วิธีตั้งค่าและใช้งาน YubiKey C Bio FIDO Edition
YubiKey C Bio FIDO Edition คือกุญแจหัว USB-C ใช้ยืนยันตัวตนตอนเข้าสู่ระบบบัญชีออนไลน์ เช่น อีเมล บัญชี Google หรือ Microsoft ตัวจัดการรหัสผ่าน และเว็บเทรดที่รองรับ เมื่อผูกกุญแจกับบัญชีแล้ว คนที่ได้รหัสผ่านของคุณไปก็เข้าบัญชีไม่ได้ ถ้าไม่มีกุญแจดอกนี้อยู่ในมือ รุ่นนี้มีเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือในตัว แตะนิ้วที่ลงทะเบียนไว้แทนการพิมพ์ PIN
คู่มือนี้ไล่ตั้งแต่แกะแพ็ก ติดตั้งแอป ตั้ง PIN ลงทะเบียนลายนิ้วมือ ผูกกุญแจกับบัญชีแรก ลงทะเบียนดอกสำรอง ไปจนถึงการใช้กับมือถือ ทุกขั้นมีภาพประกอบ ข้อความบนปุ่มคงเป็นภาษาอังกฤษตามที่ขึ้นบนหน้าจอจริง
รุ่นนี้ใช้กับอะไรได้บ้าง
| หัวข้อ | YubiKey C Bio FIDO Edition |
|---|---|
| มาตรฐานที่รองรับ | FIDO2 (Passkey) และ FIDO U2F โดยใช้ลายนิ้วมือแทน PIN |
| หัวเสียบ | USB-C |
| NFC | ไม่มี |
| คอมพิวเตอร์ | Windows, macOS, ChromeOS และ Linux |
| ลายนิ้วมือ | ลงทะเบียนได้สูงสุด 5 นิ้ว |
| มือถือและแท็บเล็ต | ทำมาเพื่อคอมพิวเตอร์เป็นหลัก การลงทะเบียนลายนิ้วมือต้องทำบนคอมพิวเตอร์ |
FIDO2 กับ FIDO U2F คือมาตรฐานที่หน้าตั้งค่าของเว็บมักเรียกว่า Security key หรือ Passkey รุ่น FIDO Edition ทำหน้าที่นี้อย่างเดียว ไม่มีที่เก็บรหัส OTP 6 หลัก ไม่มีสมาร์ตการ์ด PIV และไม่มี NFC ลายนิ้วมือที่ลงทะเบียนไว้ใช้แทนการพิมพ์ PIN ทุกครั้งที่เว็บขอยืนยัน
เตรียมอะไรบ้างก่อนเริ่ม
- YubiKey C Bio FIDO Edition และถ้ามีกุญแจสำรองอีกดอก ให้เตรียมไว้ด้วยเพื่อผูกกับบัญชีไปพร้อมกัน
- คอมพิวเตอร์ที่มีช่อง USB-C และเบราว์เซอร์ Chrome, Edge, Safari หรือ Firefox ที่อัปเดตแล้ว การตั้งค่าครั้งแรกบนคอมพิวเตอร์ง่ายที่สุด
- รหัสผ่านของบัญชีที่จะผูก และเข้าสู่ระบบบัญชีนั้นได้อยู่แล้ว
- กระดาษหรือที่ปลอดภัยสำหรับจด PIN ของกุญแจ และรหัสกู้คืนของบัญชี (backup codes) ที่เว็บให้มาตอนเปิดการยืนยันสองขั้น
กฎเหล็กข้อเดียวที่ต้องจำ ผูกกุญแจอย่างน้อยสองดอกกับทุกบัญชีสำคัญ และเก็บรหัสกู้คืนของบัญชีไว้อีกชั้น กุญแจไม่มีทางลัดให้ข้าม PIN และข้อมูลในกุญแจดึงออกมากู้คืนไม่ได้ ถ้ามีดอกเดียวแล้วกุญแจหาย หรือลืม PIN จนต้องล้างกุญแจ จะไม่มีใครเปิดบัญชีให้คุณได้จากตัวกุญแจ ต้องไปขอกู้บัญชีกับเว็บนั้นเอง
แกะแพ็กและรู้จักกุญแจ
ในแพ็กมีกุญแจหนึ่งดอกอยู่ในแผงพลาสติกใส ด้านหลังแผงพิมพ์ที่อยู่เว็บ yubico.com/start ไว้ ไม่มีสาย ไม่มีหัวแปลง และไม่มีแบตเตอรี่ เพราะกุญแจใช้ไฟจากเครื่องที่เสียบ
1. ดูให้รู้ว่าจุดสัมผัสอยู่ตรงไหน
ด้านหน้ามีเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือทรงกลม ล้อมด้วยขอบสีเงิน เวลาแตะต้องให้นิ้วโดนทั้งเซ็นเซอร์และขอบสีเงิน เพราะขอบนี้เป็นส่วนที่ทำให้กุญแจอ่านลายนิ้วมือได้ ปลายอีกด้านเป็นหัว USB-C

2. ดูเครื่องหมายด้านหลังกุญแจ
ด้านหลังของกุญแจพิมพ์เลขซีเรียลและบาร์โค้ดสองมิติไว้ กุญแจรุ่น FIDO Edition ที่ผลิตตั้งแต่มีนาคม 2567 จะมีคำว่า FIDO อยู่ใกล้เลขซีเรียลด้วย ส่วนล็อตก่อนหน้านั้นมีแค่เลขซีเรียลกับบาร์โค้ด ภาพด้านล่างคือด้านหลังของรุ่นที่มีคำว่า FIDO ทั้งหัว USB-A และ USB-C

กุญแจรุ่นนี้มีไฟสองดวง สีเขียวกับสีส้ม ใช้บอกสถานะ ก่อนแตะเพื่อสแกนนิ้วให้รอจนไฟสีเขียวกะพริบก่อน ถ้าสแกนไม่ผ่าน ไฟสีส้มจะกะพริบเร็วสามครั้ง
แพ็กมีร่องรอยแกะ หรือกุญแจไม่เหมือนภาพ ให้หยุดก่อน อย่าเพิ่งผูกกับบัญชีใด ติดต่อ SIAMBC พร้อมภาพถ่ายแพ็กและตัวกุญแจ ถ้าอยากตรวจซ้ำด้วยตัวเอง เปิด yubico.com/genuine บนคอมพิวเตอร์ เสียบกุญแจ กดตรวจ แล้วอนุญาตให้เบราว์เซอร์อ่านยี่ห้อและรุ่นของกุญแจ หน้าเว็บจะบอกว่าเป็น YubiKey แท้และเป็นรุ่นอะไร
ติดตั้งแอป Yubico Authenticator
การเข้าสู่ระบบเว็บส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้แอปนี้ แต่แอปช่วยให้ตั้ง PIN ลงทะเบียนลายนิ้วมือ และดูรายการ Passkey ที่เก็บอยู่ในกุญแจ ได้ในที่เดียว ดาวน์โหลดจากหน้า yubico.com/products/yubico-authenticator หรือจากสโตร์ของเครื่อง โดยดูให้แน่ใจว่าผู้พัฒนาคือ Yubico
3. ดาวน์โหลดแอปให้ตรงกับเครื่อง
หน้าดาวน์โหลดแยกแอปสำหรับคอมพิวเตอร์ Windows, macOS และ Linux ออกจากแอปสำหรับมือถือ Android, iPhone และ iPad เลือกให้ตรงกับเครื่องที่จะใช้ตั้งค่า แนะนำให้เริ่มจากแอปบนคอมพิวเตอร์ เพราะทำได้ครบทุกเมนู

บน Windows 10 ต้องเปิดแอปด้วยสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ โดยคลิกขวาที่ไอคอนแอปแล้วเลือก Run as administrator ไม่อย่างนั้นแอปจะจัดการลายนิ้วมือไม่ได้
4. เสียบกุญแจแล้วดูหน้า Home
เปิดแอป เสียบกุญแจ แล้วกดไอคอนเมนูมุมซ้ายบน เลือก Home หน้านี้บอกชื่อรุ่น เลขซีเรียล และเวอร์ชันเฟิร์มแวร์ของกุญแจ ภาพตัวอย่างเป็น YubiKey 5C NFC หน้าจอของคุณจะขึ้นชื่อ YubiKey C Bio FIDO Edition แทน

จดเวอร์ชันเฟิร์มแวร์ไว้ เฟิร์มแวร์ของ YubiKey ติดมากับกุญแจตั้งแต่ผลิตและอัปเดตไม่ได้ บางความสามารถขึ้นกับเวอร์ชันนี้ เช่น จำนวน Passkey ที่เก็บได้
ตั้ง PIN ของกุญแจ
กุญแจใหม่ยังไม่มี PIN ใดๆ ตั้งมาให้ คุณตั้งเองครั้งเดียว แล้วใช้ PIN เดียวกันกับทุกบัญชีที่ผูกกับกุญแจดอกนี้ PIN นี้เป็นของกุญแจ ไม่ใช่รหัสผ่านของเว็บ และไม่ถูกส่งไปเก็บที่เว็บไหน
- ตั้งได้ 4 ถึง 63 ตัวอักษร ใช้ทั้งตัวเลข ตัวอักษร และสัญลักษณ์ได้ แนะนำให้ยาวอย่างน้อย 6 ตัว และไม่ใช้เลขเรียงหรือเลขซ้ำ กุญแจบางล็อตจะไม่ยอมรับ PIN ที่เดาง่าย แอปจะบอกเงื่อนไขของกุญแจคุณเอง
- ใส่ผิดติดกัน 3 ครั้ง ต้องถอดกุญแจแล้วเสียบใหม่ก่อนจึงจะลองต่อได้
- ใส่ผิดสะสมครบ 8 ครั้ง ส่วน FIDO2 จะล็อก และต้องล้างกุญแจ ซึ่งจะลบ Passkey ทุกอันในกุญแจ และลายนิ้วมือทั้งหมด
- ใส่ถูกหนึ่งครั้ง จำนวนครั้งที่เหลือจะกลับมาเต็มเหมือนเดิม
5. เปิดหน้า Fingerprints แล้วกด Set PIN
กุญแจรุ่น Bio ต้องมี PIN ก่อนจึงจะลงทะเบียนลายนิ้วมือได้ เสียบกุญแจ กดไอคอนเมนูมุมซ้ายบน เลือก Fingerprints แล้วกด Set PIN ใต้หัวข้อ Manage ถ้าหน้าต่างแอปแคบจนไม่เห็นหัวข้อนี้ ให้กดไอคอนเมนูมุมขวาบนก่อน

6. ใส่ PIN สองครั้งแล้วกด Save
ใส่ PIN ในช่อง New PIN แล้วใส่ซ้ำอีกครั้งในช่อง Confirm PIN ใต้ช่องจะบอกเงื่อนไขว่า A PIN must be 4-63 characters long กด Save แล้วจด PIN เก็บไว้ในที่ปลอดภัย แยกจากตัวกุญแจ

ลงทะเบียนลายนิ้วมือ
ลงทะเบียนได้สูงสุด 5 ลายนิ้วมือ ควรลงอย่างน้อยสองนิ้ว เผื่อนิ้วหนึ่งมีแผลหรือเปียก การลงทะเบียนทำบนคอมพิวเตอร์เท่านั้น เลือกวิธีใดวิธีหนึ่ง ระหว่างแอป Yubico Authenticator, Chrome หรือหน้าตั้งค่าของ Windows
- รอให้ไฟสีเขียวบนกุญแจกะพริบก่อน แล้วค่อยแตะ
- ให้นิ้วโดนทั้งเซ็นเซอร์และขอบสีเงิน กดแน่นพอดี ค้างไว้ราวหนึ่งวินาที แล้วยกนิ้วขึ้น
- แตะซ้ำราว 5 ถึง 8 ครั้ง และเปลี่ยนมุมนิ้วเล็กน้อยทุกครั้ง เพื่อให้กุญแจเก็บลายนิ้วมือได้กว้างขึ้น
- ถ้ามือแห้งมากหรือเย็นจัด กุญแจอาจอ่านไม่ออก ถูมือให้อุ่นก่อน แต่อย่าแตะตอนนิ้วเปียก
7. ใส่ PIN แล้วกด Unlock
ในแอป Yubico Authenticator เปิดหน้า Fingerprints ใส่ PIN ที่ตั้งไว้แล้วกด Unlock

8. กด Add fingerprint แล้วแตะเซ็นเซอร์ซ้ำจนเต็ม
กด Add fingerprint ใต้หัวข้อ Setup แล้ววางนิ้วบนเซ็นเซอร์ เมื่อหน้าต่างขึ้นว่า Keep touching your YubiKey repeatedly ให้ยกนิ้วแล้ววางใหม่ ทำซ้ำจนแถบความคืบหน้าเต็ม

9. ตั้งชื่อลายนิ้วมือแล้วกด Save
เมื่อขึ้นว่า Fingerprint captured successfully ให้ตั้งชื่อ เช่น นิ้วโป้งขวา แล้วกด Save ลายนิ้วมือจะไปอยู่ในรายการใต้หัวข้อ Fingerprints ทำซ้ำตั้งแต่ขั้นก่อนหน้าเพื่อเพิ่มนิ้วอื่น

10. ทางเลือกบน Chrome: เปิดหน้าจัดการกุญแจ
บน macOS, Linux หรือ ChromeOS ใช้ Chrome ได้โดยไม่ต้องลงแอป พิมพ์ chrome://settings/securityKeys ที่ช่องที่อยู่เว็บ หรือเข้า Settings แล้วไปที่ Privacy and security แล้ว Security แล้ว Manage security keys ถ้ายังไม่มี PIN ให้กด Create a PIN ก่อน จากนั้นกด Fingerprints ใส่ PIN แล้วกด Add

11. ทางเลือกบน Chrome: แตะจนวงกลมเต็ม
แตะเซ็นเซอร์ซ้ำ วงกลมรูปลายนิ้วมือจะเติมสีขึ้นเรื่อยๆ จนขึ้นว่า Your fingerprint was captured กด Continue ตั้งชื่อลายนิ้วมือ แล้วกด Done

12. ทางเลือกบน Windows: เปิด Security Key Fingerprint
บน Windows 10 และ 11 เปิด Settings แล้วไปที่ Accounts แล้ว Sign-in options กดขยาย Security Key แล้วกด Manage เสียบกุญแจแล้วแตะหนึ่งครั้ง ถ้ายังไม่มี PIN ให้กด Add ใต้ Security Key PIN ก่อน จากนั้นกด Set up ใต้ Security Key Fingerprint แล้วใส่ PIN

13. ทางเลือกบน Windows: แตะเซ็นเซอร์ซ้ำจนเสร็จ
หน้าต่างจะขึ้นว่า Touch the fingerprint sensor ยกนิ้วแล้ววางซ้ำจนขึ้นว่า All set! แล้วกด OK ถ้าหน้าต่างของ Windows Hello ขึ้นมาก่อน ให้กดยกเลิกหน้าต่างนั้นเพื่อไปที่หน้าต่างของกุญแจ

ผูกกุญแจกับบัญชีแรก
14. เลือกบัญชีที่จะผูกก่อน
เริ่มจากบัญชีอีเมลหลัก เพราะใครเข้าอีเมลได้ก็ขอรีเซ็ตรหัสผ่านของบัญชีอื่นได้แทบทุกบัญชี จากนั้นจึงเป็นตัวจัดการรหัสผ่าน บัญชีการเงินและเว็บเทรด ที่เก็บไฟล์บนคลาวด์ และโซเชียลมีเดีย ภาพด้านล่างเป็นตัวอย่างบริการที่รองรับกุญแจความปลอดภัย แต่ไม่ใช่ทุกเว็บรองรับ และแต่ละเว็บตั้งชื่อเมนูไม่เหมือนกัน

15. เข้าเมนูความปลอดภัยของบัญชี
เข้าสู่ระบบบัญชีนั้นบนคอมพิวเตอร์ แล้วไปที่หน้าตั้งค่าบัญชี หาหัวข้อเกี่ยวกับความปลอดภัย เช่น Security, 2-Step Verification, Two-factor authentication หรือ Multi-factor authentication บางเว็บแยกหัวข้อ Passkeys ไว้ต่างหาก

16. เลือก Security key หรือ Passkey แล้วแตะกุญแจ
ในหน้าความปลอดภัยจะมีตัวเลือกให้ยืนยันตัวตนหลายแบบ เลือก Security key เพื่อใช้กุญแจเป็นการยืนยันขั้นที่สอง ต่อจากรหัสผ่าน ซึ่งเว็บส่วนใหญ่รองรับ หรือเลือก Passkey ถ้าอยากเข้าสู่ระบบด้วยกุญแจกับ PIN โดยไม่ต้องพิมพ์รหัสผ่าน เสียบกุญแจแล้วแตะเซ็นเซอร์ด้วยนิ้วที่ลงทะเบียนไว้ ลายนิ้วมือใช้แทนการพิมพ์ PIN ถ้าสแกนไม่ผ่านสามครั้งติดกัน หน้าจอจะขอให้พิมพ์ PIN แทน

ตอนสร้าง Passkey ให้เลือกตัวเลือกที่เป็นกุญแจ หน้าต่างของเบราว์เซอร์หรือระบบมักเสนอให้เก็บ Passkey ไว้ในมือถือหรือคอมพิวเตอร์ก่อน เช่น iCloud Keychain, Google Password Manager หรือ Windows Hello ต้องเลือกตัวเลือกที่เขียนว่า Security key หรือ USB security key หรือกด Use a different device แล้วเลือกกุญแจ ไม่อย่างนั้น Passkey จะไปอยู่ในเครื่อง ไม่ได้อยู่ใน YubiKey
ลงทะเบียนเสร็จแล้ว ตั้งชื่อกุญแจในหน้านั้นให้จำง่าย เช่น YubiKey หลัก และถ้าเว็บให้รหัสกู้คืน ให้จดหรือพิมพ์เก็บไว้ทันที
17. ออกจากระบบแล้วลองเข้าใหม่
ออกจากระบบ แล้วเข้าใหม่ในหน้าต่างแบบไม่ระบุตัวตน (Incognito หรือ Private) เว็บควรขอให้เสียบหรือแตะกุญแจ ถ้าไม่ขอ อาจเป็นเพราะเว็บจำเครื่องนี้ไว้แล้วว่าเป็นเครื่องที่เชื่อถือได้ ถ้าลงทะเบียนแบบ Passkey จะเห็นชื่อเว็บนั้นในหน้า Passkeys ของแอปเหมือนภาพด้านล่าง ส่วนการลงทะเบียนแบบ Security key ธรรมดา แอปจะไม่แสดงรายการ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

กุญแจดอกนี้ผูกแบบ Security key ธรรมดาได้ไม่จำกัดจำนวนบัญชี ส่วน Passkey ที่เก็บไว้ในตัวกุญแจมีที่จำกัด เก็บได้ 25 หรือ 100 รายการ ขึ้นกับเวอร์ชันเฟิร์มแวร์ของกุญแจ บรรทัดล่างของหน้า Passkeys จะบอกว่าใช้ไปเท่าไรแล้ว
ลงทะเบียนกุญแจสำรอง
ทำทันทีหลังผูกดอกแรก ในหน้าความปลอดภัยเดิมของแต่ละบัญชี กดเพิ่มกุญแจอีกครั้ง แล้วเสียบหรือแตะดอกสำรอง ทำซ้ำให้ครบทุกบัญชีที่ผูกดอกหลักไว้
- ดอกสำรองมี PIN ของตัวเอง ต้องตั้ง PIN ให้ดอกสำรองแยกต่างหาก และลงทะเบียนลายนิ้วมือใหม่ เพราะลายนิ้วมือเก็บแยกในแต่ละดอก
- ดอกสำรองควรเป็นรุ่นที่ใช้งานแบบเดียวกัน คือ YubiKey Bio อีกดอก หัว USB-A หรือ USB-C ก็ได้ ถ้าเลือกกุญแจรุ่นที่ไม่มีเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือเป็นดอกสำรอง ก็ยังใช้เข้าบัญชีได้ตามปกติ แค่ไม่มีการสแกนนิ้ว ถ้าเว็บขอยืนยันตัวตนด้วย PIN ก็พิมพ์ PIN แทน
- เก็บดอกสำรองไว้คนละที่กับดอกหลัก เช่น ดอกหลักติดพวงกุญแจ ดอกสำรองเก็บไว้ที่บ้าน
- ถ้าดอกหลักหาย เข้าบัญชีด้วยดอกสำรอง แล้วลบดอกที่หายออกจากหน้าความปลอดภัยของทุกบัญชี
ใช้กับมือถือและแท็บเล็ต
- รุ่นนี้ทำมาเพื่อคอมพิวเตอร์เป็นหลัก ไม่มี NFC จึงแตะกับมือถือไม่ได้
- การลงทะเบียนและจัดการลายนิ้วมือทำได้บนคอมพิวเตอร์เท่านั้น
- จะเสียบกับมือถือที่เป็นช่อง USB-C ได้หรือไม่ ขึ้นกับระบบของมือถือและเบราว์เซอร์ที่ใช้ และถ้ากุญแจล็อกการสแกนลายนิ้วมือไว้ อาจต้องกลับไปปลดล็อกบนคอมพิวเตอร์
- ถ้าจะใช้กับมือถือเป็นประจำ YubiKey 5C NFC ที่แตะ NFC ได้เหมาะกว่า
ลืม PIN หรืออยากล้างกุญแจ
ลืม PIN ไม่มีทางกู้ PIN เดิมคืน ทางเดียวคือล้างส่วน FIDO2 ในแอป Yubico Authenticator ซึ่งจะลบ PIN และ Passkey ทั้งหมดในกุญแจดอกนั้น บัญชีออนไลน์ยังอยู่ครบ แต่ต้องเข้าด้วยดอกสำรองหรือรหัสกู้คืนก่อน แล้วค่อยลงทะเบียนกุญแจใหม่ ขั้นตอนทีละขั้นและสิ่งที่จะหายไปอยู่ในบทความลืม PIN YubiKey และวิธีรีเซ็ต FIDO2
การล้าง FIDO2 จะลบลายนิ้วมือทั้งหมดที่ลงทะเบียนไว้ไปด้วย แต่ถ้าแค่สแกนนิ้วไม่ผ่านสามครั้งติดกัน กุญแจจะหยุดรับลายนิ้วมือชั่วคราวแล้วหันไปขอ PIN แทน กรณีนี้ไม่ต้องล้าง แค่ยืนยันด้วย PIN ให้ผ่านหนึ่งครั้ง การสแกนลายนิ้วมือก็กลับมาใช้ได้ ถ้าทำจากมือถือแล้วไม่ขึ้นช่องให้ใส่ PIN ให้ทำบนคอมพิวเตอร์
คำถามที่พบบ่อย
ถ้ากุญแจหาย คนที่เก็บได้เข้าบัญชีของฉันได้ไหม
ไม่ได้ด้วยกุญแจอย่างเดียว ถ้าผูกแบบ Security key เขายังต้องรู้รหัสผ่านของบัญชี ถ้าผูกแบบ Passkey เขายังต้องรู้ PIN ของกุญแจ และใส่ผิดได้ไม่เกิน 8 ครั้งส่วนลายนิ้วมือของคุณก็ไม่ได้ติดไปกับเขา แต่ควรเข้าบัญชีด้วยดอกสำรองแล้วลบดอกที่หายออกจากทุกบัญชีให้เร็วที่สุด
ต้องลงแอป Yubico Authenticator ไหม
ไม่จำเป็นสำหรับการเข้าสู่ระบบ เว็บส่วนใหญ่ใช้กุญแจได้ทันทีผ่านเบราว์เซอร์ แอปมีไว้ตั้ง PIN ดูรายการ Passkey ลงทะเบียนลายนิ้วมือ และล้างกุญแจเมื่อจำเป็น
อัปเดตเฟิร์มแวร์ของกุญแจได้ไหม
ไม่ได้ เฟิร์มแวร์ถูกติดตั้งมาตั้งแต่ผลิตและเปลี่ยนไม่ได้ ซึ่งก็ทำให้ไม่มีใครแอบแก้เฟิร์มแวร์ในกุญแจได้ด้วย ดูเวอร์ชันได้ที่หน้า Home ของแอป
เว็บที่ฉันใช้รองรับกุญแจนี้ไหม
เปิดหน้าตั้งค่าความปลอดภัยของบัญชีนั้น ถ้ามีตัวเลือก Security key หรือ Passkey ก็ใช้ได้ ถ้ามีให้เลือกแค่แอปยืนยันตัวตนแบบรหัส 6 หลัก กุญแจรุ่นนี้ใช้กับบัญชีนั้นไม่ได้
สแกนนิ้วแล้วไม่ผ่าน ทำยังไงดี
ให้แน่ใจว่านิ้วโดนทั้งเซ็นเซอร์และขอบสีเงินพร้อมกัน กดค้างไว้ราวหนึ่งวินาที ถ้ามือแห้งมากหรือเย็นจัด เครื่องอาจอ่านไม่ออก ถูมือให้อุ่นก่อนแล้วลองใหม่ ถ้าสแกนไม่ผ่านสามครั้งติดกัน กุญแจจะหันไปขอ PIN แทน ซึ่งเข้าบัญชีได้ตามปกติ
SIAMBC และ Yubico จะขอ PIN ขอเข้าเครื่องจากระยะไกล หรือขอตัวกุญแจไหม ไม่ขอทั้งคู่ ไม่ว่ากรณีใด ใครโทรมา ทักแชต หรือส่งอีเมลมาขอ PIN ของกุญแจ ขอรหัสกู้คืนของบัญชี ขอให้ลงโปรแกรมอย่าง AnyDesk หรือ TeamViewer เพื่อช่วยตั้งค่า หรือขอให้ส่งกุญแจไปให้ คือมิจฉาชีพ ไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นทีมงาน SIAMBC อ้างชื่อ Yubico หรืออ้างว่าเป็นการเคลมประกัน ยืนยันตัวตน หรือกู้บัญชี เรื่องประกันหรือเปลี่ยนสินค้า ให้ติดต่อ SIAMBC ผ่านช่องทางบน siambc.com ที่คุณเปิดเอง อย่าตอบกลับลิงก์หรือเบอร์ที่ส่งมาหาคุณ
สรุป
สามเรื่องที่ต้องไม่พลาดกับ YubiKey C Bio FIDO Edition คือ ตั้ง PIN แล้วจดเก็บไว้แยกจากกุญแจ ผูกดอกสำรองกับทุกบัญชีตั้งแต่วันแรก และลงทะเบียนลายนิ้วมืออย่างน้อยสองนิ้ว ทำครบสามข้อนี้ กุญแจหายหรือเสียก็ยังเข้าบัญชีได้
ติดตั้งไม่ผ่านหรือติดตรงไหน ติดต่อ SIAMBC ได้โดยตรง ทั้งเรื่องการใช้งาน การรับประกัน และการเปลี่ยนสินค้าในไทย
ดูสินค้าได้ที่ YubiKey C Bio FIDO Edition หรือเลือกดอกสำรองจากกุญแจ Yubico ทุกรุ่น และอ่านคู่มือรุ่นอื่นได้ที่หน้ารวมคู่มือ
ตรวจสอบเนื้อหาล่าสุด: 21 ตุลาคม 2569 ข้อความบนหน้าจออาจเปลี่ยนตามเวอร์ชันของแอปและเบราว์เซอร์
ซื้อเครื่องจาก SIAMBC อย่าลืมลงทะเบียนรับประกัน
เก็บหมายเลขเครื่องไว้กับเรา ตอนเคลมจะได้สะดวกขึ้น ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที
ลงทะเบียนรับประกัน
