สรุปสั้นๆ

  • หลังเหตุ Coldcard เงินไหลกลับเข้าเว็บเทรดจริง ข้อมูลจาก CryptoQuant ระบุว่าวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 มี Bitcoin ไหลเข้าเว็บเทรดสุทธิ 11,163 BTC โดยกระจายไปที่ Binance, River, Kraken และ OKX
  • ปริมาณการโอนของรายย่อยเทียบเท่าช่วง FTX ล้ม ยอดโอนที่มีขนาดต่ำกว่า 1 BTC รวมกันแตะ 39,600 BTC ใกล้เคียงกับ 39,900 BTC ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งเป็นวันถัดจากที่ FTX ยื่นล้มละลาย
  • แต่พาดหัวข่าวที่ว่า "แห่กลับเข้าเว็บเทรด" เล่าไม่ครบ การวิเคราะห์ on-chain พบว่าเงินส่วนใหญ่ที่ขยับ ถูกย้ายไปยังวอลเล็ตที่สร้างขึ้นใหม่ซึ่งผู้ใช้ถือกุญแจเอง ไม่ใช่ที่อยู่ฝากของเว็บเทรด
  • เงินไหลเข้ากองทุน Bitcoin ETF ราว 620 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์เดียวกัน แต่ Eric Balchunas นักวิเคราะห์ ETF ของ Bloomberg ระบุตรงไปตรงมาว่ายังสรุปไม่ได้ว่าเกี่ยวข้องกัน
  • ต้นเหตุคือ entropy ไม่ใช่การเจาะระบบ เฟิร์มแวร์ปี 2564 ทำให้การสุ่มค่าตั้งต้นแคบลงเหลือราว 40 บิตในบางรุ่น จากเป้าหมายการออกแบบที่ 128 บิต ผู้โจมตีจึงคำนวณย้อนกลับได้โดยไม่ต้องแตะตัวเครื่องเลย
  • สิ่งที่ช่วยผู้ใช้ไว้คือ dice roll และ passphrase ไม่ใช่ยี่ห้อของอุปกรณ์ ผู้ที่ทอยลูกเต๋าเพิ่ม entropy เองหรือใช้ passphrase ไม่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่นี้
  • SIAMBC ไม่ได้จำหน่าย Coldcard บทความนี้จึงไม่ใช่การเปรียบเทียบเพื่อขายสินค้าทดแทน แต่เป็นการอ่านข้อมูลว่าเงินย้ายไปไหนจริง และบทเรียนคืออะไร

ทบทวนสั้นๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น

วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 Coinkite ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์วอลเล็ต Coldcard เปิดเผยช่องโหว่ในเฟิร์มแวร์ที่ย้อนกลับไปถึงเดือนมีนาคม 2564 ความผิดพลาดเกิดขึ้นตอนที่บริษัทเปลี่ยนไปใช้ไลบรารีเข้ารหัสของ Bitcoin Core ทำให้กระบวนการสร้างค่าตั้งต้นของวลีกู้คืนไปเรียกตัวสุ่มแบบซอฟต์แวร์ที่คาดเดาได้ แทนที่จะใช้ตัวสร้างเลขสุ่มของฮาร์ดแวร์

ผลคือขอบเขตการสุ่มแคบลงเหลือราว 40 บิตในรุ่น Mk2 และ Mk3 และราว 72 บิตในรุ่น Mk4, Mk5 และ Q จากเป้าหมายการออกแบบที่ 128 บิต ที่ระดับ 40 บิต การไล่ความเป็นไปได้ทั้งหมดเป็นงานที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปทำจบได้ ผู้โจมตีจึงไม่จำเป็นต้องเข้าถึงตัวเครื่องเลย เพียงรันการสุ่มที่ผิดพลาดแบบเดียวกันบนเครื่องของตัวเอง แล้วไล่ดูว่าที่อยู่ไหนมีเงินอยู่

ตัวเลขความเสียหายยังขยับขึ้นต่อเนื่องและแตกต่างกันตามแหล่งข้อมูลและวันที่อ้างอิง ช่วงที่รายงานกันอยู่คือประมาณ 1,600 ถึง 1,800 BTC คิดเป็นมูลค่าราว 100 ถึง 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กระจายอยู่ในที่อยู่หลายพันแห่ง โดยเกือบครึ่งของมูลค่าถูกดึงออกไปภายใน 41 นาทีแรก

SIAMBC ได้เขียนคำอธิบายทางเทคนิคฉบับเต็มไว้แล้ว ทั้งรุ่นที่ได้รับผลกระทบ เลขเวอร์ชันเฟิร์มแวร์ และลำดับขั้นตอนที่ควรทำ อ่านได้ที่บทความอธิบายเหตุการณ์ Coldcard บทความนี้จะไม่พูดซ้ำ แต่จะดูสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นแทน

เงินไหลไปที่ไหนบ้าง

สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวช่องโหว่คือพฤติกรรมของผู้ถือ Bitcoin ในสัปดาห์ถัดมา ซึ่งวัดได้จริงจากข้อมูล on-chain

เข้าเว็บเทรด ข้อมูลจาก CryptoQuant และ Timechainindex ระบุว่าวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 มี Bitcoin ไหลเข้าเว็บเทรดสุทธิ 11,163 BTC โดยส่วนใหญ่ไปที่ Binance, River, Kraken และ OKX

ปริมาณการโอนของรายย่อยพุ่งถึงระดับที่เทียบได้กับวิกฤต FTX CryptoQuant รายงานว่ายอดรวมของธุรกรรมที่มีขนาดต่ำกว่า 1 BTC แตะ 39,600 BTC ในวันศุกร์ ใกล้เคียงกับ 39,900 BTC ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งเป็นวันถัดจากที่ FTX ยื่นล้มละลาย นี่คือการเทียบที่บอกขนาดของความตื่นตระหนกได้ชัดที่สุด

เข้ากองทุน ETF กองทุน Bitcoin ETF แบบ spot ในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าราว 620 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่เกิดเหตุ กระจายไปหลายกองทุนรวมถึง IBIT, FBTC และ ARKB

และเข้าวอลเล็ตที่ผู้ใช้ถือกุญแจเองใบใหม่ ข้อนี้คือข้อที่พาดหัวข่าวส่วนใหญ่ไม่ได้พูดถึง การวิเคราะห์ on-chain พบว่าความเคลื่อนไหวจำนวนมากจากวอลเล็ตที่ไม่ได้ขยับมานาน เป็นการโอนไปยังวอลเล็ตที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ซึ่งผู้ใช้ยังถือกุญแจเอง ไม่ใช่ที่อยู่สำหรับฝากเงินของเว็บเทรด ลักษณะดังกล่าวสอดคล้องกับการย้ายทรัพย์สินไปที่ปลอดภัย มากกว่าการเทขายหรือการเลิกถือกุญแจเอง

ทำไมพาดหัวข่าวถึงเล่าไม่ครบ

พาดหัวข่าวต่างประเทศจำนวนหนึ่งสรุปเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการที่ผู้ถือ Bitcoin แห่กลับเข้าเว็บเทรด ซึ่งเป็นความจริงเพียงส่วนเดียว

ข้อแรก เงินที่ขยับไม่ได้ไปที่เดียว แต่กระจายไปสามทางอย่างน้อย คือเว็บเทรด กองทุน ETF และวอลเล็ตใหม่ที่ผู้ใช้ถือกุญแจเอง โดยกลุ่มหลังคือสิ่งที่การวิเคราะห์ on-chain ชี้ว่ามีสัดส่วนมาก ซึ่งไม่ใช่การละทิ้งการเก็บกุญแจเอง แต่คือการทำสิ่งที่ถูกต้องตามคำแนะนำของผู้ผลิต นั่นคือสร้างวลีกู้คืนชุดใหม่บนเฟิร์มแวร์ที่แก้ไขแล้ว และย้ายเงินออกจากวลีกู้คืนเดิมที่ต้องถือว่าถูกเปิดเผยไปแล้ว

ข้อสอง ความเชื่อมโยงระหว่างเงินที่ไหลเข้า ETF กับเหตุการณ์นี้ยังพิสูจน์ไม่ได้ Eric Balchunas นักวิเคราะห์ ETF ของ Bloomberg ให้ความเห็นตรงไปตรงมาว่ายังสรุปไม่ได้ว่าทั้งสองเรื่องเกี่ยวข้องกัน แม้เขาจะมองว่าในระยะยาวน่าจะมีผู้ใช้บางส่วนย้ายมาจริง กองทุน ETF มีเงินไหลเข้าออกด้วยเหตุผลทางตลาดหลายอย่างในเวลาเดียวกันเสมอ การเห็นสองเหตุการณ์เกิดพร้อมกันจึงไม่เท่ากับการพิสูจน์ว่าเหตุการณ์หนึ่งทำให้เกิดอีกเหตุการณ์

ข้อสาม การไหลเข้าเว็บเทรดในช่วงวิกฤตไม่ได้แปลว่าเงินจะอยู่ที่นั่นถาวร ในทางปฏิบัติเว็บเทรดคือที่พักที่หาได้เร็วที่สุดเมื่อต้องย้ายเงินออกจากวลีกู้คืนที่ไม่ปลอดภัยภายในไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่เข้าใจได้ คำถามที่สำคัญกว่าคือเงินก้อนนั้นจะอยู่ที่นั่นต่อไปหรือไม่

การย้ายกลับเว็บเทรดสมเหตุสมผลหรือไม่

ในระยะสั้น สมเหตุสมผล ผู้ที่รู้ว่าวลีกู้คืนของตนอาจถูกคำนวณย้อนกลับได้ มีเวลาไม่มากและต้องการที่พักทรัพย์สินทันที การโอนเข้าบัญชีเว็บเทรดที่มีอยู่แล้วเป็นวิธีที่เร็วที่สุด เร็วกว่าการรอสั่งซื้ออุปกรณ์ใหม่

แต่ในฐานะคำตอบถาวร เป็นการแลกความเสี่ยงชุดหนึ่งไปเป็นอีกชุดหนึ่ง ไม่ใช่การลดความเสี่ยง

ช่องโหว่ของ Coldcard เป็นข้อผิดพลาดของผู้ผลิตรายเดียว ที่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ มีเฟิร์มแวร์แก้ไขออกมาแล้ว และมีวิธีตรวจสอบว่าอุปกรณ์ของตัวเองได้รับผลกระทบหรือไม่ ส่วนความเสี่ยงของการฝากทรัพย์สินไว้กับบุคคลที่สามนั้นตรวจสอบจากภายนอกไม่ได้เลย

ประเทศไทยมีตัวอย่างของตัวเองในเรื่องนี้ Bitkub ถูกโจมตีทางไซเบอร์เมื่อปี 2564 มูลค่าราว 1,700 ล้านบาท แต่ลูกค้าไม่ทราบเรื่องเลยเป็นเวลาห้าปี จนกระทั่งสำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวโทษบริษัทและอดีตกรรมการเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2569 ในกรณีของ Coldcard ผู้ใช้ทราบภายในไม่กี่ชั่วโมงและตรวจสอบสถานะของตัวเองได้ทันที ความแตกต่างตรงนี้คือสิ่งที่ควรนำมาชั่งน้ำหนัก

เราเขียนเรื่องนี้ไว้ละเอียดแล้วในบทความว่าด้วยการฝากคริปโตไว้บนเว็บเทรด ข้อสรุปคือทั้งสองแนวทางใช้ร่วมกันได้ ซื้อขายผ่านเว็บเทรดที่มีใบอนุญาต และถอนออกมาเก็บเองในช่วงที่ถือยาว

บทเรียนที่ใช้ได้จริง

ประเด็นที่สำคัญที่สุดของเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องยี่ห้อ แต่คือสิ่งที่ทำให้ผู้ใช้บางกลุ่มรอดพ้นมาได้

ผู้ที่ทอยลูกเต๋าเพิ่ม entropy เองไม่ได้รับผลกระทบ Coldcard มีฟีเจอร์ให้ผู้ใช้ทอยลูกเต๋าเพื่อเพิ่มความสุ่มเข้าไปในกระบวนการสร้างวลีกู้คืน ผู้ที่ใช้ฟีเจอร์นี้ได้ค่าความสุ่มจากแหล่งที่เฟิร์มแวร์ที่ผิดพลาดควบคุมไม่ได้ ช่องโหว่จึงไม่มีผลกับพวกเขา นี่คือกรณีที่ขั้นตอนเพิ่มเติมซึ่งดูยุ่งยากในวันที่ตั้งค่า กลายเป็นสิ่งที่รักษาทรัพย์สินไว้ได้ในอีกห้าปีต่อมา

ผู้ที่ใช้ passphrase ก็ไม่ได้รับผลกระทบเช่นกัน เพราะ passphrase ไม่ได้ถูกเก็บไว้ในอุปกรณ์และไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากตัวสุ่มที่มีปัญหา ผู้โจมตีที่คำนวณวลีกู้คืนย้อนกลับได้ จะเปิดได้เพียงวอลเล็ตเดิมที่ไม่มี passphrase เท่านั้น หากสนใจกลไกนี้ อ่านได้ที่Passphrase คืออะไร

อย่าฝากความปลอดภัยทั้งหมดไว้กับผู้ผลิตรายเดียว ผู้ที่ถือทรัพย์สินจำนวนมากสามารถกระจายความเสี่ยงด้วยการทำ multisig ที่ใช้กุญแจจากอุปกรณ์คนละยี่ห้อ เพื่อให้ความผิดพลาดของผู้ผลิตรายใดรายหนึ่งไม่ทำให้เข้าถึงเงินได้ทั้งหมด

ความเปิดเผยของซอร์สโค้ดมีความหมาย แต่ไม่ใช่หลักประกัน เฟิร์มแวร์ของ Coldcard เปิดเผยต่อสาธารณะมาตลอด และช่องโหว่นี้ยังคงอยู่โดยไม่มีใครพบเป็นเวลาห้าปี ระบบเปิดทำให้ตรวจสอบได้ แต่ต้องมีคนตรวจสอบจริง จึงจะเกิดประโยชน์

อัปเดตเฟิร์มแวร์ไม่ได้แก้วลีกู้คืนที่สร้างไปแล้ว ข้อนี้เป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดในเหตุการณ์นี้ ค่าตั้งต้นถูกสร้างขึ้นครั้งเดียวตอนตั้งค่าเครื่อง การอัปเดตเฟิร์มแวร์แก้เฉพาะการสร้างครั้งต่อไป ผู้ที่ได้รับผลกระทบต้องสร้างวลีกู้คืนชุดใหม่และย้ายเงินไปยังวอลเล็ตใหม่

ถ้าต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ ควรดูอะไร

SIAMBC ไม่ได้เป็นผู้จำหน่าย Coldcard และไม่มีสินค้าดังกล่าวในร้าน จึงไม่มีเหตุผลที่จะเชียร์ให้ใครเปลี่ยนยี่ห้อเพราะเหตุการณ์นี้ ผู้ที่ตรวจสอบแล้วว่าอุปกรณ์ของตนไม่ได้รับผลกระทบ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอะไรเลย

สำหรับผู้ที่ต้องสร้างวลีกู้คืนชุดใหม่อยู่แล้ว สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนอันดับแรกไม่ใช่ตัวเครื่อง แต่คือที่เก็บวลีกู้คืนชุดใหม่ เพราะกระดาษที่แถมมาในกล่องคือจุดอ่อนที่สุดของระบบเสมอ

แผ่นเหล็กสำรองวลีกู้คืน CryptoSafe Lite

CryptoSafe

CryptoSafe Lite

฿299

  • สเตนเลส 86 x 54 x 2.5 มม. ขนาดเท่าบัตรเครดิต
  • บันทึกวลีกู้คืน BIP39 ได้ครบ 24 คำ ตอกด้วยตนเอง
  • ทนไฟได้ถึง 1000°C เป็นเวลา 30 ถึง 60 นาที
หยิบใส่ตะกร้า

ที่หยิบใส่คือเฉพาะแผ่น ชุดที่มีปากกา ตัวตอก และค้อน เลือกได้ที่หน้าสินค้า

สำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนอุปกรณ์จริง สองรุ่นต่อไปนี้คือรุ่นที่ตอบโจทย์เดียวกับที่ผู้ใช้ Coldcard ให้ความสำคัญ นั่นคือซอร์สโค้ดเปิดเผยและตรวจสอบได้

ฮาร์ดแวร์วอลเล็ต Blockstream Jade

Blockstream

Blockstream Jade

฿3,190 ฿4,990-36%

  • ซอร์สโค้ดเปิดเผยทั้งหมด เน้นการใช้งานกับ Bitcoin เป็นหลัก
  • รองรับ passphrase ตามมาตรฐาน BIP39 มีโหมดกรอกแบบเลือกคำจากรายการ BIP39
  • ใช้โมเดล Virtual Secure Element เก็บกลไกถอดรหัสไว้นอกตัวเครื่อง การเจาะเฉพาะตัวเครื่องจึงดึงกุญแจออกไปไม่ได้
หยิบใส่ตะกร้า

ที่หยิบใส่คือสีดำ สี Green และ Orange เลือกได้ที่หน้าสินค้า

Jade เป็นตัวเลือกที่ผู้ใช้สาย Bitcoin เป็นหลักมักพิจารณา เพราะแนวทางการออกแบบใกล้เคียงกับสิ่งที่ผู้ใช้ Coldcard ให้ความสำคัญ ทั้งความเปิดเผยของโค้ดและการเน้น Bitcoin โดยเฉพาะ

ฮาร์ดแวร์วอลเล็ต Trezor Safe 3

Trezor

Trezor Safe 3

฿3,890 ฿4,590-15%

  • เฟิร์มแวร์และการออกแบบแบบโอเพนซอร์ส เปิดให้ตรวจสอบมาตั้งแต่ปี 2014
  • ชิป secure element ผ่านการรับรองมาตรฐาน EAL6+
  • รองรับ passphrase กรอกบนตัวเครื่อง สร้างวอลเล็ตซ่อนแยกอีกชุด
หยิบใส่ตะกร้า

ที่หยิบใส่คือสี Cosmic Black อีกสามสีเลือกได้ที่หน้าสินค้า

ข้อควรทราบที่ควรพูดตรงไปตรงมา ไม่มีอุปกรณ์ยี่ห้อใดที่รับประกันได้ว่าจะไม่มีข้อผิดพลาดของเฟิร์มแวร์ในอนาคต สิ่งที่ผู้ใช้ควบคุมได้จริงคือการเพิ่ม entropy ด้วยตนเองเมื่ออุปกรณ์รองรับ การใช้ passphrase และการไม่รวมทรัพย์สินทั้งหมดไว้กับผู้ผลิตรายเดียว

คำถามที่พบบ่อย

SIAMBC จำหน่าย Coldcard หรือไม่

ไม่จำหน่าย และไม่เคยมีสินค้าดังกล่าวในร้าน บทความนี้จึงเขียนขึ้นในฐานะข้อมูลสำหรับผู้ถือคริปโตในไทย ไม่ใช่การเปรียบเทียบเพื่อขายสินค้าทดแทน

ควรย้ายเงินกลับไปไว้บนเว็บเทรดหรือไม่

หากวลีกู้คืนของคุณอยู่ในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ การย้ายเงินออกทันทีคือสิ่งที่ถูกต้อง และเว็บเทรดที่มีใบอนุญาตเป็นที่พักชั่วคราวที่ยอมรับได้ แต่ในระยะยาวควรพิจารณาว่าเป็นเพียงที่พัก ไม่ใช่ปลายทาง เพราะเป็นการเปลี่ยนจากความเสี่ยงที่ตรวจสอบได้ ไปเป็นความเสี่ยงที่ตรวจสอบไม่ได้

ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตยังปลอดภัยอยู่หรือไม่

เหตุการณ์นี้เป็นความผิดพลาดของผู้ผลิตรายเดียวในกระบวนการสร้างค่าสุ่ม ไม่ใช่ข้อบกพร่องของแนวคิดการเก็บกุญแจเอง ผู้ใช้อุปกรณ์ยี่ห้ออื่น หรือผู้ที่สร้างวลีกู้คืนจากอุปกรณ์อื่น ไม่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่นี้ อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนว่าการไว้วางใจผู้ผลิตรายเดียวมากเกินไปคือความเสี่ยงในตัวมันเอง

ตรวจสอบอย่างไรว่าอุปกรณ์ของตนได้รับผลกระทบ

ดูจากเวอร์ชันเฟิร์มแวร์ที่เครื่องใช้อยู่ในตอนที่สร้างวลีกู้คืนครั้งแรก ไม่ใช่เวอร์ชันที่ใช้อยู่ปัจจุบัน รายละเอียดเลขเวอร์ชันแยกตามรุ่นอยู่ในบทความอธิบายเหตุการณ์ Coldcard และควรยึดตามประกาศของผู้ผลิตเป็นหลักเสมอ

ทำไมเงินไหลเข้า ETF ถึงบอกไม่ได้ว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้

เพราะเงินไหลเข้าและออกจากกองทุน ETF ด้วยเหตุผลทางตลาดหลายอย่างพร้อมกันเสมอ การที่ตัวเลขสองอย่างเกิดขึ้นในสัปดาห์เดียวกันไม่ได้พิสูจน์ว่าสิ่งหนึ่งทำให้เกิดอีกสิ่งหนึ่ง นักวิเคราะห์ ETF ของ Bloomberg เองก็ระบุไว้ตรงไปตรงมาว่ายังสรุปไม่ได้

มีผู้อ้างตัวเป็นทีมงานผู้ผลิตติดต่อมาให้ช่วยกู้เงินคืน ควรทำอย่างไร

ไม่ควรตอบกลับ เหตุการณ์ลักษณะนี้มักตามมาด้วยมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นทีมงานผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการกู้คืนทรัพย์สิน ไม่มีผู้ผลิตรายใด ไม่มีผู้จำหน่ายรายใด และไม่มีบริการกู้คืนใดที่ต้องใช้วลีกู้คืนของคุณเพื่อช่วยเหลือ

ซื้อในประเทศไทย

SIAMBC เป็นตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับแต่งตั้งของแบรนด์ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตหลายราย มีหน้าร้านจริงย่านทวีวัฒนา กรุงเทพฯ จัดส่งฟรีทั่วประเทศภายใน 1-2 วันทำการ ในกรุงเทพฯ จัดส่งภายในวันเดียวผ่าน Grab หรือ LINEMAN โดยติดต่อนัดหมายผ่าน LINE

ผู้ที่ต้องสร้างวลีกู้คืนชุดใหม่และไม่มั่นใจในขั้นตอน สามารถเข้ามาที่หน้าร้านได้ ทีมงานจะตั้งค่าอุปกรณ์ไปพร้อมกับคุณ ตรวจสอบการบันทึกวลีกู้คืน และทดลองโอนก่อนย้ายทรัพย์สินจริง ร้านเปิดวันจันทร์ถึงเสาร์ เวลา 9:00 ถึง 17:00 น.

ดูฮาร์ดแวร์วอลเล็ตทั้งหมด หรือติดต่อสอบถามก่อนตัดสินใจ

กฎเหล็กข้อเดียวที่ต้องจำ

ใครก็ตามที่ขอวลีกู้คืน 24 คำของคุณ คือมิจฉาชีพ 100% ไม่มีข้อยกเว้น

ทาง SIAMBC และผู้ผลิตทุกเจ้าไม่มีวันขอ ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นการเคลมประกัน ยืนยันตัวตน อัปเดตระบบ หรือกู้คืนบัญชีก็ตาม วลี 24 คำคือกุญแจสู่เงินของคุณ ใครได้ไป เงินหายทันที ไม่มีทางเรียกคืน

บทความล่าสุด

ดูทั้งหมด

Trezor Safe 7 paired with an iPhone over Bluetooth

Trezor ใช้กับ iPhone ได้ไหม? รุ่นที่รองรับ iOS และวิธีเชื่อมต่อ

เช็กให้ชัดว่า Trezor รุ่นไหนใช้กับ iPhone ได้ Safe 7 ต่างจาก Safe 3 และ Safe 5 อย่างไร พร้อมวิธีเชื่อมต่อ Bluetooth อย่างปลอดภัย

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Trezor ใช้กับ iPhone ได้ไหม? รุ่นที่รองรับ iOS และวิธีเชื่อมต่อ

Trezor Safe 3, Safe 5 and Safe 7 for managing Solana securely

Trezor รองรับ Solana ไหม? รุ่นที่ใช้ได้ วิธีตั้งค่า และข้อควรรู้

Trezor รองรับ Solana รุ่นไหนบ้าง? เช็กการรองรับ SOL และโทเคน SPL พร้อมวิธีรับ ส่ง Stake และเลือก Trezor ให้เหมาะกับการใช้งาน

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Trezor รองรับ Solana ไหม? รุ่นที่ใช้ได้ วิธีตั้งค่า และข้อควรรู้

Bitwise NEAR ETF concept with the NEAR logo, exchange documents and a rising market chart

NEAR ETF ใกล้เปิดตัวในสหรัฐฯ หลัง NYSE Arca ไฟเขียว ราคา NEAR พุ่ง

Bitwise NEAR ETF ผ่านขั้นตอนสำคัญหลัง NYSE Arca อนุมัติการจดทะเบียนภายใต้ตัวย่อ NRR พร้อมดูความหมายต่อราคา NEAR นักลงทุน และลูกค้า SIAMBC

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ NEAR ETF ใกล้เปิดตัวในสหรัฐฯ หลัง NYSE Arca ไฟเขียว ราคา NEAR พุ่ง