อัปเดตปี 2569 บทความนี้อธิบายว่า YubiKey คืออะไร ส่วนเหตุผลว่าทำไม OTP ทาง SMS ถึงไม่พออีกต่อไปในไทย และควรเลือกรุ่นไหน อ่านได้ที่ OTP ที่ส่งมาทาง SMS ไม่ได้ปกป้องคุณอีกต่อไป

YubiKey คือเครื่องขนาดเล็กที่จะช่วยรักษาความปลอดภัยบัญชีบนโลกออนไลน์ของคุณ โดยการใช้ระบบ 2FA (two-factor authentication) หรือ การยืนยันตัวตันแบบ 2 ปัจจัย โดยมีคุณสมบัติช่วยปกป้องบัญชีหลายๆบัญชีของคุณเช่นบัญชี Google, Facebook, Gmail, Youtube, Binance, Twitter, Outlook และอื่นๆอีกมากมาย เพียงแค่ใส่ password ปกติของคุณแล้วแตะเครื่อง YubiKey เท่านั้นก็สามารถทำการ Login ได้เลย

YubiKey แต่ละเครื่องจะมีโค้ดที่ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับแต่ละเครื่องเพื่อใช้ในการยืนยันตัวตน คล้ายๆกับรหัส OTP ในมือถือที่ทุกคนคุ้นเคยกัน เริ่มงานเพียงแค่เสียบ YubiKey เพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แตะตัวเครื่องและทำการ log in เท่านั้น หรือสำหรับ YubiKey บางรุ่นเช่น YubiKey Security Key, YubiKey Security Key C, YubiKey 5 NFC และ YubiKey 5C NFC ผู้ใช้งานจะสามารถใช้กับมือถือที่รองรับระบบ NFC โดยการนำ YubiKey มาแตะใกล้ๆมือถือเพื่อใช้ในการยืนยันตัวตน

YubiKey 5C NFC

ทำความรู้จักกับ 2FA (two-factor authentication) ระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์

ก่อนที่จะรู้จักการทำงานและประโยชน์ของ YubiKey เราต้องรู้จักระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ 2FA (two-factor authentication)

ข้อเท็จจริงที่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบก็คือ Password ไม่ได้รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับผู้ใช้งาน Password ส่วนมากถูกคาดเดาได้ง่ายจากบรรดาแฮกเกอร์ แม้กระทั่ง Password ที่ถูกคิดมาอย่างดีว่ามีความปลอดภัยสูงก็มีสิทธิ์หลุดรอดออกไปได้ บางครั้งการหลุดของ Password ก็เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ในโลกไซเบอร์ ดังนั้นการพึ่งพาเพียง Password เป็นระบบรักษาความปลอดภัยของบัญชีผู้ใช้งานไม่ใช่ทางออกที่ปลอดภัย

2FA (two-factor authentication) จะทำให้การเข้าถึงบัญชีผู้ใช้งานนั้นๆ ไม่ได้ใช้เพียง Password อย่างเดียว แต่เป็นสิ่งอื่นเพื่อยืนยันตัวตนของผู้ใช้งานด้วย ระบบ 2FA (two-factor authentication) แบบแรกก็คือการยืนยันตัวตนผ่าน SMS หรือ E-mail โดยแอพพลิเคชั่นจะส่งโค้ดเช่นโค้ด OTP ให้คุณเพื่อใช้ยืนยันตัวตนในขั้นตอนการ Log in นี้เป็นขั้นตอนที่จะว่าง่ายที่สุดก็ได้เพราะผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องติดตั้ง Software หรือซื้อ Hardware ใดๆ แต่อย่างไรก็ตาม การใช้ 2FA (two-factor authentication) ผ่าน SMS OTP หรือ Email อย่างเดียวก็มีความเสี่ยงว่าแฮกเกอร์สามารถขโมยรหัสได้

ส่วนอีกรูปแบบที่หลายคนอาจจะคุ้นเคยก็คือใช้งาน 2FA (two-factor authentication) ผ่านแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ เช่น Google Authenticator หรือ Authy วิธีนี้มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย แต่ว่าก็อาจจะยุ่งยากเล็กน้อยเพราะผู้ใช้งานต้องมีโทรศัพท์มือถือที่ติดตั้งแอพพลิเคชั่นดังกล่าว ไม่ได้มีเพียงแค่แล็ปท็อปหรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์อย่างเดียว และต้องหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดแอพพลิเคชั่นและพิมพ์โค้ดลงบนคีย์บอร์ดแล็ปท็อปหรือคอมพิวเตอร์ อีกทั้งแอพพลิเคชั่นบนมือถือและคอมจะเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา จึงสามารถถูกแฮกเกอร์โจมตีขโมยรหัสได้อย่างง่ายดาย

YubiKey 5 NFC

การทำงานของ YubiKey เพื่อความปลอดภัยที่ง่ายกว่าและสะดวกกว่า

YubiKey จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงการใช้งาน two-factor authentication ที่ไม่เหมือนกับสองแบบที่กล่าวไปข้างต้น ซึ่งจะมีปลอดภัยสูงกว่าและยุ่งยากน้อยที่สุด วิธีนั้นก็คือการยืนยันตัวตนผ่าน Hardware ซึ่งแอพพลิเคชันจะขอให้ผู้ใช้งานเสียบเครื่อง YubiKey เข้ากับอุปกรณ์ของผู้ใช้งานเพื่อทำการเชื่อมต่อ จากนั้นก็แตะตัวเครื่อง YubiKey เพื่อทำการยืนยันตัวตน วิธีการยืนยันตัวตนผ่าน Hardware นี้จะมีความปลอดภัยมากที่สุดเพราะว่าตัวโค้ดจะมีความยาวและคอยเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาและมีความสะดวกเพราะผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องพิมพ์โค้ดยืนยันทั้งหมดด้วยตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้นการใช้งาน YubiKey ผ่านระบบไร้สาย NFC บนรุ่น YubiKey Security Key, YubiKey Security Key C, YubiKey 5 NFC และ YubiKey 5C NFC ก็ทำให้การใช้งานกับมือถือสะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้น

เหตุผลที่ YubiKey ดีกว่าการยืนยันตัวตน 2FA แบบอื่น

  • สะดวกสบายกว่า เมื่อเทียบกับ SMS OTP E-mail หรือแอพพลิเคชั่นสำหรับการยืนยันตัวตน ผู้ใช้งานจะต้องคัดลอกโค้ดและนำมาวางในขั้นตอนการยืนยันตัวตนหรืออาจจะต้องทำการพิมพ์โค้ดเอง แต่สำหรับ YubiKey ผู้ใช้งานเพียงแค่กดปุ่มเพื่อยืนยันความถูกต้องของรหัสเท่านั้น
  • รหัสที่ยาวกว่า วิธีการยืนยันตัวตนแบบ 2FA แบบอื่นนั้นเพียงแค่ส่งโค้ดจำนวน 6 หลักให้กับผู้ใช้งานเพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนเพราะว่าหากผู้ใช้งานต้องพิมพ์รหัสยืนยันตัวตนเอง รหัสที่ยาวเกินไปจะยิ่งสร้างความยุ่งยาก แต่ผู้ใช้งาน YubiKes ในการยืนยันตันตนไม่จำเป็นต้องพิมพ์โค้ดทั้งหมดที่อุปกรณ์ส่งให้ด้วยตนเอง เพราะฉะนั้นโค้ดที่ใช้ในการยืนยันตัวตนจึงสามารถยาวเท่าไหร่ก็ได้ ยิ่งยาวก็ยิ่งปลอดภัยจากแฮกเกอร์มากเท่านั้น
  • ง่ายสำหรับการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์เชื่อมต่อ เมื่อผู้ใช้งานมีอุปกรณ์แล็ปท็อปหรือคอมพิวเตอร์ใหม่ แค่ถอดการเชื่อมต่อของ YubiKey จากอุปกรณ์เก่าของคุณและเสียบ YubiKey เข้ากับอุปกรณ์ใหม่ จากนั้นก็สามารถ Log in เข้าแอพพลิเคชั่นต่างๆ ของผู้ใช้งานได้ทันที ผู้ใช้งานสามารถใช้ Key เดียวในการ Log in เข้าสู่บัญชีผู้ใช้เดียวในหลายๆ อุปกรณ์การใช้งาน ซึ่งง่ายกว่าการใช้เคลื่อนย้ายการเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่มีการใช้ 2FA แบบอื่นๆ
  • ป้องกันการถูกโจมตีโดยแฮกเกอร์ได้ ปกติแล้วแฮกเกอร์จะขโมยรหัสของผู้ใช้งานได้ผ่านทางการเข้าถึง SMS หรือ E-mail เพราะข้อมูลถูกเชื่อมต่อออนไลน์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งเมื่อมีการใช้งาน YubiKey จะทำให้แฮกเกอร์ขโมยข้อมูลยากขึ้น เพราะโค้ดจากเก็บอยู่แบบออฟไลน์ในเครื่อง YubiKey หากแฮกเกอร์ไม่รู้รหัสผ่านบัญชีและไม่มีเครื่อง Yubikey ของเราก็จะไม่สามารถ Login ได้เลย
ตัวอย่างการใช้งาน YubiKey

วิธีการติดตั้ง YubiKey

การติดตั้ง YubiKey ไม่ได้แตกต่างจากการติดตั้งการใช้งาน 2FA ที่ใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่นเลย ขั้นตอนคือ:

  1. เสียบ YubiKey เข้ากับคอมพิวเตอร์หรือแล็ปท็อป
  2. เข้าไปยัง Yubico.com/setup และคลิกเลือกอุปกรณ์ของคุณ หรือสามารถเข้าไปกดเชื่อมต่อในเว็บ หรือ แอพพลิเคชั่นต่างๆเช่น Facebook, Google, Outlook, Binance และอื่นๆ
  3. ตรวจสอบรายการของแอพพลิเคชั่นที่สามารถใช้งานได้และเลือกรายการที่คุณต้องการจะรักษาความปลอดภัย
  4. ทำตามคำแนะนำ (การทำงานของอุปกรณ์จะแตกต่างกันไปแล้วแต่แอพพลิเคชั่นที่ใช้งานร่วม)
รุ่น YubiKey (YubiKey Security Key, YubiKey 5 NFC, YubiKey 5 Nano, YubiKey 5C, YubiKey 5C NFC)

หาก YubiKey หายจะทำอย่างไร?

แม้การใช้งานระบบรักษาความปลอดภัยแบบ 2FA ผ่าน YubiKey จะดูเป็นเรื่องที่ยาก แต่หากคุ้นเคยแล้วก็ไม่ใช่เรื่องที่ซับซ้อนอีกต่อไป อีกทั้งประโยชน์ที่ได้รับแสนจะคุ้มค่า ผู้ใช้งานจะสามารถเพิ่มความปลอดภัยให้กับทรัพย์สินหรือข้อมูลที่มีค่าได้อีกชั้นหนึ่งอย่างมหาศาล ทางเราแนะนำให้คุณมี YubiKey สองเครื่อง เครื่องนึงเก็บไว้เป็บน Backup หาก YubiKey หายคุณสามารถเข้าถึงบัญชีของคุณโดยการใช้เครื่อง Backup หรือคุณสามารถตั้งค่า 2FA อื่นๆไว้คู่กัน และเวลาที่ YubiKey ของคุณหายคุณจะสามารถเข้าสู่ระบบโดยการใช้ 2FA ผ่านแอปหรือเว็บไซต์ หรือคุณสามารถใช้บริการของ LastPass ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถเก็บข้อมูล YubiKey และ Password ต่างๆเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและง่ายต่อการใช้งาน

บทความล่าสุด

ดูทั้งหมด

Trezor logo and a Trezor Safe 5 device against red binary code

ข้อมูลลูกค้า Trezor รั่ว 13,689 ราย แล้วคนไทยได้รับผลกระทบไหม?

Trezor เปิดเผยว่าข้อมูลลูกค้า 13,689 รายรั่วจากผู้ให้บริการจัดส่งภายนอก ชื่อ ที่อยู่ อีเมล และเบอร์โทรหลุด แต่กุญแจส่วนตัวและอุปกรณ์ไม่ได้รับผลกระทบ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ข้อมูลลูกค้า Trezor รั่ว 13,689 ราย แล้วคนไทยได้รับผลกระทบไหม?

Tangem, Trezor and Ledger hardware wallets side by side on a dark surface

Hardware Wallet คืออะไร ทำงานอย่างไร และใครควรใช้

ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตคืออุปกรณ์ที่เก็บกุญแจส่วนตัวไว้ในตัวเอง อธิบายว่าทำงานอย่างไร ป้องกันอะไรได้และป้องกันอะไรไม่ได้ พร้อมสิ่งที่ต้องตรวจก่อนซื้อ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hardware Wallet คืออะไร ทำงานอย่างไร และใครควรใช้

Keystone 3 Pro hardware wallet, front screen and rear camera

Keystone 3 Pro รีวิว วอลเล็ตออฟไลน์เต็มรูปแบบ จอ 4 นิ้ว สแกนลายนิ้วมือ

Keystone 3 Pro เซ็นธุรกรรมผ่าน QR และ microSD เท่านั้น พอร์ต USB-C ใช้ชาร์จอย่างเดียว มีชิปความปลอดภัยสามตัวและจอสัมผัส 4 นิ้ว รวมข้อดีข้อเสียที่ควรรู้ก่อนซื้อ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Keystone 3 Pro รีวิว วอลเล็ตออฟไลน์เต็มรูปแบบ จอ 4 นิ้ว สแกนลายนิ้วมือ