สรุปสั้นๆ

  • Trezor One และ Model T เลิกผลิตแล้ว Trezor ถอดออกจากร้านค้าตัวเองเมื่อ 8 มกราคม 2569 แต่ระบุว่ายังซื้อได้จากตัวแทนจำหน่ายทางการอีกระยะหนึ่ง และยังได้อัปเดตความปลอดภัยถึงอย่างน้อยปี 2579
  • จุดตัดที่สำคัญที่สุดคือ Secure Element One กับ Model T เก็บกุญแจไว้บนชิปประมวลผลทั่วไป ส่วนตระกูล Safe ทั้งสามรุ่นมีชิปรักษาความปลอดภัยแยกต่างหาก Safe 3 คือทางเข้าที่ถูกที่สุด
  • Safe 7 เป็นรุ่นเดียวที่มี Bluetooth และเป็นรุ่นเดียวที่ส่งเหรียญจาก iPhone ได้จริง Trezor รุ่นอื่นบน iOS ดูยอดได้อย่างเดียว เซ็นธุรกรรมไม่ได้
  • Trezor One มีข้อจำกัดที่ตรวจสอบได้ชัด ไม่รองรับ XRP, SOL, ADA และ XMR ไม่มีแบ็คอัพแบบแบ่งส่วน และต้องพิมพ์คำกู้คืนลงบนคอมพิวเตอร์
  • Safe 7 ไม่ได้ปกป้องบิตคอยน์ของคุณจากควอนตัม ระบบ Post-Quantum ของมันคุ้มครองการเซ็นเฟิร์มแวร์และการบูตเครื่อง ไม่ใช่กุญแจของเหรียญที่คุณถืออยู่

สองรุ่นที่กำลังจะหายจากตลาด

Trezor ถอด Trezor One และ Trezor Model T ออกจากร้านค้าออนไลน์ของตัวเองเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ทั้งสองรุ่นยังซื้อได้จากตัวแทนจำหน่ายทางการอีกระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นข้อความที่ Trezor เขียนไว้เอง ไม่ใช่การตีความของเรา

ที่ควรรู้คือการเลิกผลิตไม่ได้แปลว่าเครื่องจะใช้ไม่ได้ Trezor ระบุว่าจะยังปล่อยอัปเดตความปลอดภัยที่สำคัญให้ทั้งสองรุ่นถึงอย่างน้อยปี 2579 และ Model T ยังได้รับการดูแลทั่วไปรวมถึงการรองรับเหรียญใหม่ถึงอย่างน้อยปี 2574 เครื่องที่ซื้อวันนี้จึงยังมีอายุใช้งานอีกยาว

แต่ถ้าซื้อเพื่อใช้ยาวสิบปีขึ้นไป หรือซื้อเป็นเครื่องแรกแล้วไม่อยากคิดเรื่องนี้อีก ตระกูล Safe คือคำตอบที่ตรงกว่า

Secure Element คือเส้นแบ่งจริง

Trezor One และ Model T เก็บกุญแจไว้บนชิปทั่วไป ส่วนตระกูล Safe มีชิปรักษาความปลอดภัยแยกต่างหาก
Trezor One และ Model T เก็บกุญแจไว้บนชิปทั่วไป ส่วนตระกูล Safe มีชิปรักษาความปลอดภัยแยกต่างหาก

ถ้าจะจำอย่างเดียวจากบทความนี้ ให้จำข้อนี้ Trezor One และ Model T เก็บกุญแจไว้บนไมโครคอนโทรลเลอร์ทั่วไป ส่วน Safe 3, Safe 5 และ Safe 7 เพิ่มชิปรักษาความปลอดภัย (Secure Element) แยกออกมาต่างหาก

ความต่างนี้มีผลตอนที่เครื่องอยู่ในมือคนอื่น ไม่ว่าจะโดนขโมย ทำหาย หรือถูกเรียกตรวจ ชิปแยกออกแบบมาให้ทนต่อการงัดแงะทางกายภาพโดยเฉพาะ ถ้าเครื่องไม่เคยหลุดมือคุณเลย ความต่างนี้แทบไม่มีผล

Safe 3 และ Safe 5 ใช้ชิปตัวเดียวกันคือ Infineon OPTIGA Trust M ส่วน Safe 7 มีสองตัว คือ TROPIC01 ที่ SatoshiLabs ทำเอง บวกกับ OPTIGA Trust M

ข้อควรระวังเรื่อง EAL6+ ตัวเลขนี้เป็นการรับรองของชิป ไม่ใช่ของเครื่อง และใช้กับ OPTIGA Trust M เท่านั้น ใน Safe 7 ชิป TROPIC01 ไม่มีการรับรอง EAL เลย Trezor เสนอมันในฐานะชิปที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่ชิปที่ผ่านการรับรอง ร้านที่เขียนว่าเครื่องได้ EAL6+ ทั้งเครื่อง กำลังบอกมากกว่าที่ผู้ผลิตบอก

จอสัมผัสกับปุ่มกด ต่างกันตรงไหน

Trezor One และ Safe 3 ใช้ปุ่มกดสองปุ่มกับจอขาวดำ 0.96 นิ้ว ส่วน Model T, Safe 5 และ Safe 7 เป็นจอสัมผัส

ความต่างที่รู้สึกได้ทุกครั้งที่ใช้คือการกรอก PIN และ Passphrase รุ่นจอสัมผัสกรอกบนตัวเครื่องได้เลย ส่วนรุ่นปุ่มกดต้องอาศัยหน้าจอคอมพิวเตอร์ประกอบ

และมีข้อหนึ่งที่หนักกว่านั้น Trezor One ต้องพิมพ์คำกู้คืนลงบนคอมพิวเตอร์ตอนกู้เครื่อง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ Hardware Wallet ถูกสร้างมาเพื่อหลีกเลี่ยงตั้งแต่แรก รุ่นอื่นทั้งหมดกรอกบนตัวเครื่องได้

ขนาดจอ Safe 5 เท่ากับ Model T พอดีคือ 1.54 นิ้ว 240 x 240 พิกเซล จอไม่ใช่เหตุผลที่จะเลือก Safe 5 แทน Model T ส่วน Safe 7 ใหญ่กว่าจริงที่ 2.5 นิ้ว 520 x 380 พิกเซล

ใช้กับมือถือได้ไหม

Safe 7 เป็นรุ่นเดียวในตระกูลที่มี Bluetooth และ Trezor ระบุว่าใช้ได้ทั้งบน iOS และ Android รวมถึง macOS, Windows และ Linux ปิด Bluetooth ในการตั้งค่าได้ถ้าไม่อยากใช้

Model T ไม่รองรับ iOS ใช้ได้กับคอมพิวเตอร์และ Android ผ่านสาย USB-C เท่านั้น ข้อนี้สำคัญเพราะการเข้าใจผิดเรื่องการใช้กับ iPhone คือสาเหตุอันดับหนึ่งที่ลูกค้าขอเปลี่ยนเครื่องในร้านเรา

ส่วน Safe 3 และ Safe 5 ต่อได้ทาง USB-C อย่างเดียว ซึ่ง iOS ไม่รองรับ บน iPhone จึงเปิดแอป Trezor ดูยอดเงินได้ แต่เซ็นเพื่อส่งเหรียญไม่ได้ ถ้าจะส่งต้องใช้คอมพิวเตอร์หรือมือถือ Android ซึ่ง Trezor One และ Model T ก็เป็นแบบเดียวกัน ข้อจำกัดนี้เป็นของ iOS ไม่ใช่ความบกพร่องของตัวเครื่อง

ตารางเทียบทั้ง 5 รุ่น

รุ่นOneModel TSafe 3Safe 5Safe 7
สถานะเลิกผลิตเลิกผลิตรุ่นปัจจุบันรุ่นปัจจุบันรุ่นท็อป
Secure Elementไม่มีไม่มีมี หนึ่งตัวมี หนึ่งตัวมี สองตัว
การรับรองระดับชิปไม่มีไม่มีEAL6+EAL6+EAL6+ เฉพาะชิปหนึ่งตัว
หน้าจอ0.96 นิ้ว ขาวดำ1.54 นิ้ว สี0.96 นิ้ว ขาวดำ1.54 นิ้ว สี2.5 นิ้ว สี
การยืนยันปุ่มกด 2 ปุ่มจอสัมผัสปุ่มกด 2 ปุ่มจอสัมผัสจอสัมผัส
การเชื่อมต่อMicro USBUSB-CUSB-CUSB-CUSB-C และ Bluetooth
ใช้กับ iPhone ดูยอดได้ ส่งไม่ได้ ดูยอดได้ ส่งไม่ได้ ดูยอดได้ ส่งไม่ได้ ดูยอดได้ ส่งไม่ได้ ได้
แบ็คอัพแบบแบ่งส่วนไม่ได้ได้ได้ได้ได้
ช่อง microSDไม่มีมีไม่มีมีผู้ผลิตไม่ระบุ
แบตเตอรี่ไม่มีไม่มีไม่มีไม่มีมี
Staking ADAไม่ได้ได้ได้ได้ได้
ราคา฿2,990฿6,590฿3,690฿7,490฿11,900

ควรซื้อรุ่นไหน

สามรุ่นนี้ปลอดภัยเท่ากันในระดับชิป ต่างกันที่หน้าจอ การเชื่อมต่อ และแบตเตอรี่
สามรุ่นนี้ปลอดภัยเท่ากันในระดับชิป ต่างกันที่หน้าจอ การเชื่อมต่อ และแบตเตอรี่

งบจำกัด และอยากได้ Secure Element เลือก Safe 3 นี่คือทางเข้าที่ถูกที่สุดสู่ชิปรักษาความปลอดภัย และทำทุกอย่างที่คนส่วนใหญ่ต้องใช้ได้ครบ ทั้งแบ็คอัพแบบแบ่งส่วนและ Staking ADA

Trezor Safe 3

Trezor

Trezor Safe 3

฿3,690

  • Secure Element ผ่าน EAL6+ ระดับชิป
  • ปุ่มกด 2 ปุ่ม จอขาวดำ 0.96 นิ้ว
  • แบ็คอัพแบบแบ่งส่วนได้ ต้องเฟิร์มแวร์ 2.7.2 ขึ้นไป
  • มี 4 สี
หยิบใส่ตะกร้า

เพิ่มสีตอนสั่งได้ที่หน้าสินค้า

อยากได้จอสัมผัสโดยไม่จ่ายเท่ารุ่นท็อป เลือก Safe 5 กรอก PIN และ Passphrase บนเครื่องได้ มีช่อง microSD สำหรับล็อกเครื่องเพิ่มอีกชั้น

Trezor Safe 5

Trezor

Trezor Safe 5

฿7,490

  • Secure Element ตัวเดียวกับ Safe 3
  • จอสัมผัส 1.54 นิ้ว มีการสั่นตอบสนอง
  • กรอก PIN และ Passphrase บนเครื่อง
  • มีช่อง microSD สำหรับล็อกเครื่อง
หยิบใส่ตะกร้า

เพิ่มสีตอนสั่งได้ที่หน้าสินค้า

ใช้ iPhone เป็นหลัก หรืออยากได้ดีที่สุด เลือก Safe 7 เป็นรุ่นเดียวที่มี Bluetooth มีแบตเตอรี่ กันฝุ่นกันน้ำระดับ IP54 และตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียม

Trezor Safe 7

Trezor

Trezor Safe 7

฿11,900

  • Secure Element สองตัว
  • รุ่นเดียวที่มี Bluetooth และใช้กับ iPhone ได้
  • จอสัมผัส 2.5 นิ้ว ตัวเครื่องอะลูมิเนียม IP54
  • มีแบตเตอรี่ และชาร์จไร้สายแบบ Qi2 ได้
หยิบใส่ตะกร้า

มีรุ่น Bitcoin-only ให้เลือกที่หน้าสินค้า

อยากได้ของสะสมหรือเครื่องสำรองราคาถูก Trezor One ยังใช้ได้และยังได้อัปเดตความปลอดภัยอีกนาน แต่ให้รู้ข้อจำกัดก่อน และอย่าซื้อถ้าถือ XRP, SOL, ADA หรือ XMR

Trezor One

Trezor

Trezor One

฿2,990

  • ไม่มี Secure Element
  • Micro USB ต่อคอมพิวเตอร์เท่านั้น
  • ไม่รองรับ XRP, SOL, ADA และ XMR
  • ต้องพิมพ์คำกู้คืนบนคอมพิวเตอร์
หยิบใส่ตะกร้า

มีสีดำและสีขาว

Trezor Model T

Trezor

Trezor Model T

฿6,590

  • ไม่มี Secure Element
  • จอสัมผัส 1.54 นิ้ว มีช่อง microSD
  • ไม่รองรับ iOS
  • เลิกผลิตแล้ว ยังอัปเดตความปลอดภัยถึงอย่างน้อยปี 2579
หยิบใส่ตะกร้า

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

EAL6+ เป็นการรับรองของชิป ไม่ใช่ของเครื่อง และในรุ่น Safe 7 ใช้กับชิปเพียงตัวเดียวจากสองตัว

Safe 7 ไม่ได้ทำให้บิตคอยน์ของคุณกันควอนตัมได้ ระบบ Post-Quantum ที่ Trezor ใส่มาคุ้มครองการเซ็นเฟิร์มแวร์และการบูตเครื่อง ไม่ได้คุ้มครองกุญแจของเหรียญที่คุณถือ กุญแจนั้นยังเป็นระบบเดิมเหมือนทุกวอลเล็ตในตลาด นี่เป็นข้ออ้างที่ถูกเข้าใจผิดมากที่สุดในหมวดนี้

คำว่าโอเพนซอร์สมีขอบเขต เฟิร์มแวร์และ Trezor Suite เป็นโอเพนซอร์สจริงและตรวจสอบได้ แต่ชิป OPTIGA Trust M ของ Infineon เป็นของปิด ใน Safe 7 ชิป TROPIC01 คือส่วนที่ตรวจสอบได้ ส่วนอีกตัวไม่ใช่

Safe 5 ตั้งค่าเริ่มต้นเป็นแบ็คอัพ 20 คำ ไม่ใช่ 24 คำแบบที่หลายคนคุ้น เปลี่ยนเป็น 12 หรือ 24 คำได้ในการตั้งค่า แต่ถ้าไม่รู้ล่วงหน้าจะงงตอนจดครั้งแรก

Safe 3 ต้องอัปเดตเฟิร์มแวร์ก่อนถึงจะใช้แบ็คอัพแบบแบ่งส่วนได้ ต้องเป็นเวอร์ชัน 2.7.2 ขึ้นไป เครื่องจากสต็อกเก่าอาจต้องอัปเดตก่อน

รุ่นที่ใช้ USB-C แถมสาย USB-C เป็น USB-C มาให้ ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณมีแต่ช่อง USB-A ต้องหาอะแดปเตอร์เอง ยกเว้น Model T ที่แถมสาย USB-C เป็น USB-A มาให้

คำถามที่พบบ่อย

ซื้อรุ่นที่เลิกผลิตแล้วจะเสี่ยงไหม

ไม่ ถ้าเข้าใจว่าซื้ออะไรอยู่ Trezor ยังปล่อยอัปเดตความปลอดภัยให้ Trezor One และ Model T ถึงอย่างน้อยปี 2579 สิ่งที่หายไปคือรุ่นใหม่ในอนาคตและการรองรับเหรียญใหม่ในระยะยาว ไม่ใช่ความปลอดภัยของเครื่องวันนี้

Safe 3 กับ Safe 5 ใช้ชิปตัวเดียวกัน แล้วต่างกันตรงไหน

ความปลอดภัยระดับชิปเท่ากัน ต่างกันที่การใช้งาน Safe 5 เป็นจอสัมผัส กรอก PIN และ Passphrase บนเครื่องได้ และมีช่อง microSD ถ้าไม่ได้ต้องการสองอย่างนี้ Safe 3 คุ้มกว่าชัดเจน

ช่อง microSD ใช้เก็บ Seed Phrase ได้ไหม

ไม่ได้ และไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสิ่งนั้น มันใช้เก็บค่าลับที่ต้องใช้ร่วมกับ PIN เพื่อปลดล็อกเครื่อง เป็นการล็อกตัวเครื่องเพิ่มอีกชั้น ไม่ใช่ที่สำรอง Seed Phrase การ์ดไม่ได้แถมมาในกล่อง

ถ้าใช้ iPhone เป็นหลัก ต้องซื้อ Safe 7 เท่านั้นไหม

ใช่ ถ้าต้องการส่งเหรียญจาก iPhone รุ่นอื่นทั้งหมดบน iOS ดูยอดได้อย่างเดียว เซ็นส่งไม่ได้ แต่ถ้าปกติคุณใช้คอมพิวเตอร์หรือ Android ทำธุรกรรมอยู่แล้ว และใช้ iPhone แค่ดูยอด Safe 3 หรือ Safe 5 ก็เพียงพอ และถูกกว่ามาก

กฎเหล็กข้อเดียวที่ต้องจำ

  • ใครก็ตามที่ขอชุดคำสำรอง (Seed Phrase) ของคุณ คือมิจฉาชีพ ไม่มีข้อยกเว้น จำนวนคำจะเป็น 12, 20 หรือ 24 ก็ไม่ต่างกัน
  • SIAMBC และ Trezor ไม่มีวันขอ ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นการเคลมประกัน ยืนยันตัวตน อัปเดตระบบ หรือกู้คืนบัญชี ชุดคำนั้นคือกุญแจสู่เงินของคุณ ใครได้ไป เงินหายทันที ไม่มีทางเรียกคืน

SIAMBC เป็นตัวแทนจำหน่าย Trezor อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จำหน่ายฮาร์ดแวร์ด้านความปลอดภัยมาตั้งแต่ปี 2559 มีหน้าร้านที่กรุงเทพฯ ให้เข้ามาลองจับเครื่องจริงและสอบถามก่อนตัดสินใจได้

บทความล่าสุด

ดูทั้งหมด

Ledger Flex and Ledger Stax side by side

Ledger Flex กับ Ledger Stax ต่างกันตรงไหน

ความปลอดภัยของสองรุ่นนี้เท่ากันทุกประการ การเลือกจึงเหลือแค่เรื่องจอ การชาร์จ และหน้าตา

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Ledger Flex กับ Ledger Stax ต่างกันตรงไหน

All five Trezor models, from the Trezor One to the Safe 7

Trezor รุ่นไหนดี เทียบครบทั้ง 5 รุ่น

Trezor One และ Model T เลิกผลิตแล้ว เหลือ Safe 3, Safe 5 และ Safe 7 บทความนี้เทียบให้ครบว่าต่างกันตรงไหนจริงๆ และรุ่นไหนเหมาะกับใคร

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Trezor รุ่นไหนดี เทียบครบทั้ง 5 รุ่น

Six YubiKey security key models sold by SIAMBC in Thailand

OTP ที่ส่งมาทาง SMS ไม่ได้ปกป้องคุณอีกต่อไป

ปี 2568 คนไทยเสียเงินให้มิจฉาชีพ 115,300 ล้านบาท และรหัสหกหลักที่ส่งมาทางมือถือ คือจุดที่ถูกเจาะบ่อยที่สุด วิธีที่ OTP ถูกขโมย ทำไมแอป Authenticator แก้ได้แค่ครึ่งเดียว และ Security Key ต่างออกไปตรงไหน

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ OTP ที่ส่งมาทาง SMS ไม่ได้ปกป้องคุณอีกต่อไป