข้าใจให้ถูกต้อง
- รหัสผ่านของแอปช่วยป้องกันคนที่หยิบโทรศัพท์ไปใช้ แต่ไม่ช่วยหาก Seed Phrase หลุดแล้ว
- การเชื่อมต่อกระเป๋ากับเว็บไซต์อย่างเดียวมักยังไม่ทำให้เงินหาย แต่การลงนามหรืออนุมัติสิทธิ์อาจสร้างความเสี่ยง
- การยกเลิกสิทธิ์ช่วยได้เฉพาะบางกรณี หากกุญแจรั่วต้องย้ายไปยังกระเป๋าใหม่
- ยังไม่มีหลักฐานว่าสาเหตุของเหตุการณ์นี้ตรงกับข้อใดข้อหนึ่งข้างต้น
Bitget Wallet ต่างจากเว็บเทรด Bitget อย่างไร
แม้ชื่อจะคล้ายกัน แต่กระเป๋าที่ผู้ใช้ถือกุญแจเองกับบัญชีบนเว็บเทรดทำงานต่างกัน Bitget Wallet ระบุว่าเป็นกระเป๋าแบบที่ผู้ใช้ควบคุมกุญแจเอง ผู้ให้บริการจึงไม่ได้ถือสินทรัพย์แทนผู้ใช้ในลักษณะเดียวกับบัญชีเว็บเทรด ส่วนธุรกรรมจะถูกส่งไปบันทึกบนบล็อกเชน
หากธุรกรรมถูกลงนามด้วยกุญแจที่ถูกต้อง ระบบบล็อกเชนจะมองว่าเป็นธุรกรรมที่ผ่านการอนุมัติ แม้เจ้าของตัวจริงจะไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้นก็ตาม การตรวจสอบจึงต้องดูว่ากุญแจถูกสร้างและสำรองอย่างไร เคยนำกระเป๋าไปเปิดบนอุปกรณ์ใด เคยเชื่อมต่อเว็บไซต์ใด และธุรกรรมผิดปกติใช้วิธีโอนโดยตรงหรือใช้สิทธิ์ที่เคยอนุมัติไว้
หากพบว่าเงินกำลังถูกโอนออกควรทำอะไรทันที
1. หยุดใช้อุปกรณ์ที่ต้องสงสัย
ตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของอุปกรณ์ที่อาจมีปัญหา แต่อย่าเพิ่งล้างเครื่อง ลบแอป หรือรีเซ็ตโทรศัพท์ เพราะอาจทำให้หลักฐานที่ใช้ตรวจสอบหายไป
2. ย้ายสินทรัพย์ที่เหลือจากอุปกรณ์ที่ปลอดภัย
สร้างกระเป๋าใหม่ด้วย Seed Phrase ชุดใหม่บนอุปกรณ์ที่มั่นใจว่าปลอดภัย แล้วรีบย้ายสินทรัพย์ที่ยังเหลืออยู่ หากสงสัยว่า Seed Phrase เดิมรั่ว ห้ามนำชุดคำเดิมกลับมาใช้กับกระเป๋าใหม่
3. เก็บหลักฐานให้ครบ
บันทึกหมายเลขธุรกรรม ที่อยู่กระเป๋าต้นทางและปลายทาง เครือข่าย ชนิดสินทรัพย์ วันและเวลา ภาพแจ้งเตือน รายชื่อเว็บไซต์ที่เคยเชื่อมต่อ และข้อมูลของอุปกรณ์ อย่าแก้ไขภาพหรือเขียนทับไฟล์ต้นฉบับ
4. แจ้งตำรวจไซเบอร์โดยเร็ว
ผู้เสียหายสามารถแจ้งความผ่านเว็บไซต์ Thai Police Online หรือติดต่อสายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 พร้อมเตรียมหมายเลขธุรกรรมและหลักฐานทั้งหมด การแจ้งเร็วมีความสำคัญเมื่อสินทรัพย์ถูกส่งไปยังเว็บเทรดที่สามารถระบุตัวลูกค้าได้
5. ติดต่อผู้ให้บริการผ่านช่องทางทางการ
ส่งรายละเอียดไปยังฝ่ายช่วยเหลือของกระเป๋าและเว็บเทรดที่เกี่ยวข้อง หลีกเลี่ยงบุคคลที่ทักมาหลังเกิดเหตุแล้วอ้างว่าสามารถกู้เงินคืนได้ ผู้ที่เรียกเก็บค่าดำเนินการล่วงหน้า ขอ Seed Phrase หรือขอให้ติดตั้งโปรแกรมควบคุมเครื่อง อาจเป็นมิจฉาชีพที่เข้ามาหลอกซ้ำ
เงินที่ถูกโอนไปแล้วมีโอกาสได้คืนหรือไม่
ธุรกรรมบนบล็อกเชนทั่วไปไม่สามารถกดยกเลิกเหมือนการโอนเงินผ่านธนาคาร แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีโอกาสติดตาม หากสินทรัพย์ถูกส่งเข้าเว็บเทรดที่ตรวจสอบตัวตนผู้ใช้ เจ้าหน้าที่อาจขอข้อมูลหรือประสานให้ระงับบัญชีได้ หากเป็น Stablecoin บางประเภท ผู้ออกเหรียญอาจมีความสามารถในการอายัดสินทรัพย์ตามกระบวนการที่กำหนด
โอกาสนำเงินกลับคืนขึ้นอยู่กับเส้นทางการโอน จำนวนเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ชนิดของสินทรัพย์ ความร่วมมือจากผู้ให้บริการ และความรวดเร็วในการแจ้งเหตุ จึงไม่ควรรับรองว่าจะได้เงินคืน และไม่ควรหมดหวังจนไม่ดำเนินการใดเลย
วิธีลดความเสียหายหากถือคริปโตมูลค่าสูง
แยกกระเป๋าตามหน้าที่
ไม่ควรใช้กระเป๋าใบเดียวทั้งเก็บเงินก้อนใหญ่ เชื่อมต่อเว็บไซต์ ทดลองโครงการ และรับของรางวัล ควรแยกกระเป๋าหลักสำหรับเก็บระยะยาว กระเป๋าสำหรับทำธุรกรรมประจำ และกระเป๋าสำหรับเชื่อมต่อเว็บไซต์
เก็บ Seed Phrase โดยไม่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ไม่ถ่ายภาพ ไม่ส่งผ่านแชต ไม่เก็บในอีเมล และไม่บันทึกไว้ในพื้นที่ออนไลน์ ควรบันทึกลงวัสดุที่เหมาะสมแล้วแยกเก็บในสถานที่ที่ควบคุมการเข้าถึงได้
ใช้อุปกรณ์แยกสำหรับเงินก้อนใหญ่
อุปกรณ์ที่ใช้เก็บหรืออนุมัติเงินก้อนใหญ่ไม่ควรเป็นเครื่องเดียวกับที่ใช้เปิดลิงก์จากสื่อสังคมออนไลน์หรือลองแอปใหม่อยู่เป็นประจำ Hardware Wallet ช่วยแยกกุญแจออกจากโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ได้ แต่ผู้ใช้ยังต้องตรวจสอบรายละเอียดก่อนยืนยันและเก็บ Seed Phrase ให้ปลอดภัยเช่นเดิม
ตรวจสอบสิทธิ์ที่เคยอนุมัติ
กระเป๋าที่ใช้งานกับแอปการเงินแบบกระจายศูนย์ควรได้รับการตรวจสอบสิทธิ์เป็นระยะ สิทธิ์ใดไม่ใช้แล้วควรยกเลิก โดยเฉพาะสิทธิ์ที่อนุญาตให้จัดการสินทรัพย์ได้ไม่จำกัดจำนวน
วิธีเก็บรักษาที่ปลอดภัยที่สุดในปัจจุบันคือ Hardware Wallet
สำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการเก็บคริปโตระยะยาว วิธีที่ปลอดภัยที่สุดในปัจจุบันคือการใช้ Hardware Wallet ที่ตั้งค่าอย่างถูกต้องและเก็บ Seed Phrase อย่างปลอดภัย เหตุผลสำคัญคือ Private Key ถูกสร้างและเก็บอยู่ภายในอุปกรณ์ ไม่ต้องนำกุญแจไปเก็บไว้ในโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา
เมื่อมีการโอนสินทรัพย์ Hardware Wallet จะลงนามธุรกรรมภายในอุปกรณ์ ผู้ใช้จึงสามารถตรวจสอบที่อยู่ปลายทาง จำนวนเงิน และรายละเอียดสำคัญบนหน้าจอของอุปกรณ์ก่อนยืนยัน วิธีนี้ลดความเสี่ยงจากมัลแวร์ โปรแกรมดักข้อมูล และแอปที่เข้าถึงข้อมูลบนโทรศัพท์ได้มากกว่าการเก็บเงินก้อนใหญ่ไว้ใน Software Wallet เพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม Hardware Wallet ไม่ได้ทำให้ผู้ใช้ปลอดภัยโดยอัตโนมัติ หากนำ Seed Phrase ไปถ่ายภาพ เก็บไว้ในพื้นที่ออนไลน์ กรอกลงเว็บไซต์ หรือยืนยันธุรกรรมที่ไม่เข้าใจ คนร้ายก็ยังสามารถนำสินทรัพย์ออกไปได้ ผู้ใช้จึงต้องปฏิบัติตามหลักสำคัญดังนี้
- ซื้ออุปกรณ์จากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายที่ตรวจสอบได้
- สร้าง Wallet และ Seed Phrase ด้วยอุปกรณ์ของตนเอง
- ไม่ใช้ Seed Phrase ที่มีผู้อื่นเตรียมไว้ให้
- เก็บ Seed Phrase โดยไม่ถ่ายภาพและไม่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
- อ่านรายละเอียดบนหน้าจอ Hardware Wallet ก่อนยืนยันทุกครั้ง
- แยกกระเป๋าเก็บระยะยาวออกจากกระเป๋าที่ใช้เชื่อมต่อเว็บไซต์
เลือก Hardware Wallet ที่เหมาะกับการใช้งาน
อุปกรณ์ทั้งสี่แบรนด์ช่วยแยก Private Key ออกจากโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ แต่มีรูปแบบการใช้งานต่างกัน ควรเลือกจากวิธีสำรองข้อมูล การเชื่อมต่อ และหน้าจอที่เหมาะกับตนเอง ไม่ควรเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว
Tangem Wallet 3 Cards: ใช้ง่ายผ่าน NFC และมีการ์ดสำรองสองใบ
Tangem เหมาะกับผู้ที่ต้องการอุปกรณ์ขนาดเท่าบัตร ไม่มีแบตเตอรี่ และใช้งานกับโทรศัพท์ผ่าน NFC ชุดสามการ์ดช่วยให้แยกเก็บการ์ดสำรองไว้คนละสถานที่ได้
Tangem
฿2,590
- Secure Element ระดับ CC EAL6+
- ไม่มีแบตเตอรี่ ใช้งานผ่าน NFC
- มีการ์ดสามใบสำหรับใช้งานและแยกเก็บสำรอง
เพิ่มสี Black สี White เลือกได้ในหน้าสินค้า
Trezor Safe 3: Open Source พร้อม Secure Element
Trezor Safe 3 เหมาะกับผู้ที่ต้องการ Firmware แบบ Open Source และต้องการตรวจรายละเอียดธุรกรรมบนอุปกรณ์ก่อนกดยืนยัน รองรับการใช้งานผ่าน USB-C และมี Secure Element สำหรับเพิ่มการป้องกันทางกายภาพ
Trezor
฿3,790
- Firmware และซอฟต์แวร์หลักแบบ Open Source
- มี Secure Element ที่ผ่านการรับรอง
- รองรับ PIN, Passphrase และการสำรองแบบมาตรฐาน
เพิ่มสี Cosmic Black สีอื่นและ Bitcoin-only Edition เลือกได้ในหน้าสินค้า
Ledger Nano Gen5: หน้าจอสัมผัสสำหรับตรวจรายละเอียดก่อนเซ็น
Ledger Nano Gen5 เหมาะกับผู้ที่ต้องการหน้าจอ E Ink แบบสัมผัสและการเชื่อมต่อหลายรูปแบบ หน้าจอช่วยให้ตรวจสอบรายละเอียดของธุรกรรมบนอุปกรณ์ก่อนยืนยันได้ชัดเจนขึ้น
Ledger
฿7,540
- Secure Element ระดับ CC EAL6+
- หน้าจอ E Ink แบบสัมผัส
- รองรับ USB-C, Bluetooth และ NFC
เพิ่มสี Jet Black สีอื่นเลือกได้ในหน้าสินค้า
OneKey Classic 1S Pure: ไม่มีแบตเตอรี่และใช้สาย USB-C
OneKey Classic 1S Pure เหมาะกับผู้ที่ต้องการอุปกรณ์ขนาดบาง ไม่มีแบตเตอรี่ และลดช่องทางเชื่อมต่อไร้สาย ใช้งานผ่าน USB-C พร้อม Firmware แบบ Open Source และ Secure Element
OneKey
฿2,990
- ไม่มีแบตเตอรี่และไม่มีการเชื่อมต่อไร้สาย
- Firmware แบบ Open Source พร้อม Secure Element
- ตัวเครื่องบาง ใช้งานผ่าน USB-C
ราคาและจำนวนสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดในหน้าสินค้าก่อนสั่งซื้อ ปุ่มเพิ่มลงตะกร้าจะเลือกรุ่นหรือสีที่ระบุไว้ใต้ปุ่ม
คำถามที่พบบ่อย
โทรศัพท์อยู่กับตัวแล้วเงินถูกโอนได้จริงหรือไม่
เป็นไปได้ หาก Seed Phrase หรือ Private Key ถูกนำไปเปิดบนอุปกรณ์อื่น หรือกระเป๋าเคยอนุมัติสิทธิ์ให้สัญญาที่สามารถนำโทเคนออกไปได้
ข่าวนี้ยืนยันว่า Bitget Wallet ถูกแฮกหรือไม่
ยังไม่ยืนยัน ขณะนี้ยังไม่มีผลตรวจทางเทคนิคที่เปิดเผยว่าสาเหตุเกิดจากระบบของ Bitget Wallet อุปกรณ์ของผู้เสียหาย หรือช่องทางอื่น
แอปชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเป็นต้นเหตุหรือไม่
ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน ประเด็นดังกล่าวเป็นข้อสงสัยที่ผู้เสียหายกล่าวถึงและต้องรอผลตรวจอุปกรณ์ก่อน
หาก Seed Phrase รั่ว เปลี่ยนรหัสผ่านแอปช่วยได้หรือไม่
ไม่เพียงพอ เพราะ Seed Phrase สามารถใช้สร้างกุญแจเดิมบนอุปกรณ์เครื่องอื่นได้ ต้องย้ายสินทรัพย์ไปยังกระเป๋าใหม่ที่ใช้ Seed Phrase คนละชุด
Hardware Wallet ป้องกันเหตุการณ์แบบนี้ได้ทั้งหมดหรือไม่
ไม่ทั้งหมด อุปกรณ์ช่วยลดโอกาสที่กุญแจจะรั่วจากโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ แต่ไม่สามารถป้องกันผู้ใช้ที่เปิดเผย Seed Phrase หรือยืนยันธุรกรรมอันตรายด้วยตนเองได้
สรุป
กรณีเงินเกือบ 17 ล้านบาทถูกกล่าวว่าโอนออกจาก Bitget Wallet เป็นเหตุการณ์ที่ควรติดตาม แต่ยังไม่ควรด่วนสรุปว่าเกิดจากการเจาะระบบของผู้ให้บริการหรือแอปใดแอปหนึ่ง เพราะต้นเหตุที่แท้จริงยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
บทเรียนสำคัญไม่ใช่เพียงการถือโทรศัพท์ไว้กับตัว แต่คือการรู้ว่ากุญแจถูกเก็บอยู่ที่ใด เคยสำรองไว้อย่างไร เคยนำกระเป๋าไปเปิดบนอุปกรณ์ใด และเคยอนุมัติสิทธิ์ให้เว็บไซต์หรือสัญญาใดบ้าง
สำหรับผู้ที่ถือคริปโตมูลค่าสูง การแยกกระเป๋าตามหน้าที่ เก็บ Seed Phrase โดยไม่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ใช้อุปกรณ์แยกสำหรับเงินก้อนใหญ่ และเตรียมขั้นตอนรับมือไว้ล่วงหน้า จะช่วยจำกัดความเสียหายได้มากกว่าการพึ่งมาตรการป้องกันเพียงชั้นเดียว
บทความนี้ตรวจสอบข้อมูลถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เหตุการณ์ยังไม่มีผลสอบอย่างเป็นทางการ เนื้อหามีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ด้านความปลอดภัย ไม่ใช่ข้อสรุปเกี่ยวกับสาเหตุของเหตุการณ์หรือความรับผิดของบุคคลและผู้ให้บริการรายใด





แชร์:
ครม. เห็นชอบร่างกฎหมายตลาดทุน 4 ฉบับ ก.ล.ต. เตรียมร่วมสอบคดีคริปโตขนาดใหญ่