Narrowband Internet of Things หรือที่เรียกย่อๆว่า NB‑IoT คือเทคโนโลยีเครือข่ายพลังงานต่ำ หรือ Low-Power Wide-Area Network (LPWAN) ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆได้ทุกที่ทุกเวลา ด้วยความสามารถนี้ NB-IoT จึงถูกนำมาติดตั้งภายในพื้นที่ควบคุมหรือพื้นที่ที่ยากจะเข้าถึงในระยะไกลจากสถานีปล่อยสัญญาณโทรศัพท์ถัดไป หรือภายในพื้นที่หนาแน่นซึ่งสัญญาณนั้นยากที่จะทะลุผ่าน เช่น ในตึกสูงหรือใต้ดิน

เมื่อมีสิ่งป้องกันสัญญาณตามสถานการณ์ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ความสามารถในการส่งสัญญาณก็จะต่ำลง และ จำเป็นต้องพึ่งพาอุปกรณ์เครื่องส่งสัญญาณเพื่อทำงานร่วมกับระบบโครงข่ายที่ใช้พลังงานสูง และมีอัตราสิ้นเปลืองแบตเตอรี่สูง นอกเหนือจากนั้น เครือข่ายโทรศัพท์มือถือนั้นไม่สามารถนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมสำหรับแอพพลิเคชั่นต่างๆที่สามารถส่งสัญญาณข้อมูลได้อย่างบางเบาและน้อยครั้ง และนอกเหนือจากนี้แล้ว มาตรฐานของเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ Cellular ที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันเช่น 3G, 4G หรือ 5G ในอนาคตนั้น ไม่สามารถรองรับอุปกรณ์ที่ประหยัดพลังงานได้ อย่างที่ NB‑IoT สามารถทำได้ จึงทำให้มาตรฐาน cellular ดังกล่าวไม่เหมาะสมกับอุปกรณ์ที่มีราคาถูก เนื่องจากจำเป็นต้องมีแบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งานได้หลายปี

NB‑IoT สามารถที่จะใช้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเข้ากับอุปกรณ์จำนวนมากได้ และทำให้แอพพลิเคชั่นใหม่ๆสามารถใช้งานได้จริง ซึ่งจะเหมาะสมสำหรับการใช้งานแอพพลิเคชั่นที่ต้องใช้งานผ่านการสื่อสารด้วยสัญญาณข้อมูลขนาดเล็กในระยะเวลาที่นาน เนื่องจาก NB-IoT นั้นใช้งานผ่านย่านความถี่ที่ได้รับการอนุญาตแล้ว เราจึงมั่นใจได้ว่าเราจะได้รับทั้งความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ พร้อมกับได้รับประกันคุณภาพการบริการ

การใช้งานคลื่นสัญญาณโทรศัพท์มือถือสำหรับแอพพลิเคชั่น NB‑IoT ทั่วไปจะมีราคาแพงเกินไป อีกทั้ง แอพพลิเคชั่น NB‑IoT ยังไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แอพพลิเคชั่น NB‑IoT จะเน้นไปที่การถ่ายโอนข้อมูลที่อัดแน่นด้วยความเร็วที่ช้า ซึ่งจะเหมาะสมกับระดับขีดความสามารถของอุปกรณ์ โดยอุปกรณ์ที่มีราคาถูกและมีอายุการใช้งานยาวนานนั้นจะสามารถตัดค่าใช้จ่ายการดำเนินงานและลดความเสี่ยงต่อการถูกลักขโมยได้

สนใจสั่งซื้ออุปกรณ์ NB-IoT คลิ๊กที่นี่

คุณสมบัติหลักของ NB‑IoT:

  • มีอัตราสิ้นเปลืองพลังงานต่ำ (สามารถใช้ได้เกิน 10 ปีต่อการชาร์จแบตหนึ่งครั้ง)
  • ยืดช่วงระยะการส่งสัญญาณภายในตัวอาคารและใต้ดินได้อย่างยอดเยี่ยม
  • สามารถติดตั้งเข้ากับอาคารสถานีปล่อยสัญญาณโทรศัพท์มือถือได้โดยง่าย
  • มีเครือข่ายที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ
  • มีต้นทุนราคาชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ต่ำ

แอพพลิเคชั่นหลักของ NB-IoT

Smart Metering (ระบบตรวจวัดอัจฉริยะ)

NB‑IoT นั้นเหมาะสมกับการใช้งาน ตรวจวัดปริมาณแก๊สและระดับน้ำ ผ่านเครื่องส่งสัญญาณข้อมูลขนาดทั่วไปและขนาดเล็ก ความครอบคลุมของเครือข่ายถือเป็นหลักสำคัญในการทำงานของระบบตรวจวัดอัจฉริยะ โดยตัวอุปกรณ์ตรวจวัดนั้นสามารถตรวจวัดได้ในพื้นที่ที่ลำบาก เช่น สถานีปล่อยสัญญาณโทรศัพท์มือถือ บริเวณส่วนลึกของชั้นใต้ดิน หรือบริเวณพื้นที่ควบคุมในชนบท ซึ่ง NB‑IoT สามารถปล่อยสัญญาณได้ครอบคลุมและทะลุทะลวงไปตามพื้นที่ดังกล่าว        

Smart City (ระบบเมืองอัจฉริยะ)

NB‑IoT สามารถช่วยเหลือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการควบคุม ระบบไฟบนท้องถนน แจ้งเตือนเมื่อต้องทำการทิ้งขยะลงถัง ค้นหาพื้นที่จอดรถฟรี ตรวจสอบสภาพสิ่งแวดล้อม และตรวจสอบสภาพถนน

Smart Building (ระบบอาคารอัจฉริยะ)

เซ็นเซอร์ที่เชื่อมต่อเข้ากับ NB‑IoT นั้นสามารถส่งสัญญาณเตือนว่าตัวอาคารสมควรแก่การซ่อมบำรุงและใช้งานในระบบอัตโนมัติ เช่น ส่วนควบคุมระบบไฟและความร้อน นอกจากนั้น NB‑IoT ยังสามารถนำไปใช้งานเป็นระบบเชื่อมต่อ Broadband สำรองสำหรับตัวอาคารได้ โดยที่ระบบดูแลความปลอดภัย บางส่วนอาจยังต้องใช้เครือข่าย LPWAN เพื่อเชื่อมต่อกับเซ็นเซอร์โดยตรงไปยังระบบตรวจวัด เนื่องจากการปรับตั้งการยกเลิกใช้งานนั้นยากกว่าการติดตั้งและบำรุงรักษา

Smart Tracking (ระบบติดตามอัจฉริยะ)

NB‑IoT เป็นระบบที่ให้ความปลอดภัย ต้นทุนต่ำ และไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อจัดทำ ระบบติดตามรถยนต์ ผู้คน สัตว์และทรัพย์สิน เมื่อใดก็ตามที่ต้องการเปิดระบบติดตามอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นระบบที่สมบูรณ์แบบสำหรับใช้ติดตามวัตถุที่ไม่ได้เคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา หรือเป็นระบบที่ติดตามได้ในระยะไกลและมีอัตราสิ้นเปลืองพลังงานต่ำ จึงถือว่าเป็นข้อดีเฉพาะของ NB‑IoT

Smart Agriculture and Environment (ระบบตรวจสอบสภาพเกษตรกกรมและสภาพแวดล้อม)

การเชื่อมต่อกับระบบ NB‑IoT สู่ยุค เกษตร 4.0 นั้นจะทำให้เกษตรกรและท้องถิ่นสามารถตรวจจับข้อมูลที่ได้มาจากเซ็นเซอร์ตรวจสอบสภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งประกอบไปด้วยโมดูล NB‑IoT ที่สามารถส่งสัญญาณแจ้งเตือนหากมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น ซึ่งสามารถใช้เซ็นเซอร์ดังกล่าวเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิและความชิ้นของดินและโดยปกติจะถูกนำไปใช้เพื่อติดตามลักษณะของ พื้นดิน มลพิษ เสียงดัง น้ำฝน และอื่นๆ

บทความล่าสุด

ดูทั้งหมด

Trezor logo and a Trezor Safe 5 device against red binary code

ข้อมูลลูกค้า Trezor รั่ว 13,689 ราย แล้วคนไทยได้รับผลกระทบไหม?

Trezor เปิดเผยว่าข้อมูลลูกค้า 13,689 รายรั่วจากผู้ให้บริการจัดส่งภายนอก ชื่อ ที่อยู่ อีเมล และเบอร์โทรหลุด แต่กุญแจส่วนตัวและอุปกรณ์ไม่ได้รับผลกระทบ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ข้อมูลลูกค้า Trezor รั่ว 13,689 ราย แล้วคนไทยได้รับผลกระทบไหม?

Tangem, Trezor and Ledger hardware wallets side by side on a dark surface

Hardware Wallet คืออะไร ทำงานอย่างไร และใครควรใช้

ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตคืออุปกรณ์ที่เก็บกุญแจส่วนตัวไว้ในตัวเอง อธิบายว่าทำงานอย่างไร ป้องกันอะไรได้และป้องกันอะไรไม่ได้ พร้อมสิ่งที่ต้องตรวจก่อนซื้อ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hardware Wallet คืออะไร ทำงานอย่างไร และใครควรใช้

Keystone 3 Pro hardware wallet, front screen and rear camera

Keystone 3 Pro รีวิว วอลเล็ตออฟไลน์เต็มรูปแบบ จอ 4 นิ้ว สแกนลายนิ้วมือ

Keystone 3 Pro เซ็นธุรกรรมผ่าน QR และ microSD เท่านั้น พอร์ต USB-C ใช้ชาร์จอย่างเดียว มีชิปความปลอดภัยสามตัวและจอสัมผัส 4 นิ้ว รวมข้อดีข้อเสียที่ควรรู้ก่อนซื้อ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Keystone 3 Pro รีวิว วอลเล็ตออฟไลน์เต็มรูปแบบ จอ 4 นิ้ว สแกนลายนิ้วมือ