Libra ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Diem และโครงการถูกยุติลงในปี 2022 โดยไม่เคยเปิดให้บริการจริง บทความนี้เผยแพร่เมื่อเดือนกรกฎาคม 2019 และคงไว้ตามต้นฉบับ

ปัจจุบันนี้ มีการใช้วิทยาการเข้ารหัสลับประกอบกับการวางระบบโครงข่ายแบบกระจายศูนย์กลางซึ่งเป็นที่มาของคำว่าบล็อกเชน (Blockchain) โดยบิทคอยน์ (Bitcoin) ที่หลายคนเคยได้ยินนั้น ใช้ระบบบล็อกเชน และถูกคิดค้นขึ้นโดยผู้ที่ใช้นามแฝงว่า ซาโตชิ นากาโมโตะ ในปี 2008 ซึ่งบิทคอยน์ก็สามารถนำมาใช้จ่ายแทนเงินได้ ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินมีค่า แล้วต่อมาก็มีการประดิษฐ์ศัพท์ใหม่ขึ้นมาเรียกว่า Cryptocurrency ซึ่งใช้เรียกสกุลเงินดิจิตอลต่าง ๆ ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาตามหลัง bitcoin เช่น Ethereum, Litecoin, Zcash, Bitcoin Cash และ Stellar Lumens

หลังจากปีที่แล้วที่มาร์คซัคเคอร์เบิร์ก CEO คนดังของ Facebook ได้ประกาศว่าจะศึกษาระบบของ Cryptocurrency และนำมาใช้งานอย่างจริงจังจนถึงวันนี้มาร์คซัคเคอร์เบิร์กก็ได้ประกาศชื่อของ Cryptocurrency ชนิดใหม่ชื่อว่า ลิบรา (Libra) ซึ่งจะมีการเปิดบริการให้ใช้งานบนระบบของ Facebook ในปี 2020 ซึ่งผู้ใช้งานจะสามารถใช้ Libra ในการจับจ่ายซื้อขายสินค้าต่างๆ บนโลกออนไลน์หรือจะใช้โอนส่งต่อให้คนอื่นเปรียบเสมือนการโอนเงินในบัญชีธนาคารปกติทั่วไปก็ได้

Libra คือระบบที่เปิดให้บริการบน Facebook ถึงแม้มันจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ Facebook ก็ตาม หมายความว่าสองระบบนี้ถูกแยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งทาง Facebook คือผู้ผลักดันให้ Libra ถูกใช้งานอย่างมากขึ้นเท่านั้นเอง แต่ทาง Libra นั้นจะเป็นความร่วมจากหลายองค์กรในระดับโลกที่รวมตัวกันเป็นตัวกลางโดยใช้ชื่อว่า Libra Association ประกอบเป็นองค์กรอิสระที่จะเข้ามาควบคุมดูแลและกำกับนโยบายการใช้งานต่างๆ เช่น Mastercard, PayPal, Visa, eBay, Uber ซึ่งปัจจุบันมีแนวร่วมในการสนับสนุนการใช้ Libra อย่างเป็นทางการนั้นมีอยู่ 27 องค์กรในระดับโลก และทาง Libra Association ก็ยังเปิดรับแนวร่วมที่สนใจในการเป็นผู้สนับสนุนในการใช้งาน Libra โดยจะต้องมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านเหรียญสหรัฐในการวางระบบประมวลผลต่าง

สำหรับ Libra นั้นคือ Cryptocurrency ชนิดหนึ่ง ดังนั้นเมื่อต้องการโอนหรือจ่ายเงินให้กับคนอื่นนั้นจะต้องอาศัยกระเป๋าเงินดิจิตอลที่เรียกว่า Wallet และในส่วนของ Libra เองมีระบบ wallet ที่ชื่อว่าคาลิบรา (Calibra) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของ Facebook โดยตรง มาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะงงเล็กน้อยเกี่ยวกับผู้ดูแลกำหนดนโยบายของ Libra ในส่วนนี้จะยกตัวอย่างเป็นระบบธนาคารกลางแห่งประเทศไทยแแต่ในส่วนของ Calibra ก็เปรียบเสมือนกับธนาคารธนาคารหนึ่งที่สามารถใช้โอนเงินที่ชื่อว่า Libra ได้นั่นเอง เพียงแต่ว่าระบบธนาคารที่สามารถโอนเงินสกุลนี้ได้จะถูกผูกขาดโดย Facebook เพียงแค่เจ้าเดียวเท่านั้น

บทความล่าสุด

查看全部

SafePal S1 vs X1 vs S1 Pro ต่างกันตรงไหน ซื้อรุ่นไหนดี

SafePal มีสามรุ่น ราคาไล่กันขึ้นไป แต่รุ่นแพงกว่าไม่ได้ดีกว่าทุกอย่าง เทียบจอ แบต วัสดุ และการเชื่อมต่อ จากสเปกที่ SafePal ประกาศเอง

阅读更多关于SafePal S1 vs X1 vs S1 Pro ต่างกันตรงไหน ซื้อรุ่นไหนดี

Trezor logo and a Trezor Safe 5 device against red binary code

Trezor 客户数据经物流服务商泄露:涉及 13,689 人,私钥未受影响

Trezor 披露有 13,689 名客户的数据从外部物流服务商泄露,涉及姓名、收货地址、邮箱和电话号码。私钥和设备本身未受影响。

阅读更多关于Trezor 客户数据经物流服务商泄露:涉及 13,689 人,私钥未受影响

Tangem, Trezor and Ledger hardware wallets side by side on a dark surface

硬件钱包是什么,怎么用,什么人需要

硬件钱包是一台把私钥存在自己内部的设备。它怎么工作、真正能防住什么、防不住什么,以及购买前该确认哪些事。

阅读更多关于硬件钱包是什么,怎么用,什么人需要