Libra ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Diem และโครงการถูกยุติลงในปี 2022 โดยไม่เคยเปิดให้บริการจริง กฎหมายที่กล่าวถึงในบทความนี้จึงไม่ได้ถูกนำมาใช้ บทความนี้เผยแพร่เมื่อเดือนกรกฎาคม 2019 และคงไว้ตามต้นฉบับ

เมื่อไม่นานมานี้ Facebook ได้ปล่อยข่าวใหญ่ระดับสะเทือนวงการด้านการเงินและเศรษฐกิจโลก ซึ่งเกิดจากการเปิดตัวสกุลเงินดิจิตอล Libra ที่ได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน มาเป็นตัวขับเคลื่อนในการโอนเงินข้ามประเทศให้มีความสะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งมีความรวดเร็วและยังมีค่าธรรมเนียมในการดำเนินการที่ต่ำมาก แต่หลังจากที่ได้เปิดตัวสกุลเงินดิจิตอล Libra ไม่นานนักหลายองค์กรของรัฐบาลก็ได้ทำเรื่องไปถึง Facebook ว่าให้ชะลอการพัฒนาสกุลเงินดิจิตอล Libra เพื่อจะประเมินผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ทั้งในด้านข้อกฎหมายและการนำไปใช้เกี่ยวกับการทุจริต เช่นนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา ก็ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิตอลนี้อย่างใกล้ชิดเพราะมีปัญหาหลายอย่าง ตั้งแต่ความเสถียรของการเงินในการคุ้มครองผู้บริโภคจนถึงการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์ในการฟอกเงินเป็นแหล่งเงินทุนให้กับผู้ก่อการร้าย

ประเทศไทยถือเป็นชาติที่มีการใช้งาน Facebook มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งแน่นอนว่าสกุลเงินดิจิตอล Libra ก็ถือเป็นประเด็นสำคัญที่หลายฝ่ายของรัฐบาลไทยกำลังให้ความสนใจ ซึ่งมีธนาคารแห่งประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำลังเร่งศึกษาและออกกฎหมายเพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย

นอกจากนี้ทางธนาคารแห่งประเทศไทยยังเผยว่า Facebook ก็มีการติดต่อมาเพื่อปรึกษาเกี่ยวกับปัญหานี้โดยตรง ซึ่ง Facebook พยายามผลักดันให้ Libra สามารถใช้งานได้จริงในระดับสากล และแน่นอนว่าประเทศไทยก็ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ Facebook ได้ให้ความสนใจในด้านการทำการตลาดเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิตอลชนิดนี้

อย่างไรก็ตามเนื่องจากสกุลเงินดิจิตอล Libra เป็นเรื่องที่ใหม่พอสมควร ถึงแม้จะมีการเผยแพร่เอกสาร White Paper ออกมาให้ศึกษาแต่ก็พบว่าเป็นข้อมูลเชิงเทคนิคจำนวนมาก ต้องใช้เวลาและบุคคลที่มีความชำนาญเฉพาะด้านในการทำความเข้าใจถึงจะร่างกฎหมายเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิตอลชนิดนี้ออกมาได้ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้ตั้งหน่วยงานเพื่อศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะซึ่งมีการร่วมมือกันหลายภาคส่วน เพราะทางธนาคารแห่งประเทศไทยก็พยายามจะผลักดันให้นวัตกรรมทางการเงินของไทยมีความก้าวหน้า เพื่อส่งเสริม Startup และธุรกิจการค้าทางออนไลน์ให้มีความก้าวหน้าในระดับสากล

บทความล่าสุด

ดูทั้งหมด

Trezor logo and a Trezor Safe 5 device against red binary code

ข้อมูลลูกค้า Trezor รั่ว 13,689 ราย แล้วคนไทยได้รับผลกระทบไหม?

Trezor เปิดเผยว่าข้อมูลลูกค้า 13,689 รายรั่วจากผู้ให้บริการจัดส่งภายนอก ชื่อ ที่อยู่ อีเมล และเบอร์โทรหลุด แต่กุญแจส่วนตัวและอุปกรณ์ไม่ได้รับผลกระทบ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ข้อมูลลูกค้า Trezor รั่ว 13,689 ราย แล้วคนไทยได้รับผลกระทบไหม?

Tangem, Trezor and Ledger hardware wallets side by side on a dark surface

Hardware Wallet คืออะไร ทำงานอย่างไร และใครควรใช้

ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตคืออุปกรณ์ที่เก็บกุญแจส่วนตัวไว้ในตัวเอง อธิบายว่าทำงานอย่างไร ป้องกันอะไรได้และป้องกันอะไรไม่ได้ พร้อมสิ่งที่ต้องตรวจก่อนซื้อ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hardware Wallet คืออะไร ทำงานอย่างไร และใครควรใช้

Keystone 3 Pro hardware wallet, front screen and rear camera

Keystone 3 Pro รีวิว วอลเล็ตออฟไลน์เต็มรูปแบบ จอ 4 นิ้ว สแกนลายนิ้วมือ

Keystone 3 Pro เซ็นธุรกรรมผ่าน QR และ microSD เท่านั้น พอร์ต USB-C ใช้ชาร์จอย่างเดียว มีชิปความปลอดภัยสามตัวและจอสัมผัส 4 นิ้ว รวมข้อดีข้อเสียที่ควรรู้ก่อนซื้อ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Keystone 3 Pro รีวิว วอลเล็ตออฟไลน์เต็มรูปแบบ จอ 4 นิ้ว สแกนลายนิ้วมือ