สรุปสั้น

  • กระทบลูกค้าเกือบ 40,000 ราย เหตุการณ์นี้ได้รับการรายงานเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2026 โดยข้อมูลที่เกี่ยวข้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลคำสั่งซื้อของลูกค้า
  • ไม่ได้หมายความว่า Wallet ถูกขโมย การที่ข้อมูลการสั่งซื้อถูกเปิดเผยไม่ได้หมายความว่ามิจฉาชีพมี Recovery Phrase ของคุณ
  • ความเสี่ยงคือการหลอกลวงที่น่าเชื่อถือขึ้น การรู้ข้อมูลการสั่งซื้อไม่ได้พิสูจน์ว่าผู้ที่ติดต่อมาเป็น SafePal
  • ไม่ต้องรีบเปลี่ยนอุปกรณ์ สิ่งที่ควรทำคือเพิ่มความระมัดระวังต่อ Phishing
  • หากมีใครขอ Recovery Phrase ให้หยุดการสนทนาทันที ไม่ว่าอีกฝ่ายจะอ้างว่าเป็น SafePal ผู้ผลิต Hardware Wallet ร้านค้า หรือฝ่าย Support

SafePal ยอมรับว่ามี Data Breach

SafePal ผู้ให้บริการ Hardware Wallet เปิดเผยว่าเกิดเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล ซึ่งส่งผลกระทบต่อข้อมูลของลูกค้าเกือบ 40,000 ราย เหตุการณ์นี้ได้รับการรายงานเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2026 โดยข้อมูลที่เกี่ยวข้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลคำสั่งซื้อของลูกค้า

เหตุการณ์นี้มีความสำคัญสำหรับผู้ใช้ Hardware Wallet เพราะข้อมูลคำสั่งซื้อสามารถถูกนำไปใช้สร้างความน่าเชื่อถือให้กับการหลอกลวงแบบ Social Engineering และ Phishing ได้ แม้ข้อมูลดังกล่าวจะไม่ใช่ Recovery Phrase หรือ Private Key ก็ตาม

ข้อมูลที่รั่วไหลหมายความว่า Wallet ถูกขโมยหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องหมายความเช่นนั้น

ต้องแยกข้อมูลลูกค้าออกจากข้อมูลที่ใช้เข้าถึงหรือกู้คืน Wallet ข้อมูลลูกค้า เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล และรายละเอียดการสั่งซื้อ ไม่ใช่สิ่งเดียวกับ Recovery Phrase, Seed Phrase หรือ Private Key

การที่ข้อมูลการสั่งซื้อถูกเปิดเผยไม่ได้หมายความว่ามิจฉาชีพมี Recovery Phrase ของคุณ แต่ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้สร้างการหลอกลวงที่ตรงเป้าหมายและน่าเชื่อถือมากขึ้น

ทำไมข้อมูลการซื้อ Hardware Wallet จึงสำคัญ?

ลองนึกภาพว่ามีคนโทรมาหาคุณและรู้ว่าคุณเคยซื้อ SafePal รุ่นใดรุ่นหนึ่ง พร้อมรายละเอียดการสั่งซื้อจริง จากนั้นอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ SafePal และแจ้งว่าอุปกรณ์ของคุณมีปัญหาด้านความปลอดภัย

การที่ผู้โทรรู้ข้อมูลจริงอาจทำให้เหยื่อเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัท แต่ การรู้ข้อมูลการสั่งซื้อไม่ได้พิสูจน์ว่าผู้ที่ติดต่อมาเป็น SafePal

สิ่งที่ผู้ใช้ SafePal ต้องระวัง

หลังจากเหตุการณ์นี้ ผู้ใช้ควรระวังโทรศัพท์ อีเมล และข้อความที่อ้างว่าเกี่ยวข้องกับ SafePal โดยเฉพาะข้อความที่บอกว่า Hardware Wallet มีปัญหา ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ ต้องอัปเดต Firmware หรือต้องยืนยันความปลอดภัยของ Wallet

มิจฉาชีพอาจพยายามให้คุณ:

  • คลิกลิงก์หรือเข้าเว็บไซต์ปลอม
  • ดาวน์โหลด Software หรือ Firmware จากแหล่งที่ไม่ใช่ทางการ
  • ติดตั้งโปรแกรม Remote Access
  • เชื่อมต่อ Hardware Wallet กับอุปกรณ์ของคุณตามคำแนะนำ
  • เปิดเผยข้อมูลสำคัญของ Wallet

Recovery Phrase ห้ามให้ใคร

ไม่ว่าอีกฝ่ายจะอ้างว่าเป็น SafePal ผู้ผลิต Hardware Wallet ร้านค้า หรือฝ่าย Support ก็ไม่มีเหตุผลที่คุณต้องเปิดเผย Recovery Phrase หรือ Seed Phrase เพื่อให้บุคคลอื่นตรวจสอบ Wallet ของคุณ

หากมีใครขอ Recovery Phrase ให้หยุดการสนทนาทันที

Recovery Phrase ควรเป็นความลับที่มีเพียงเจ้าของ Wallet เท่านั้นที่รู้ และควรเก็บแบบ Offline ในสถานที่ที่ปลอดภัย

ถ้ามีคนโทรมาอ้างว่าเป็น SafePal ต้องทำอย่างไร?

  1. วางสาย หากไม่ได้คาดหวังการติดต่อ
  2. อย่าให้ Recovery Phrase, Seed Phrase หรือ Private Key
  3. อย่าให้ PIN หรือ Password
  4. อย่าคลิกลิงก์ ที่ผู้โทรหรือผู้ส่งข้อความให้มา
  5. อย่าติดตั้งโปรแกรม หรือให้ Remote Access
  6. อย่าดาวน์โหลด Firmware จากลิงก์ที่บุคคลอื่นส่งมา
  7. หากต้องตรวจสอบข้อมูล ให้ติดต่อ SafePal ผ่านช่องทางทางการด้วยตัวเอง

ต้องเปลี่ยน Hardware Wallet หรือไม่?

จากข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ Data Breach สิ่งสำคัญคือต้องแยกระหว่างข้อมูลลูกค้ากับข้อมูลที่ใช้กู้คืน Wallet การที่ข้อมูลคำสั่งซื้อถูกเปิดเผยไม่ได้หมายความว่า Hardware Wallet ของคุณถูกขโมย Private Key หรือ Recovery Phrase

ดังนั้นผู้ใช้ไม่ควรตื่นตระหนกหรือสรุปว่าทุกคนจำเป็นต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ทันที สิ่งที่ควรทำคือเพิ่มความระมัดระวังต่อ Phishing และ Social Engineering และตรวจสอบว่าคุณไม่เคยเปิดเผย Recovery Phrase ให้ใคร

Hardware Wallet อย่างเดียวไม่เพียงพอ

เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างว่าการรักษาความปลอดภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัว Hardware Wallet เพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูแลทั้งอุปกรณ์ Recovery Phrase และข้อมูลส่วนตัว

  • Hardware Wallet: ซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และตั้งค่าอุปกรณ์ด้วยตัวเอง
  • Recovery Phrase: เก็บแบบ Offline และไม่เปิดเผยให้ใคร
  • ข้อมูลส่วนตัว: ระมัดระวังการเปิดเผยรุ่นที่ใช้งาน ประวัติการซื้อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และข้อมูลอื่นที่อาจช่วยให้มิจฉาชีพสร้างเรื่องหลอกลวงได้

Recovery Phrase ควรเก็บอย่างไร?

การจด Recovery Phrase บนกระดาษเป็นวิธีที่ง่าย แต่กระดาษอาจเสียหายจากน้ำ ไฟ ความชื้น หรือการเสื่อมสภาพในระยะยาว ผู้ใช้ที่ต้องการการจัดเก็บที่ทนทานมากขึ้นสามารถพิจารณาอุปกรณ์สำรองที่ทำจากโลหะ เช่น CryptoSafe ซึ่งออกแบบมาสำหรับการจัดเก็บ Recovery Phrase ในรูปแบบที่ทนทานต่อความเสียหายทางกายภาพมากกว่ากระดาษ

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะใช้กระดาษหรือโลหะ หลักการสำคัญที่สุดยังคงเหมือนเดิม: Recovery Phrase ต้องไม่ถูกเปิดเผยให้ผู้อื่นรู้

SIAMBC แนะนำอย่างไร?

ลูกค้าที่ซื้อ SafePal ผ่าน SIAMBC ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ เนื่องจากข้อมูลที่รั่วไหลเป็นข้อมูลคำสั่งซื้อที่ทำกับ SafePal โดยตรง การสั่งซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายจึงไม่ได้อยู่ในระบบคำสั่งซื้อดังกล่าวตั้งแต่ต้น

นอกจากนี้ SIAMBC ไม่เคยขอและไม่เคยเก็บ Recovery Phrase หรือ Private Key ของลูกค้า เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นในตัวอุปกรณ์ของลูกค้าเองหลังเปิดกล่อง และไม่เคยผ่านมือร้านค้าในขั้นตอนใด

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เคยสั่งซื้อจากเว็บไซต์ SafePal โดยตรงด้วย ควรตรวจสอบอีเมลของตนเอง และเพิ่มความระมัดระวังต่อการติดต่อที่อ้างชื่อ SafePal เช่นเดียวกัน

สำหรับลูกค้า SIAMBC หากได้รับโทรศัพท์ อีเมล หรือข้อความที่อ้างว่าเป็น SafePal หรือ SIAMBC และขอ Recovery Phrase, Seed Phrase, Private Key, PIN หรือ Password อย่าให้ข้อมูลดังกล่าว

หากไม่แน่ใจว่าการติดต่อเป็นของจริงหรือไม่ ให้หยุดดำเนินการและติดต่อบริษัทผ่านช่องทางทางการด้วยตัวเองก่อน

สรุป

เหตุการณ์ SafePal ครั้งนี้เป็น Data Breach ที่ส่งผลกระทบต่อลูกค้าเกือบ 40,000 ราย และเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลคำสั่งซื้อ ตามรายงานของ CoinDesk และ The Block เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2026

สิ่งสำคัญคือ Data Breach ของข้อมูลลูกค้าไม่ได้หมายความว่า Recovery Phrase หรือ Private Key ของผู้ใช้ถูกเปิดเผย แต่ข้อมูลที่รั่วไหลสามารถทำให้การหลอกลวงแบบเจาะจงมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

ดังนั้น หากคุณเป็นผู้ใช้ SafePal ให้เพิ่มความระมัดระวังต่อข้อความ อีเมล และโทรศัพท์ที่อ้างว่าเป็น SafePal อย่าคลิกลิงก์ อย่าดาวน์โหลด Software จากแหล่งที่ไม่ใช่ทางการ และที่สำคัญที่สุด อย่าให้ Recovery Phrase กับใคร

บทความล่าสุด

ดูทั้งหมด

SafePal X1 hardware wallet with a warning sign, customer data breach 2026

SafePal ยอมรับข้อมูลรั่วไหล กระทบลูกค้าเกือบ 40,000 ราย ผู้ใช้ต้องทำอย่างไร?

SafePal ยอมรับเหตุการณ์ Data Breach ที่กระทบข้อมูลลูกค้าเกือบ 40,000 ราย บทความนี้อธิบายความเสี่ยงจากข้อมูลการสั่งซื้อ การหลอกลวงแบบ Social Engineering และสิ่งที่ผู้ใช้ Hardware Wallet ควรทำเพื่อป้องกันตัวเอง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SafePal ยอมรับข้อมูลรั่วไหล กระทบลูกค้าเกือบ 40,000 ราย ผู้ใช้ต้องทำอย่างไร?

SafePal S1, X1 and S1 Pro hardware wallets side by side

SafePal S1 vs X1 vs S1 Pro ต่างกันตรงไหน ซื้อรุ่นไหนดี

SafePal มีสามรุ่น ราคาไล่กันขึ้นไป แต่รุ่นแพงกว่าไม่ได้ดีกว่าทุกอย่าง เทียบจอ แบต วัสดุ และการเชื่อมต่อ จากสเปกที่ SafePal ประกาศเอง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SafePal S1 vs X1 vs S1 Pro ต่างกันตรงไหน ซื้อรุ่นไหนดี

Trezor logo and a Trezor Safe 5 device against red binary code

ข้อมูลลูกค้า Trezor รั่ว 13,689 ราย แล้วคนไทยได้รับผลกระทบไหม?

Trezor เปิดเผยว่าข้อมูลลูกค้า 13,689 รายรั่วจากผู้ให้บริการจัดส่งภายนอก ชื่อ ที่อยู่ อีเมล และเบอร์โทรหลุด แต่กุญแจส่วนตัวและอุปกรณ์ไม่ได้รับผลกระทบ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ข้อมูลลูกค้า Trezor รั่ว 13,689 ราย แล้วคนไทยได้รับผลกระทบไหม?