คำตอบสั้น ๆ

  • Tangem ชุด 2 การ์ด เหมาะกับผู้ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย มีที่เก็บการ์ดแยกกันสองจุด และมั่นใจว่าจะดูแลทั้งการ์ดและ Access Code ได้ดี
  • Tangem ชุด 3 การ์ด เหมาะกับผู้ที่ใช้แบบไม่มี Seed Phrase พกการ์ดออกจากบ้านเป็นประจำ หรืออยากเก็บการ์ดอีกใบไว้คนละสถานที่ เพราะหากหายหนึ่งใบก็ยังเหลือใช้อีกสองใบ
  • ระบบของ Tangem ไม่ได้กำหนดว่าใบใดเป็น “การ์ดหลัก” การ์ดทุกใบในชุดใช้เข้า Wallet และอนุมัติธุรกรรมได้เหมือนกัน คำว่าใบใช้งานกับใบสำรองเป็นเพียงชื่อที่ผู้ใช้ตั้งไว้เพื่อแบ่งหน้าที่เท่านั้น
  • หากลืม Access Code การตั้งรหัสใหม่ต้องใช้การ์ดสองใบจาก Wallet เดียวกัน ใบหนึ่งใช้ตั้งรหัสใหม่ ส่วนอีกใบใช้ยืนยัน ดังนั้น หากมีชุด 2 ใบแล้วทำหายไปหนึ่งใบพร้อมกับลืมรหัสของใบที่เหลือ จะตั้งรหัสใหม่ด้วยวิธีนี้ไม่ได้
  • ต้องเลือกจำนวนการ์ดให้เรียบร้อยตอนสร้างชุดสำรอง เพราะหลังตั้งค่าเสร็จแล้วจะนำการ์ดใบที่สามมาเพิ่มใน Wallet เดิมไม่ได้

การจะเลือก Tangem แบบ 2 การ์ดหรือ 3 การ์ด ไม่ควรดูแค่จำนวนการ์ด แต่ต้องดูด้วยว่าจะตั้งค่า Wallet แบบใด ต้องพกการ์ดออกจากบ้านหรือไม่ มีที่เก็บที่ปลอดภัยกี่แห่ง และรับได้หรือไม่หากวันหนึ่งเหลือการ์ดใช้งานเพียงใบเดียว

หากมองเฉพาะการใช้งานประจำวัน ทั้งสองชุดทำธุรกรรมได้เหมือนกัน การ์ดเพียงใบเดียวร่วมกับ Access Code ก็ใช้เปิด Wallet และอนุมัติธุรกรรมได้ ความแตกต่างจะเห็นชัดเมื่อเกิดเหตุผิดปกติ เช่น การ์ดหาย การ์ดชำรุด ลืม Access Code หรือไม่สามารถเข้าถึงสถานที่เก็บการ์ดได้

จำนวนการ์ดไม่ได้ทำให้ชิปหรือการอนุมัติธุรกรรมปลอดภัยขึ้นโดยตรง สิ่งที่เพิ่มขึ้นคือจำนวนการ์ดที่เก็บ Private Key ชุดเดียวกันไว้ หากการ์ดใบหนึ่งหายหรือใช้ไม่ได้ ผู้ที่มีชุด 3 ใบจึงยังเหลือการ์ดมากกว่าผู้ที่มีชุด 2 ใบ บทความนี้จะช่วยให้เห็นว่าความแตกต่างดังกล่าวมีผลอย่างไรเมื่อเกิดปัญหาจริง

Tangem 2 การ์ดกับ 3 การ์ดต่างกันอย่างไร

ประเด็นTangem ชุด 2 การ์ดTangem ชุด 3 การ์ด
จำนวนสำเนาของ Private Key2 ชุดในอุปกรณ์ 2 ใบ3 ชุดในอุปกรณ์ 3 ใบ
เมื่อการ์ดหาย 1 ใบเหลือการ์ด 1 ใบเหลือการ์ด 2 ใบ
รีเซ็ต Access Code หลังการ์ดหาย 1 ใบทำไม่ได้หากเหลือเพียงใบเดียวและลืมรหัสยังใช้การ์ดที่เหลือ 2 ใบรีเซ็ตรหัสได้ หากเปิด Access Code Recovery ไว้
การแยกที่เก็บแยกได้ 2 จุดแยกได้ 3 จุด โดยเก็บอีกใบไว้นอกบ้านได้
เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหากหายหนึ่งใบจะเหลือการ์ดใช้งานเพียงใบเดียวหากหายหนึ่งใบจะยังเหลือการ์ดอีกสองใบ
เหมาะกับใครผู้ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายและมีที่เก็บที่ปลอดภัยสองแห่งผู้ที่ต้องการเก็บสำรองระยะยาว พกการ์ดออกจากบ้านเป็นประจำ หรือใช้แบบ Seedless

จากราคาที่ตรวจสอบในวันที่เขียนบทความ ชุด 3 การ์ดมีราคาสูงกว่าชุด 2 การ์ด 400 บาท ส่วนต่างนี้ทำให้ได้สำเนา Private Key เพิ่มอีกหนึ่งชุด และเมื่อทำการ์ดหายหนึ่งใบก็ยังเหลือการ์ดอีกสองใบ ราคาและสถานะสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจหน้าสินค้าก่อนตัดสินใจ

Tangem มีการ์ดหลักและการ์ดสำรองหรือไม่

ไม่มี การ์ดทุกใบในชุดทำงานได้เหมือนกันและใช้เข้า Wallet เดียวกันได้ หลังตั้งค่าชุดสำรองเสร็จแล้ว การ์ดใบแรกที่ใช้สร้าง Wallet ไม่ได้มีสิทธิ์มากกว่าใบอื่น

ผู้ใช้อาจเรียกใบที่พกติดตัวว่า “การ์ดหลัก” และเรียกใบที่เก็บไว้ว่า “การ์ดสำรอง” เพื่อให้จัดการง่ายขึ้น แต่คำเรียกเหล่านี้เป็นเพียงบทบาทที่ผู้ใช้กำหนดเอง หากนำการ์ดสำรองออกมาใช้ร่วมกับ Access Code ก็สามารถดู Wallet และอนุมัติธุรกรรมได้เช่นเดียวกับใบที่ใช้ประจำ

จุดนี้ต้องเข้าใจให้ชัด เพราะการ์ดที่เก็บไว้เป็นใบสำรองก็ยังใช้เข้า Wallet ได้จริง ผู้ที่ได้การ์ดไปจะต้องรู้ Access Code ด้วยจึงจะใช้งานได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรเขียนรหัสไว้บนการ์ดหรือเก็บรหัสไว้ใกล้กับการ์ด

มุมมองจาก SIAMBC

  • คำว่า “ใบใช้งาน” และ “ใบสำรอง” เหมาะสำหรับใช้บอกหน้าที่และสถานที่เก็บ แต่ไม่ควรทำให้เข้าใจว่าการ์ดสำรองมีสิทธิ์น้อยกว่า
  • อย่าเก็บการ์ดทุกใบรวมกันในกล่องเดียว เพราะชุด 3 ใบที่อยู่จุดเดียวกันยังเสี่ยงจากไฟไหม้ น้ำท่วม การโจรกรรม หรือการสูญหายพร้อมกัน
  • ควรนำการ์ดที่ไม่ได้ใช้ประจำมาทดสอบเป็นระยะ เพื่อให้แน่ใจว่ายังอ่านผ่าน NFC ได้และผู้ใช้ยังจำขั้นตอนเข้าถึง Wallet ได้

ระบบ Backup ของ Tangem ทำงานอย่างไร

เมื่อตั้งค่า Tangem ผู้ใช้จะสร้าง Wallet ด้วยการ์ดใบแรก แล้วนำการ์ดอีกหนึ่งหรือสองใบมาเชื่อมเป็นชุดสำรอง การ์ดทุกใบจะอยู่ใน Wallet เดียวกันและเก็บ Private Key ชุดเดียวกันไว้ จึงมีการ์ดที่ใช้เข้า Wallet ได้ทั้งหมด 2 หรือ 3 ใบตามชุดที่เลือก

ในขั้นตอนนี้ การ์ดจะตรวจสอบกันเองและส่งข้อมูลกุญแจผ่านช่องทางที่เข้ารหัส กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นระหว่างสร้างชุดสำรอง Private Key ไม่ได้ถูกส่งผ่านอินเทอร์เน็ตและไม่ได้เก็บไว้ในบัญชี Tangem

เพิ่มการ์ดใบที่สามภายหลังได้หรือไม่

เพิ่มใน Wallet เดิมไม่ได้ ระบบจะคัดลอก Private Key ไปยังการ์ดสำรองเฉพาะตอนตั้งค่าครั้งแรก หากเริ่มต้นด้วยการ์ดสองใบและตั้งค่าเสร็จแล้ว จะซื้อการ์ดใบที่สามมาแตะเพิ่มภายหลังไม่ได้

หากต้องการเปลี่ยนจากสองใบเป็นสามใบ ต้องย้ายสินทรัพย์ไปยัง Wallet อื่นก่อน แล้วจึงรีเซ็ตการ์ดและสร้าง Wallet ใหม่ด้วยการ์ดทั้งสามใบ จากนั้นค่อยย้ายสินทรัพย์กลับ ห้ามรีเซ็ตการ์ดก่อนย้ายสินทรัพย์ออก เพราะกุญแจจะถูกลบและอาจทำให้เข้าถึงสินทรัพย์เดิมไม่ได้อีก

นำการ์ดต่างรุ่นมารวมกันได้หรือไม่

Tangem Wallet 1.0 กับ Tangem Wallet 2.0 ใช้เป็นการ์ดสำรองในชุดเดียวกันไม่ได้ หากจะซื้อการ์ดเพิ่มเพื่อสร้าง Wallet ใหม่ ต้องตรวจสอบรุ่นให้ตรงกัน ไม่ควรดูจากหน้าตาของการ์ดเพียงอย่างเดียว

จำนวนการ์ดเกี่ยวข้องกับ Access Code อย่างไร

Access Code คือรหัสที่ใช้เปิด Wallet และยืนยันธุรกรรมด้วยการ์ด Tangem ตอนสร้างชุดสำรอง ระบบจะตั้งรหัสเดียวกันให้การ์ดทุกใบก่อน แต่ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนรหัสของแต่ละใบให้ต่างกันได้ภายหลัง

เมื่อกรอกรหัสผิดครบหกครั้ง ระบบจะบังคับให้รอนานขึ้นก่อนลองใหม่ โดยเพิ่มครั้งละหนึ่งวินาทีและนานที่สุด 45 วินาที เมื่อกรอกรหัสถูกต้อง เวลารอจะกลับเป็นปกติ วิธีนี้ช่วยให้การลองเดารหัสทำได้ช้าลง แต่เจ้าของการ์ดยังต้องตั้ง Access Code ที่เดาได้ยากอยู่ดี

การรีเซ็ต Access Code ต้องใช้อะไรบ้าง

หากลืม Access Code การรีเซ็ตต้องใช้การ์ดสองใบจาก Wallet เดียวกัน ได้แก่

  1. การ์ดใบที่ต้องการตั้ง Access Code ใหม่
  2. การ์ดอีกใบจาก Wallet เดียวกันเพื่อยืนยันการรีเซ็ต

การ์ดแต่ละใบเก็บ Access Code ของตัวเอง การตั้งรหัสใหม่ให้ใบหนึ่งจึงไม่ทำให้รหัสของใบอื่นเปลี่ยนตาม หากต้องการเปลี่ยนรหัสทุกใบ ต้องทำแยกทีละใบ

ถ้าการ์ดหายและลืมรหัสพร้อมกัน ชุดไหนช่วยได้มากกว่า

หากใช้ชุด 2 ใบแล้วทำหายไปหนึ่งใบ ใบที่เหลือยังใช้งานได้ตราบใดที่ยังจำ Access Code ได้ แต่ถ้าลืมรหัสด้วย จะไม่มีการ์ดอีกใบมายืนยันการตั้งรหัสใหม่ สำหรับชุด 3 ใบ เมื่อหายไปหนึ่งใบจะยังเหลืออีกสองใบ จึงใช้ใบหนึ่งตั้งรหัสใหม่และใช้อีกใบยืนยันได้

อย่างไรก็ตาม วิธีนี้จะใช้ได้ต่อเมื่อเปิดฟังก์ชัน Access Code Recovery ไว้บนการ์ดที่เกี่ยวข้อง หากปิดฟังก์ชันนี้บนการ์ดใบใด ใบนั้นจะขอให้การ์ดอีกใบช่วยตั้งรหัสใหม่ไม่ได้ และจะใช้ยืนยันให้ใบอื่นไม่ได้เช่นกัน หากปิดไว้บนการ์ดสำรองทุกใบ ต่อให้มีสามใบก็ไม่สามารถใช้วิธีนี้ตั้งรหัสใหม่ได้

ควรเปิดหรือปิด Access Code Recovery

ถ้าเปิดฟังก์ชันนี้ไว้ เจ้าของ Wallet ยังมีวิธีตั้งรหัสใหม่เมื่อลืม แต่ถ้าปิด ผู้ที่ได้การ์ดไปมากกว่าหนึ่งใบก็จะใช้วิธีดังกล่าวไม่ได้เช่นกัน การเลือกเปิดหรือปิดจึงขึ้นอยู่กับวิธีเก็บการ์ด โอกาสที่การ์ดหลายใบจะถูกขโมยพร้อมกัน และความมั่นใจว่าจะจำรหัสได้

ไม่ว่าจะเลือกแบบใด ควรเปิดดูการตั้งค่าของการ์ดทีละใบให้แน่ใจ เพราะการตั้งค่าบนใบหนึ่งไม่ได้เปลี่ยนตามกันทั้งชุด

Seedless กับ Seed Phrase ส่งผลต่อการเลือกอย่างไร

Tangem Wallet รุ่นที่สองตั้งค่าได้ทั้งแบบไม่มี Seed Phrase และแบบใช้ Seed Phrase ทั้งสองแบบต้องใช้ Access Code เพื่อเปิดการ์ด แต่หากการ์ดหายหรือเสียทั้งหมด วิธีนำ Wallet กลับคืนมาจะแตกต่างกัน

เมื่อใช้แบบ Seedless

Private Key จะอยู่ในการ์ด Tangem ที่เชื่อมไว้เท่านั้น หากการ์ดทุกใบหายหรือเสียจนใช้ไม่ได้ จะไม่มี Seed Phrase สำหรับนำ Wallet กลับคืนมา ผู้ใช้แบบ Seedless จึงต้องให้ความสำคัญกับจำนวนการ์ดและการแยกเก็บคนละที่ ชุด 3 ใบเหมาะกับกรณีนี้มากกว่า เพราะต่อให้การ์ดใบหนึ่งมีปัญหาก็ยังเหลืออีกสองใบ

เมื่อใช้แบบมี Seed Phrase

หากตั้งค่าด้วย Seed Phrase และเก็บคำเหล่านั้นไว้อย่างปลอดภัย แม้การ์ดทั้งชุดจะหาย ผู้ใช้ยังนำ Seed Phrase ไปกู้ Wallet บน Tangem ชุดใหม่ได้ แต่ Seed Phrase ก็กลายเป็นสิ่งสำคัญอีกชิ้นที่ต้องดูแล เพราะใครก็ตามที่ได้คำครบถ้วนไปย่อมมีโอกาสเข้าควบคุม Wallet ได้

Seed Phrase จะแสดงให้จดเฉพาะตอนสร้าง Wallet เท่านั้น หลังจากนั้นจะเปิดดูจากการ์ดไม่ได้ หากเริ่มต้นแบบไม่มี Seed Phrase แล้ว จะมาเพิ่มให้ Wallet เดิมภายหลังไม่ได้ หากต้องการเปลี่ยนวิธีตั้งค่า ต้องย้ายสินทรัพย์ออก รีเซ็ตการ์ด และสร้าง Wallet ใหม่

วิธีตั้งค่าหากการ์ดหายหรือเสียทั้งหมดสิ่งที่ต้องดูแลให้ปลอดภัย
Seedlessไม่มี Seed Phrase สำหรับนำ Wallet กลับคืนมาการ์ดทุกใบที่เชื่อมกับ Wallet และ Access Code
มี Seed Phraseใช้ Seed Phrase ที่เก็บไว้กู้ Wallet บน Tangem ชุดใหม่ได้การ์ด Access Code และ Seed Phrase

ถ้าเกิดปัญหา แต่ละชุดรับมืออย่างไร

กรณีที่ 1: การ์ดหายหนึ่งใบ แต่ยังจำ Access Code

ชุด 2 ใบ: ยังใช้ใบที่เหลือเข้า Wallet และย้ายสินทรัพย์ไป Wallet ใหม่ได้ แต่ระหว่างนั้นจะไม่มีการ์ดสำรองเหลืออยู่

ชุด 3 ใบ: ยังเหลืออีกสองใบ ใบหนึ่งใช้ทำรายการ ส่วนอีกใบเก็บสำรองได้ หากสงสัยว่าการ์ดถูกขโมย ควรใช้การ์ดที่เหลือย้ายสินทรัพย์ไป Wallet ใหม่ทันที

กรณีที่ 2: การ์ดหายหนึ่งใบและลืม Access Code ของใบที่เหลือ

ชุด 2 ใบ: เมื่อเหลือการ์ดเพียงใบเดียว ก็จะไม่มีอีกใบมายืนยันการตั้งรหัสใหม่ หากตั้งค่าแบบ Seedless และจำรหัสไม่ได้ จะเข้า Wallet ด้วยการ์ดใบนั้นไม่ได้ แต่ถ้ามี Seed Phrase ที่เก็บไว้อย่างปลอดภัย ยังใช้กู้ Wallet บนอุปกรณ์ชุดใหม่ได้

ชุด 3 ใบ: ยังเหลือการ์ดสองใบ จึงตั้ง Access Code ใหม่ได้ หากทั้งสองใบอยู่ใน Wallet เดียวกันและเปิด Access Code Recovery ไว้

กรณีที่ 3: ไม่สามารถเข้าถึงบ้านหรือจุดเก็บหลักได้

ชุด 2 ใบ: หากเก็บทั้งสองใบไว้ในบ้านเดียวกัน ไฟไหม้ น้ำท่วม หรือการโจรกรรมเพียงครั้งเดียวอาจกระทบการ์ดทั้งคู่ได้ แม้จะแยกไว้คนละห้องก็ตาม

ชุด 3 ใบ: สามารถนำใบหนึ่งไปเก็บไว้อีกสถานที่หนึ่งได้ หากเกิดปัญหาที่บ้านก็ยังมีการ์ดอีกใบอยู่นอกพื้นที่

กรณีที่ 4: โทรศัพท์หาย แต่การ์ดยังอยู่

กรณีนี้ไม่เกี่ยวกับจำนวนการ์ด ผู้ใช้ติดตั้งแอป Tangem บนโทรศัพท์เครื่องอื่นที่รองรับ NFC แล้วใช้การ์ดกับ Access Code เดิมได้ การทำโทรศัพท์หายจึงไม่ได้ทำให้ Private Key ในการ์ดหายตามไปด้วย

วิธีแยกเก็บการ์ดอย่างเหมาะสม

แผนสำหรับชุด 2 การ์ด

  • ใบที่ 1: ใช้งานตามความจำเป็นหรือเก็บในจุดที่หยิบมาใช้ได้สะดวก
  • ใบที่ 2: เก็บในสถานที่ปลอดภัยอีกจุดหนึ่ง แยกจากใบแรก
  • หากต้องพกใบแรกทุกวัน ควรเก็บใบที่สองให้รัดกุมเป็นพิเศษ เพราะเมื่อใบแรกหายจะเหลือสำเนา Private Key เพียงชุดเดียว

แผนสำหรับชุด 3 การ์ด

  • ใบที่ 1: ใช้งานประจำหรือเก็บในจุดที่เข้าถึงสะดวก
  • ใบที่ 2: เก็บในตู้นิรภัยหรือจุดปลอดภัยภายในบ้าน
  • ใบที่ 3: เก็บไว้อีกสถานที่หนึ่งที่ปลอดภัยและรู้ว่าใครสามารถเข้าถึงได้บ้าง

การนำการ์ดไปเก็บไว้อีกสถานที่หนึ่งต้องคิดให้รอบคอบ ไม่ใช่เพียงฝากไว้กับใครก็ได้ ควรรู้ว่าใครเข้าถึงจุดนั้นได้ จะนำการ์ดออกมาตรวจเป็นระยะอย่างไร และหากเกิดเหตุฉุกเฉินจะไปรับการ์ดกลับมาได้หรือไม่

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • เก็บการ์ดทุกใบไว้ในกระเป๋าสตางค์ กล่อง หรือตู้นิรภัยเดียวกัน
  • เขียน Access Code ลงบนการ์ดหรือเก็บกระดาษรหัสไว้ข้างการ์ด
  • ให้บุคคลอื่นเก็บการ์ดพร้อมกับข้อมูลที่อาจช่วยให้เดารหัสได้
  • ปิด Access Code Recovery โดยยังไม่เข้าใจว่าจะมีผลต่อการกู้รหัสของการ์ดแต่ละใบอย่างไร
  • ตั้งค่าด้วยการ์ดเพียง 2 ใบ โดยคิดว่าจะซื้อใบที่สามมาเพิ่มให้ Wallet เดิมเมื่อไรก็ได้
  • รีเซ็ตการ์ดก่อนย้ายสินทรัพย์ออกจาก Wallet เดิม

ใครควรเลือกชุด 2 การ์ดหรือ 3 การ์ด

ชุด 2 การ์ดเหมาะเมื่อ

  • ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในช่วงเริ่มต้น และรับได้ว่าหากหายหนึ่งใบจะเหลือการ์ดเพียงใบเดียว
  • มีสถานที่เก็บสองจุดที่แยกจากกันและเชื่อถือได้
  • ไม่ได้พกการ์ดใบหนึ่งติดตัวทุกวัน หรือนำการ์ดที่เก็บไว้มาตรวจสอบเป็นระยะ
  • เข้าใจว่าหลังทำการ์ดหายหนึ่งใบจะเหลืออุปกรณ์เพียงใบเดียว และควรวางแผนย้ายสินทรัพย์ไป Wallet ใหม่
  • หากใช้ Seed Phrase สามารถเก็บ Seed Phrase แยกจากการ์ดได้อย่างปลอดภัย

ชุด 3 การ์ดเหมาะเมื่อ

  • ตั้งใจใช้แบบ Seedless และต้องพึ่งการ์ดที่เก็บ Private Key ไว้เมื่อต้องกลับเข้า Wallet
  • พกการ์ดหนึ่งใบออกจากบ้านเป็นประจำ
  • ต้องการเก็บการ์ดสำรองไว้ทั้งที่บ้านและอีกสถานที่หนึ่ง
  • ต้องการให้เมื่อการ์ดหายหนึ่งใบ ยังเหลืออีกสองใบสำหรับตั้ง Access Code ใหม่
  • เก็บสินทรัพย์ระยะยาว หรือจะได้รับผลกระทบมากหากเข้า Wallet ไม่ได้
  • ไม่ต้องการย้ายสินทรัพย์และสร้าง Wallet ใหม่เพียงเพื่อเพิ่มการ์ดในภายหลัง

มูลค่าสินทรัพย์ไม่ใช่สิ่งเดียวที่ใช้ตัดสิน คนที่มีสินทรัพย์ไม่มากแต่ใช้แบบไม่มี Seed Phrase และเดินทางบ่อย อาจเหมาะกับชุด 3 ใบมากกว่าคนที่มีสินทรัพย์มูลค่าสูงแต่เตรียมวิธีกู้คืนไว้อย่างรัดกุมแล้ว ควรดูทั้งความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหากเข้า Wallet ไม่ได้ และความพร้อมในการดูแลการ์ดที่แยกเก็บไว้แต่ละแห่ง

เลือกซื้อ Tangem Wallet

Tangem Wallet 2 Cards Set: เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น

เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้ Tangem สองใบกับ Wallet เดียว สามารถแยกเก็บได้สองจุด และเข้าใจข้อจำกัดเมื่อเหลือการ์ดเพียงใบเดียว

Tangem Wallet 2 Cards Set ชุดสองการ์ด

Tangem

Tangem Wallet 2 Cards Set

฿2,190

  • การ์ด 2 ใบสำหรับ Wallet เดียว
  • รูปแบบบัตร ใช้งานผ่าน NFC
  • เหมาะกับแผนสำรองสองสถานที่
เพิ่มลงตะกร้า

Tangem Wallet 3 Cards Set: มีการ์ดสำรองมากกว่าสำหรับการใช้งานระยะยาว

เหมาะกับผู้ที่ต้องการมีการ์ดเก็บ Private Key ไว้สามใบ แยกเก็บได้สามจุด และต้องการให้เมื่อการ์ดหายหนึ่งใบยังเหลืออีกสองใบสำหรับใช้งานหรือตั้ง Access Code ใหม่ตามเงื่อนไขของระบบ

Tangem Wallet 3 Cards Set ชุดสามการ์ด

Tangem

Tangem Wallet 3 Cards Set

฿2,590

  • การ์ด 3 ใบสำหรับ Wallet เดียว
  • แยกเก็บไว้คนละสถานที่ได้
  • ยังเหลือสองใบเมื่อทำหายหนึ่งใบ
เพิ่มลงตะกร้า

ราคาและจำนวนสินค้าเป็นข้อมูลที่ตรวจสอบ ณ วันที่ 23 สิงหาคม 2026 และอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดดูข้อมูลล่าสุดในหน้าสินค้าก่อนสั่งซื้อ สีที่มีให้เลือกขึ้นอยู่กับสถานะสต็อก

คำถามที่พบบ่อย

Tangem ชุด 2 ใบปลอดภัยน้อยกว่าชุด 3 ใบหรือไม่

ไม่ใช่ ชิปและวิธียืนยันธุรกรรมเหมือนกัน ความต่างอยู่ที่จำนวนการ์ดสำรอง ชุด 2 ใบเมื่อทำหายหนึ่งใบจะเหลือเพียงใบเดียว ส่วนชุด 3 ใบยังเหลืออีกสองใบ

การ์ดทุกใบใช้ทำธุรกรรมได้หรือไม่

ได้ การ์ดทุกใบที่อยู่ใน Wallet เดียวกันใช้ดู Wallet และยืนยันธุรกรรมได้เมื่อกรอก Access Code ถูกต้อง คำว่าใบหลักหรือใบสำรองเป็นเพียงชื่อที่เจ้าของใช้แบ่งหน้าที่ของการ์ดเท่านั้น

ซื้อชุด 2 ใบแล้วเพิ่มการ์ดใบที่สามภายหลังได้หรือไม่

เพิ่มให้ Wallet เดิมโดยตรงไม่ได้ ต้องย้ายสินทรัพย์ออก รีเซ็ตอุปกรณ์ และสร้าง Wallet ใหม่พร้อมการ์ดทั้งสามใบ หากรีเซ็ตอุปกรณ์ทั้งที่ยังไม่ได้ย้ายสินทรัพย์ อาจทำให้ไม่สามารถเข้าถึงสินทรัพย์ได้อีก

ถ้าทำการ์ดหายหนึ่งใบ เงินจะหายหรือไม่

ไม่หาย หากยังมีการ์ดอีกใบและจำ Access Code ได้ ก็ยังเข้า Wallet ได้ตามปกติ แต่ถ้าสงสัยว่าการ์ดถูกขโมย ควรย้ายสินทรัพย์ไป Wallet ใหม่ เพราะผู้ที่ได้การ์ดไปอาจพยายามเดารหัส

ชุด 3 ใบช่วยได้หรือไม่หากลืม Access Code

ช่วยได้ หากยังมีการ์ดสองใบจาก Wallet เดียวกันและเปิด Access Code Recovery ไว้ การ์ดใบหนึ่งใช้ตั้งรหัสใหม่ ส่วนอีกใบใช้ยืนยัน แต่หากปิดฟังก์ชันนี้บนการ์ดสำรองทุกใบ จะใช้วิธีดังกล่าวไม่ได้

ถ้าเหลือการ์ดใบเดียวแต่ยังจำ Access Code ได้ ควรทำอย่างไร

ยังใช้การ์ดใบนั้นเข้า Wallet ได้ แต่ควรย้ายสินทรัพย์ไป Wallet ใหม่ที่มีการ์ดสำรองครบโดยเร็ว เพราะหากใบสุดท้ายหายหรือเสีย จะไม่มีการ์ดเหลือให้ใช้งาน

ชุด 3 ใบจำเป็นหรือไม่หากใช้ Seed Phrase

ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะหากการ์ดหายทั้งหมด ยังใช้ Seed Phrase ที่เก็บไว้อย่างปลอดภัยกู้ Wallet บน Tangem ชุดใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม การมีสามใบช่วยให้ใช้งานต่อได้โดยไม่ต้องหยิบ Seed Phrase ออกมา และยังตั้ง Access Code ใหม่ได้หลังทำการ์ดหายหนึ่งใบ หากเปิดฟังก์ชันที่เกี่ยวข้องไว้

ควรเก็บการ์ดทั้งสามใบไว้ที่ไหน

ควรแบ่งการ์ดเป็นสามใบตามการใช้งาน คือ ใบที่ใช้ประจำ ใบที่เก็บไว้ในจุดปลอดภัยภายในบ้าน และใบที่เก็บไว้อีกสถานที่หนึ่ง ไม่ควรเก็บทุกใบรวมกัน และไม่ควรเก็บ Access Code ไว้กับการ์ด

สรุป

หากต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายและมีที่เก็บการ์ดแยกกันสองจุด Tangem ชุด 2 การ์ดก็เพียงพอ แต่ต้องเข้าใจว่าเมื่อทำหายหนึ่งใบจะเหลือการ์ดที่เก็บ Private Key ไว้เพียงใบเดียว และถ้าลืม Access Code ของใบที่เหลือ จะไม่มีการ์ดอีกใบช่วยยืนยันการตั้งรหัสใหม่

Tangem ชุด 3 การ์ดเหมาะกับผู้ที่ใช้แบบ Seedless พกการ์ดออกจากบ้านเป็นประจำ หรืออยากแยกเก็บการ์ดไว้หลายแห่ง เพราะเมื่อทำหายหนึ่งใบยังเหลืออีกสองใบสำหรับใช้งานหรือตั้ง Access Code ใหม่ตามเงื่อนไขของระบบ

สิ่งสำคัญคือต้องเลือกจำนวนการ์ดให้เรียบร้อยก่อนตั้งค่าชุดสำรอง เพราะจะเพิ่มใบที่สามใน Wallet เดิมภายหลังไม่ได้ ไม่ว่าจะซื้อชุดใด ควรแยกการ์ดไว้คนละที่ ตั้ง Access Code ให้เดายาก ตรวจว่าเปิดหรือปิด Access Code Recovery ไว้บนใบใดบ้าง และรู้ว่าต้องทำอย่างไรหากวันหนึ่งเข้า Wallet ไม่ได้ การมีการ์ดหลายใบจะไม่ช่วยมากนักหากเก็บทุกใบไว้รวมกัน

บทความล่าสุด

ดูทั้งหมด

เปรียบเทียบ Tangem Wallet ชุด 2 การ์ดและ 3 การ์ด

Tangem 2 การ์ด หรือ 3 การ์ด ต่างกันอย่างไร เลือกชุดไหนดี?

เปรียบเทียบ Tangem ชุด 2 การ์ดและ 3 การ์ด ทั้งระบบ Backup การกู้ Access Code การใช้แบบ Seedless และวิธีแยกเก็บ เพื่อเลือกชุดที่เหมาะกับคุณ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Tangem 2 การ์ด หรือ 3 การ์ด ต่างกันอย่างไร เลือกชุดไหนดี?

Withdrawing Bitcoin from Bitkub to a hardware wallet

วิธีถอน Bitcoin จาก Bitkub ไป Hardware Wallet แบบทีละขั้นตอน

คู่มือถอน Bitcoin จาก Bitkub ไป Hardware Wallet ตั้งแต่สร้างและตรวจที่อยู่รับ เลือกเครือข่าย ทดลองโอน ไปจนถึงตรวจ TXID และยอดยืนยันอย่างปลอดภัย

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วิธีถอน Bitcoin จาก Bitkub ไป Hardware Wallet แบบทีละขั้นตอน

USB-A and USB-C security keys for phishing-resistant authentication

Security Key คืออะไร? ป้องกัน Phishing และยืนยันตัวตนอย่างไร

Security Key คืออุปกรณ์ยืนยันตัวตนที่ใช้ FIDO2 และ WebAuthn เพื่อป้องกันบัญชีออนไลน์จาก Phishing พร้อมวิธีเลือก USB-A, USB-C, NFC และวางแผนกุญแจสำรอง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Security Key คืออะไร? ป้องกัน Phishing และยืนยันตัวตนอย่างไร