Tangem และ Trezor เป็น Hardware Wallet ที่ช่วยเก็บ Private Key แยกออกจากโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์เหมือนกัน แต่ประสบการณ์ใช้งานแทบจะอยู่คนละแนว Tangem มาในรูปแบบบัตร ใช้มือถือเป็นหน้าจอและแตะผ่าน NFC เมื่อต้องการยืนยันรายการ ส่วน Trezor เป็นอุปกรณ์ที่มีหน้าจอของตัวเอง ให้ผู้ใช้ตรวจสอบข้อมูลและกดยืนยันบนเครื่องโดยตรง ความต่างนี้ส่งผลตั้งแต่ขั้นตอนตั้งค่า วิธีสำรองกระเป๋า ไปจนถึงวิธีรับมือเมื่ออุปกรณ์หาย

สรุปก่อนอ่าน

  • Tangem เหมาะกับคนที่ใช้มือถือเป็นหลัก ต้องการอุปกรณ์บาง พกง่าย ไม่มีสายและไม่มีแบตเตอรี่ เพียงเปิดแอปแล้วแตะบัตรกับโทรศัพท์
  • Trezor เหมาะกับคนที่ต้องการตรวจสอบรายการบนหน้าจอแยก ต้องการระบบ Open Source และอยากใช้ Seed Phrase มาตรฐานสำหรับกู้คืนกระเป๋า
  • Tangem ตั้งค่าได้ทั้งแบบไม่มี Seed Phrase โดยสำรอง Private Key ไปยังบัตรหลายใบ และแบบมี Seed Phrase สำหรับผู้ที่ต้องการวิธีกู้คืนมาตรฐาน
  • Trezor Safe Family รองรับ Seed Phrase แบบ BIP39 และ SLIP39 รวมถึง Multi-share Backup สำหรับแบ่งข้อมูลกู้คืนไว้หลายจุด
  • คำแนะนำของ SIAMBC: ถ้าต้องการใช้งานง่ายบนมือถือและพกประจำ Tangem ตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าต้องการถือระยะยาว ให้ความสำคัญกับ Open Source และอยากตรวจธุรกรรมบนหน้าจออิสระ เราแนะนำ Trezor

Tangem กับ Trezor ต่างกันตรงไหน

หัวใจของทั้งสองแบรนด์คือการเก็บ Private Key ไว้ในอุปกรณ์เฉพาะ ไม่ปล่อยให้กุญแจสำคัญนี้ไปอยู่บนโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา เหรียญของผู้ใช้ยังอยู่บน Blockchain ตามเดิม ตัว Hardware Wallet ทำหน้าที่เก็บกุญแจและเซ็นธุรกรรมเมื่อเจ้าของอนุมัติ

Tangem ลดตัวอุปกรณ์ให้เหลือเพียงบัตรที่มี Secure Element และเสาอากาศ NFC ไม่มีหน้าจอ ปุ่ม ช่องเสียบ หรือแบตเตอรี่ เวลาจะเปิดกระเป๋าหรือเซ็นรายการ ผู้ใช้เปิด Tangem App บนโทรศัพท์แล้วนำบัตรไปแตะด้านหลังเครื่อง การออกแบบนี้พกง่ายและไม่มีชิ้นส่วนที่ต้องชาร์จไฟ แต่หมายความว่าข้อมูลธุรกรรมทั้งหมดจะแสดงผ่านหน้าจอโทรศัพท์

Trezor ใช้แนวทางของอุปกรณ์แยกที่มีหน้าจอและปุ่มหรือหน้าจอสัมผัส ขึ้นอยู่กับรุ่น ผู้ใช้เชื่อมต่อกับ Trezor Suite แล้วตรวจที่อยู่ จำนวนเงิน และคำขอยืนยันบนหน้าจอ Trezor อีกครั้ง รุ่น Safe 3 และ Safe 5 ใช้ USB-C ส่วน Safe 7 เพิ่มการเชื่อมต่อไร้สายสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานกับมือถือสะดวกขึ้น

ความต่างที่ควรจำ: Tangem เน้นความคล่องตัวและใช้โทรศัพท์เป็นศูนย์กลาง ส่วน Trezor เน้นการตรวจสอบบนอุปกรณ์อิสระและความโปร่งใสของระบบ ไม่มีคำตอบเดียวว่าแบบไหนดีที่สุด เพราะต้องดูว่าคุณใช้งานกับอุปกรณ์อะไรและต้องการสำรองกระเป๋าแบบไหน

การใช้งานจริงในแต่ละวัน

Tangem: เปิดแอป แตะบัตร แล้วใช้งาน

จุดแข็งของ Tangem คือขั้นตอนที่สั้น ผู้ใช้เปิดแอป เลือกเหรียญและเตรียมธุรกรรม จากนั้นแตะบัตรกับโทรศัพท์เพื่อยืนยัน การ์ดมีขนาดใกล้เคียงบัตรธนาคาร จึงเก็บในกระเป๋าสตางค์ได้โดยไม่ต้องพกสายหรือจำว่าชาร์จแบตเตอรี่ครั้งล่าสุดเมื่อไร

การตั้งค่าก็ทำผ่านมือถือทั้งหมด เหมาะกับคนที่ไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำ หรืออยากจัดการกระเป๋าระหว่างเดินทาง อย่างไรก็ตาม โทรศัพท์ต้องรองรับ NFC และควรตรวจตำแหน่งเสาอากาศของแต่ละรุ่น เพราะการแตะผิดตำแหน่งอาจทำให้สแกนไม่ติดในครั้งแรก

Trezor: มีขั้นตอนเพิ่มขึ้น แต่เห็นสิ่งที่กำลังยืนยันชัดกว่า

Trezor Safe 3 ต้องต่อสาย USB-C เมื่อตั้งค่าและใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์หรือ Android ที่รองรับ เส้นทางใน Trezor Suite แบ่งเป็นขั้นตอนชัด ตั้งแต่ตรวจสอบอุปกรณ์ ติดตั้งเฟิร์มแวร์ สร้าง Wallet Backup ตั้ง PIN ไปจนถึงเพิ่มบัญชี จึงเหมาะกับผู้ใช้ที่อยากเข้าใจว่าแต่ละขั้นตอนทำหน้าที่อะไร

เมื่อส่งเหรียญ ผู้ใช้ต้องตรวจข้อมูลบนหน้าจอ Trezor แล้วกดปุ่มบนตัวเครื่อง การมีอุปกรณ์แยกเพิ่มขึ้นอาจไม่คล่องเท่า Tangem แต่ช่วยแยกจุดยืนยันออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ที่ใช้สร้างรายการ

หน้าจอมีผลต่อการตรวจสอบธุรกรรมอย่างไร

หน้าจอของ Hardware Wallet ไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงาม แต่เป็นช่องทางให้เจ้าของตรวจสิ่งที่อุปกรณ์กำลังเซ็น หากคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์แสดงที่อยู่ไม่ตรงกับคำสั่งจริง หน้าจอบนอุปกรณ์ควรเป็นจุดตรวจสุดท้ายก่อนอนุมัติ

Trezor มีหน้าจอของตัวเอง ผู้ใช้จึงเปรียบเทียบที่อยู่และจำนวนเงินบน Trezor กับข้อมูลของผู้รับได้โดยตรง ส่วน Tangem ไม่มีหน้าจอ การเตรียมรายการและแสดงรายละเอียดเกิดขึ้นในแอปบนโทรศัพท์ ก่อนจะนำบัตรไปแตะเพื่อเซ็น วิธีนี้สะดวกมาก แต่ผู้ใช้ต้องรักษาความปลอดภัยของโทรศัพท์ ดาวน์โหลดแอปจากแหล่งทางการ และอ่านข้อมูลบนหน้าจออย่างรอบคอบ

การไม่มีหน้าจอไม่ได้หมายความว่า Tangem ไม่ปลอดภัย Private Key ยังคงอยู่ในชิปและการเซ็นต้องมีบัตรจริงพร้อมรหัส Access Code แต่ผู้ซื้อควรเข้าใจโมเดลความปลอดภัยให้ตรงกับการใช้งานของตัวเอง หากต้องการหน้าจออิสระเพื่อยืนยันข้อมูลก่อนเซ็น Trezor จะตอบโจทย์กว่าอย่างชัดเจน

การสำรองและกู้คืนกระเป๋า: จุดต่างที่สำคัญที่สุด

Tangem แบบไม่มี Seed Phrase

การตั้งค่ามาตรฐานของ Tangem สามารถสร้าง Private Key ภายในชิป แล้วสำรองกุญแจไปยังบัตรใบที่สองหรือสามผ่านช่องทางเข้ารหัส บัตรทุกใบมีสิทธิ์เข้าถึงกระเป๋าเท่ากัน หากใบหนึ่งหาย ผู้ใช้ยังเปิดกระเป๋าด้วยใบที่เหลือได้

ข้อดีคือไม่ต้องจด Seed Phrase จึงลดความเสี่ยงจากการถ่ายรูป กรอกลงเว็บไซต์ปลอม หรือทำกระดาษหาย แต่ต้องกระจายบัตรเก็บคนละสถานที่ หากบัตรทุกใบสูญหายหรือเสียหายพร้อมกัน และกระเป๋านั้นไม่ได้สร้างด้วย Seed Phrase จะไม่สามารถกู้คืนได้ นอกจากนี้ การเพิ่มบัตรสำรองภายหลังทำไม่ได้ เพราะระบบอนุญาตให้สร้างชุดสำรองเพียงครั้งเดียวตอนตั้งค่า

Tangem แบบมี Seed Phrase

Tangem Wallet รุ่นปัจจุบันเปิดให้สร้างหรือ Import Seed Phrase ได้ เหมาะกับคนที่ต้องการความสามารถในการกู้คืนไปยังอุปกรณ์หรือกระเป๋าที่รองรับมาตรฐาน BIP39 หากเลือกวิธีนี้ ภาระการเก็บ Seed Phrase จะกลับมาอยู่กับเจ้าของเหมือน Hardware Wallet ทั่วไป จึงต้องเก็บแบบออฟไลน์และแยกจากบัตร

Trezor และ Wallet Backup มาตรฐาน

Trezor รองรับ Wallet Backup แบบ BIP39 จำนวน 12 หรือ 24 คำ และ SLIP39 จำนวน 20 คำตามรุ่นและการตั้งค่า Trezor Safe Family ใช้ Single-share Backup แบบ 20 คำเป็นค่ามาตรฐาน และสามารถขยายเป็น Multi-share Backup เพื่อแบ่งข้อมูลกู้คืนหลายชุด กำหนดได้ว่าต้องใช้กี่ชุดจึงจะกู้กระเป๋าได้

ข้อดีของ Seed Phrase มาตรฐานคือกู้คืนกระเป๋าได้แม้อุปกรณ์เดิมหายหรือพัง โดยไม่ต้องมีบัตรสำรองจากชุดเดิม แต่ Seed Phrase กลายเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด หากถูกขโมย ผู้ไม่หวังดีอาจกู้กระเป๋าได้โดยไม่ต้องมี Trezor ดังนั้นจึงควรเก็บแบบออฟไลน์ ใช้วัสดุทนไฟและน้ำเมื่อถือสินทรัพย์ระยะยาว และไม่เก็บไว้ใกล้ตัวอุปกรณ์

อย่าเลือกจากความสะดวกเพียงอย่างเดียว: ก่อนตั้งค่าให้คิดถึงเหตุการณ์จริง เช่น โทรศัพท์พัง บ้านเกิดไฟไหม้ บัตรหายหนึ่งใบ หรือเจ้าของไม่สามารถจัดการกระเป๋าได้ วิธีสำรองที่ดีต้องช่วยให้กู้คืนได้โดยไม่สร้างจุดอ่อนที่คนอื่นเข้าถึงง่ายเกินไป

ความปลอดภัย ชิป Secure Element และ Open Source

Tangem Wallet ใช้ Secure Element ที่ได้รับการรับรองระดับ EAL6+ Private Key ถูกสร้างและเก็บภายในชิป เฟิร์มแวร์ถูกติดตั้งครั้งเดียวและอัปเดตไม่ได้ แนวทางนี้ลดความเสี่ยงจากการติดตั้งเฟิร์มแวร์ปลอมภายหลัง ตัวเฟิร์มแวร์ไม่ได้เปิด Source Code ต่อสาธารณะ แต่ Tangem ระบุว่าเคยผ่านการตรวจสอบจากบริษัทความปลอดภัยอิสระ ส่วนแอป Tangem เปิดให้ตรวจสอบ Source Code ได้

Trezor Safe 3 ใช้ Secure Element ระดับ EAL6+ เช่นกัน แต่แนวทางหลักของ Trezor คือเปิดเผยซอฟต์แวร์ เฟิร์มแวร์ และการออกแบบส่วนสำคัญให้สาธารณะตรวจสอบ สร้าง และเสนอการแก้ไขได้ ผู้ใช้จึงไม่ต้องอาศัยคำยืนยันจากผู้ผลิตเพียงฝ่ายเดียว อย่างไรก็ตาม Open Source ไม่ได้รับประกันว่าจะไม่มีช่องโหว่ เพียงแต่ทำให้การตรวจสอบและการถกเถียงด้านความปลอดภัยเกิดขึ้นได้กว้างกว่า

ถ้าคุณให้ความสำคัญกับหลัก “ตรวจสอบได้” มากเป็นพิเศษ Trezor มีข้อได้เปรียบชัดเจนกว่า แต่ถ้าต้องการชิปที่ทำหน้าที่เฉพาะและเฟิร์มแวร์ที่เปลี่ยนไม่ได้ พร้อมประสบการณ์ใช้งานผ่านมือถือที่สั้น Tangem ก็มีเหตุผลของการออกแบบที่ชัดเจน

การรองรับเหรียญ แอป และอุปกรณ์

Tangem รองรับเหรียญและโทเคนจำนวนมากผ่านแอปบน iOS และ Android จุดเด่นคือหลายขั้นตอนอยู่ในแอปเดียว ตั้งแต่รับ ส่ง เชื่อมต่อ dApp ไปจนถึงบริการแลกเหรียญจากผู้ให้บริการภายนอก เหมาะกับคนที่ถือสินทรัพย์หลายเครือข่ายและต้องการจัดการผ่านมือถือ

Trezor รองรับเหรียญหลักและโทเคนจำนวนมากใน Trezor Suite และเชื่อมต่อกับกระเป๋าของบุคคลที่สามได้เมื่อจำเป็น รุ่นต่างๆ อาจรองรับเหรียญไม่เท่ากัน และบางสินทรัพย์ต้องใช้แอปภายนอก จึงควรค้นชื่อเหรียญตามรุ่นก่อนซื้อ ไม่ควรดูแค่ตัวเลขจำนวนสินทรัพย์รวม

ด้านอุปกรณ์ Tangem ต้องใช้โทรศัพท์ที่มี NFC ส่วน Trezor Safe 3 เหมาะกับคอมพิวเตอร์และ Android ผ่าน USB-C มากกว่า ผู้ใช้ iPhone ที่ต้องการ Trezor แบบไร้สายควรพิจารณา Safe 7 แทน ไม่ควรซื้อ Safe 3 โดยคาดว่าจะใช้งานเต็มรูปแบบบน iPhone เหมือน Tangem

ตารางเปรียบเทียบ Tangem กับ Trezor Safe 3

หัวข้อTangem WalletTrezor Safe 3
รูปแบบอุปกรณ์บัตร NFC ไม่มีหน้าจอและปุ่มอุปกรณ์มีหน้าจอ OLED และปุ่มสองปุ่ม
การเชื่อมต่อNFC ผ่าน iOS หรือ AndroidUSB-C ผ่านคอมพิวเตอร์หรือ Android ที่รองรับ
แบตเตอรี่ไม่มีไม่มี
จุดยืนยันธุรกรรมตรวจข้อมูลบนโทรศัพท์ แล้วแตะบัตรเพื่อเซ็นตรวจข้อมูลและกดยืนยันบนหน้าจออุปกรณ์
การสำรองมาตรฐานบัตรสำรอง 2–3 ใบ โดยไม่ต้องมี Seed PhraseWallet Backup แบบ BIP39 หรือ SLIP39
Seed Phraseเลือกตั้งค่าแบบมี Seed Phrase ได้ในรุ่นปัจจุบันรองรับ 12, 20 และ 24 คำตามรูปแบบ Backup
Secure ElementEAL6+EAL6+
ความโปร่งใสแอปเปิด Source Code แต่เฟิร์มแวร์อุปกรณ์เป็นระบบปิดและผ่านการตรวจสอบอิสระซอฟต์แวร์ เฟิร์มแวร์ และการออกแบบหลักเป็น Open Source
การอัปเดตเฟิร์มแวร์เฟิร์มแวร์ติดตั้งครั้งเดียวและอัปเดตไม่ได้อัปเดตได้ พร้อมตรวจลายเซ็นและความถูกต้องก่อนติดตั้ง
จุดเด่นพกง่าย ใช้มือถือสะดวก ไม่มีสายตรวจรายการบนหน้าจอแยก Open Source และสำรองตามมาตรฐาน
เหมาะกับใครผู้ใช้มือถือเป็นหลักและต้องการขั้นตอนสั้นผู้ถือระยะยาวและผู้ที่ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบได้

Tangem หรือ Trezor แบบไหนเหมาะกับคุณ

เลือก Tangem หากคุณต้องการ

  • ใช้งานผ่าน iPhone หรือ Android เป็นหลัก
  • อุปกรณ์บาง พกในกระเป๋าสตางค์ได้ และไม่ต้องใช้สาย
  • ตั้งค่าแบบไม่มี Seed Phrase โดยใช้บัตรหลายใบเป็นชุดสำรอง
  • จัดการเหรียญและเชื่อมต่อ dApp ผ่านแอปเดียว
  • ขั้นตอนส่งและยืนยันรายการที่สั้น เหมาะกับการใช้งานระหว่างเดินทาง

เลือก Trezor หากคุณต้องการ

  • ตรวจที่อยู่และจำนวนเงินบนหน้าจอ Hardware Wallet ก่อนยืนยัน
  • ระบบ Open Source ที่เปิดให้ตรวจสอบได้มากกว่า
  • ใช้ Seed Phrase มาตรฐานและกู้คืนข้ามอุปกรณ์ที่รองรับได้
  • แบ่งข้อมูลกู้คืนหลายชุดด้วย Multi-share Backup
  • ใช้คอมพิวเตอร์เป็นหลักและต้องการเครื่องมือด้านความเป็นส่วนตัวใน Trezor Suite

คำตอบแบบตรงไปตรงมา

ถ้าความสะดวกบนมือถือสำคัญที่สุด ให้เลือก Tangem รูปแบบบัตรเหมาะกับคนที่อยากหยิบใช้ได้ทันที ไม่ต้องพกสาย และไม่อยากเริ่มต้นด้วยการดูแล Seed Phrase

ถ้าต้องการเก็บสินทรัพย์ระยะยาวและอยากเข้าใจระบบที่ตรวจสอบได้ ให้เลือก Trezor หน้าจอแยกช่วยให้เห็นสิ่งที่กำลังอนุมัติ ขณะที่ Open Source และรูปแบบ Wallet Backup มาตรฐานให้ความยืดหยุ่นในการวางแผนกู้คืนมากกว่า

ดูสินค้าที่ใช้เปรียบเทียบ

Tangem Wallet 3 Cards Set สีดำ

Tangem

Tangem Wallet 3 Cards Set

2,590 บาท

  • บัตรสามใบสำหรับใช้งานและสำรองกระเป๋า
  • เชื่อมต่อ iPhone และ Android ผ่าน NFC
  • เลือกตั้งค่าแบบมีหรือไม่มี Seed Phrase ได้
เพิ่มลงตะกร้า

ปุ่มนี้เลือกสีดำ ราคาจริงอาจเปลี่ยนตามโปรโมชัน กรุณาตรวจสอบที่หน้าสินค้าก่อนสั่งซื้อ

Trezor Safe 3 สี Cosmic Black

Trezor

Trezor Safe 3

3,790 บาท

  • Secure Element ระดับ EAL6+
  • หน้าจอ OLED และปุ่มยืนยันบนอุปกรณ์
  • ระบบ Open Source พร้อม Wallet Backup มาตรฐาน
เพิ่มลงตะกร้า

ปุ่มนี้เลือกสี Cosmic Black สามารถดูสีอื่นและรุ่น Bitcoin-only ได้จากหน้าสินค้า

คำถามที่พบบ่อย

Tangem ปลอดภัยกว่า Trezor หรือไม่

ทั้งคู่ใช้แนวทางความปลอดภัยที่ต่างกัน Tangem ลดพื้นผิวการโจมตีด้วยชิปเฉพาะ เฟิร์มแวร์ที่อัปเดตไม่ได้ และไม่มีหน้าจอหรือพอร์ต ส่วน Trezor ให้ผู้ใช้ตรวจรายการบนอุปกรณ์และเปิดระบบให้ตรวจสอบได้มากกว่า จึงไม่ควรตัดสินจากระดับ EAL เพียงตัวเดียว ต้องดูทั้งวิธีใช้งาน การสำรอง และพฤติกรรมของเจ้าของด้วย

ถ้า Tangem หายหนึ่งใบ เหรียญจะหายไหม

ไม่หาย หากตั้งค่าบัตรสำรองครบและยังมีบัตรอีกใบที่ใช้งานได้ คุณสามารถเข้าถึงกระเป๋าและโอนสินทรัพย์ไปกระเป๋าใหม่ได้ แต่ถ้าใช้แบบไม่มี Seed Phrase แล้วทำบัตรทุกใบหายพร้อมกัน จะไม่สามารถกู้คืนกระเป๋าได้

ถ้า Trezor หาย เหรียญจะหายไหม

ไม่หาย ตราบใดที่ยังมี Wallet Backup หรือ Seed Phrase ที่ถูกต้อง คุณสามารถกู้กระเป๋าบนอุปกรณ์ใหม่ที่รองรับได้ หากสงสัยว่า PIN หรือ Seed Phrase อาจรั่ว ควรสร้างกระเป๋าใหม่และย้ายสินทรัพย์ทันที

Tangem ใช้กับคอมพิวเตอร์ได้ไหม

Tangem ออกแบบให้ใช้งานผ่านแอปบนโทรศัพท์ที่มี NFC เป็นหลัก ไม่ได้ให้ประสบการณ์แบบเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เหมือน Trezor ผู้ที่ทำรายการจากเดสก์ท็อปเป็นประจำควรพิจารณา Trezor หรืออุปกรณ์ที่มีโปรแกรมคอมพิวเตอร์โดยตรง

Trezor ใช้กับ iPhone ได้ไหม

Trezor Safe 3 มีข้อจำกัดบน iPhone เพราะไม่มี Bluetooth และต้องใช้สายสำหรับการจัดการอุปกรณ์ หากต้องการ Trezor ที่ใช้งานกับมือถือแบบไร้สาย ควรตรวจสอบ Trezor Safe 7 ส่วน Tangem รองรับ iPhone ที่มี NFC ได้โดยตรง

รุ่นไหนเหมาะกับ Bitcoin ระยะยาว

ทั้งสองแบบเก็บ Bitcoin ได้ แต่ถ้าต้องการหน้าจอสำหรับตรวจธุรกรรม ระบบ Open Source และตัวเลือก Bitcoin-only Edition เราแนะนำ Trezor Safe 3 หากต้องการพกง่ายและยอมรับการสำรองด้วยบัตรหลายใบ Tangem ก็เป็นตัวเลือกที่ใช้งานสะดวกกว่า

สรุป

Tangem และ Trezor ไม่ได้ต่างกันแค่รูปทรง แต่ต่างกันตั้งแต่วิธีที่ผู้ใช้ยืนยันรายการไปจนถึงแผนกู้คืนกระเป๋า Tangem ทำให้ Hardware Wallet เข้าถึงง่ายผ่านบัตรและโทรศัพท์ เหมาะกับคนที่ต้องการความคล่องตัว ส่วน Trezor ให้หน้าจอแยก ระบบ Open Source และ Wallet Backup มาตรฐาน เหมาะกับคนที่อยากตรวจสอบและวางแผนเก็บสินทรัพย์อย่างเป็นระบบ

ก่อนซื้อ ให้เริ่มจากสามคำถาม: คุณใช้ iPhone, Android หรือคอมพิวเตอร์เป็นหลัก ต้องการจัดการ Seed Phrase เองหรือใช้บัตรสำรอง และอยากตรวจธุรกรรมบนหน้าจออิสระหรือไม่ คำตอบสามข้อนี้จะช่วยเลือกได้แม่นกว่าการดูราคาและจำนวนเหรียญเพียงอย่างเดียว

แหล่งข้อมูลสำหรับตรวจสอบรายละเอียดล่าสุด

ข้อมูลราคาและความเข้ากันได้ตรวจสอบเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 รายการเหรียญ ฟังก์ชัน และราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเลือกอุปกรณ์ ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน เขียนโดย Bank

บทความล่าสุด

ดูทั้งหมด

Tangem Wallet cards compared with a Trezor Safe 3

Tangem vs Trezor ต่างกันอย่างไร เลือก Hardware Wallet แบบไหนดี

Tangem เด่นเรื่องความคล่องตัวและการใช้งานผ่านมือถือ ส่วน Trezor มีหน้าจอแยก ระบบ Open Source และตัวเลือกสำรองที่ยืดหยุ่น บทความนี้เปรียบเทียบแบบตรงไปตรงมาเพื่อช่วยเลือกให้เหมาะกับอุปกรณ์และแผนเก็บสินทรัพย์ของคุณ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Tangem vs Trezor ต่างกันอย่างไร เลือก Hardware Wallet แบบไหนดี

อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ กับ Bitcoin และ Ethereum ท่ามกลางกราฟตลาดคริปโตที่ปรับลง

CLARITY Act ไปต่อไม่สำเร็จ ทำไม Bitcoin และตลาดคริปโตจึงร่วงตาม

วุฒิสภาสหรัฐฯ ยังไม่สามารถเดินหน้า CLARITY Act หลังญัตติปิดอภิปรายได้เสียงไม่ถึง 60 เสียง ส่งผลให้ Bitcoin, Ethereum และ Altcoin ปรับลง พร้อมความกังวลว่าความชัดเจนด้านกฎหมายคริปโตจะถูกเลื่อนออกไป

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ CLARITY Act ไปต่อไม่สำเร็จ ทำไม Bitcoin และตลาดคริปโตจึงร่วงตาม

อีเมลฟิชชิงอ้างช่องโหว่ STM32 พร้อม Trezor Safe 5 และสัญลักษณ์ป้องกันภัย

Trezor เตือนอีเมลฟิชชิงอ้างช่องโหว่ STM32: ผู้ใช้ควรทำอย่างไร

Trezor เตือนอีเมลฟิชชิงที่อ้างช่องโหว่ STM32 หลังผู้ให้บริการอีเมลภายนอกถูกเจาะ พร้อมวิธีตรวจสอบและรับมือโดยไม่ทำให้ Seed Phrase หลุด

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Trezor เตือนอีเมลฟิชชิงอ้างช่องโหว่ STM32: ผู้ใช้ควรทำอย่างไร