สรุปสั้นๆ
- ความปลอดภัยเท่ากันทุกอย่าง ทั้งคู่ใช้ Secure Element รุ่น ST33K1M5 ตัวเดียวกัน ผ่าน CC EAL6+ ระดับชิปเหมือนกัน ใช้ Ledger OS เดียวกัน และบนทั้งสองรุ่นจอสัมผัสถูกควบคุมโดย Secure Element โดยตรง
- จอคือความต่างหลัก Stax 3.7 นิ้วและโค้งพันขอบเครื่อง ส่วน Flex 2.8 นิ้วและแบน จอใหญ่กว่าหมายถึงเห็นที่อยู่กระเป๋าเต็มบรรทัดตอนกดยืนยัน
- ชาร์จไร้สายและวางซ้อนกันได้เฉพาะ Stax Flex ชาร์จผ่านสาย USB-C อย่างเดียว แม่เหล็กใน Flex มีไว้ยึดอุปกรณ์เสริม ไม่ได้ไว้วางซ้อน
- Flex แข็งแรงกว่าและมีสีให้เลือก หน้าจอเป็น Gorilla Glass ส่วน Stax เป็นพลาสติก และ Flex มีให้เลือกหลายสี ขณะที่ Stax มีสีเดียว
- ทั้งคู่ใช้กับ Ledger Recovery Key ได้ และกล่อง Stax แถม Recovery Key กับ Magnet Shell มาให้ด้วย
สิ่งที่เหมือนกันทุกอย่าง

เวลาเทียบสองรุ่นนี้ สิ่งที่คนกังวลที่สุดคือรุ่นถูกกว่าจะปลอดภัยน้อยกว่าหรือเปล่า คำตอบคือไม่
ทั้ง Flex และ Stax ใช้ Secure Element รุ่นเดียวกันคือ ST33K1M5 ของ STMicroelectronics ผ่านการรับรอง CC EAL6+ ในระดับชิปเหมือนกัน ใช้ Ledger OS ตัวเดียวกัน รองรับ Clear Signing และ Transaction Check เหมือนกัน และทั้งคู่ต่อ Bluetooth Low Energy 5.2 กับ NFC ได้เท่ากัน
มีอีกจุดที่เหมือนกันและน่าสนใจกว่าที่คิด บนสองรุ่นนี้ จอสัมผัสถูกควบคุมโดย Secure Element โดยตรง ไม่ได้ผ่านชิปสื่อสารเหมือนสถาปัตยกรรมของ Nano แปลว่าสิ่งที่คุณเห็นบนจอตอนกดยืนยัน มาจากชิปตัวเดียวกับที่ถือกุญแจอยู่
สรุปคือความปลอดภัยไม่ใช่ตัวแปรในการเลือกระหว่างสองรุ่นนี้ ที่เหลือคือเรื่องการใช้งานล้วนๆ
จอ คือเหตุผลที่ราคาต่างกัน

Stax มีจอ E Ink ขนาด 3.7 นิ้วที่โค้งพันไปตามสันเครื่อง Ledger เรียกมันว่าจอ E Ink แบบโค้งรุ่นแรกของโลก ส่วน Flex เป็นจอ E Ink แบน 2.8 นิ้ว
ความต่างนี้ไม่ใช่แค่เรื่องสวยงาม ทุกอย่างที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของฮาร์ดแวร์วอลเล็ตเกิดขึ้นบนจอ คุณต้องอ่านที่อยู่ปลายทางและจำนวนเงินให้ครบก่อนกดเซ็น จอที่ใหญ่กว่าราวหนึ่งในสามหมายถึงเห็นที่อยู่เต็มบรรทัดและเห็นรายละเอียดธุรกรรมได้มากกว่าโดยไม่ต้องเลื่อน
อีกอย่างที่จอ E Ink ทำได้คือค้างภาพไว้ตอนเครื่องปิด ทั้งสองรุ่นตั้งรูปหรือ NFT ให้ค้างอยู่บนหน้าจอตอนไม่ได้ใช้งานได้ ไม่ใช่จอที่เปิดค้างตลอดเวลา แต่เป็นคุณสมบัติของ E Ink ที่ไม่ต้องใช้ไฟเลี้ยงเพื่อคงภาพ
การชาร์จและแม่เหล็ก
Stax ชาร์จไร้สายแบบ Qi ได้ Flex ไม่ได้ Flex ชาร์จผ่านสาย USB-C อย่างเดียว ข้อนี้เป็นจุดที่มักถูกเขียนผิดบ่อยที่สุด เพราะ Flex มีทั้ง NFC และแม่เหล็ก คนจึงเข้าใจว่าน่าจะชาร์จไร้สายได้ด้วย
แม่เหล็กก็ทำหน้าที่ต่างกัน ใน Stax แม่เหล็กมีไว้ให้วางเครื่องซ้อนกันได้ และยึดกับ Magnet Shell ส่วนใน Flex แม่เหล็กมีไว้ยึดฟิล์มกันรอยและอุปกรณ์เสริมเท่านั้น Flex สองเครื่องวางซ้อนกันไม่ได้
การวางซ้อนไม่ใช่ลูกเล่น ถ้าคุณแยกเงินไว้หลายเครื่อง หรือดูแลกระเป๋าของครอบครัวหรือของบริษัท การเก็บหลายเครื่องซ้อนกันเป็นตั้งเดียวคือเหตุผลที่มีอยู่จริงที่จะเลือก Stax
วัสดุและสี
หน้าจอ Flex เป็น Gorilla Glass เคลือบกันแสงสะท้อน ส่วน Stax ใช้พลาสติกน้ำหนักเบาเคลือบกันแสงสะท้อนเช่นกัน สำหรับเครื่องที่พกใส่กระเป๋าและมีโอกาสวางคว่ำ กระจกทนรอยขีดข่วนได้ดีกว่าพลาสติก
เรื่องสีก็ต่างกันชัด Flex ที่เราจำหน่ายมีให้เลือก 6 สี ส่วน Stax มีสีเดียว ถ้าเรื่องหน้าตาสำคัญกับคุณ ข้อนี้เป็นข้อได้เปรียบของ Flex ที่ Stax ไม่มีทางสู้
สีโลหะบางสีของ Flex ทาง Ledger เปิดตัวเป็นรุ่นจำนวนจำกัด ถ้าสนใจสีใดสีหนึ่งเป็นพิเศษ ควรเช็คสต็อกก่อน
ตารางเทียบ
| รุ่น | Ledger Flex | Ledger Stax |
|---|---|---|
| หน้าจอ | 2.8 นิ้ว แบน | 3.7 นิ้ว โค้ง |
| ความละเอียด | 480 x 600 | 400 x 670 |
| วัสดุหน้าจอ | Gorilla Glass | พลาสติก |
| Secure Element | ST33K1M5 | ST33K1M5 |
| การรับรองระดับชิป | CC EAL6+ | CC EAL6+ |
| การเชื่อมต่อ | USB-C, Bluetooth, NFC | USB-C, Bluetooth, NFC |
| ชาร์จไร้สาย | ไม่มี | มี แบบ Qi |
| แม่เหล็ก | ยึดอุปกรณ์เสริม | วางซ้อนกันได้ |
| สี | 6 สี | สีเดียว |
| Ledger Recovery Key | ใช้ได้ | ใช้ได้ และแถมในกล่อง |
| ราคา | ฿10,480 | ฿16,800 |
ควรซื้อรุ่นไหน
เลือก Flex ถ้าอยากได้เครื่องที่แข็งแรง มีสีให้เลือก และประหยัดกว่า ได้ชิปความปลอดภัยระดับเดียวกับรุ่นท็อป หน้าจอกระจก และจ่ายน้อยกว่าอยู่พอสมควร
Trezor
฿10,480
- Secure Element ST33K1M5 ผ่าน CC EAL6+
- จอ E Ink แบน 2.8 นิ้ว หน้าจอ Gorilla Glass
- USB-C, Bluetooth 5.2 และ NFC
- มีให้เลือก 6 สี
เลือกสีได้ที่หน้าสินค้า
เลือก Stax ถ้าจอใหญ่ ชาร์จไร้สาย หรือการวางซ้อนมีค่ากับคุณ จอ 3.7 นิ้วอ่านง่ายกว่าจริงตอนตรวจธุรกรรม และกล่องแถม Recovery Key กับ Magnet Shell มาให้ด้วย
Trezor
฿16,800
- Secure Element ตัวเดียวกับ Flex
- จอ E Ink โค้ง 3.7 นิ้ว
- ชาร์จไร้สาย Qi และวางซ้อนกันได้
- แถม Recovery Key และ Magnet Shell ในกล่อง
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ
EAL6+ เป็นการรับรองของชิป ไม่ใช่ของทั้งเครื่อง ใช้กับ Secure Element เท่านั้น ร้านที่เขียนว่าเครื่องทั้งเครื่องผ่าน EAL6+ กำลังบอกมากกว่าที่ผู้ผลิตบอก
Flex ชาร์จไร้สายไม่ได้ ย้ำอีกครั้งเพราะเป็นข้อที่ถูกเขียนผิดบ่อยที่สุด และเป็นเรื่องที่รู้ตอนแกะกล่องแล้วจะผิดหวัง
อย่าเอาเวลาใช้งานแบตของ Stax มาใช้กับ Flex Ledger ระบุ up to 10 hours ไว้ในคอลัมน์ของทั้งสองรุ่นในตารางเปรียบเทียบของตัวเอง ทั้งที่จอคนละขนาด เราจึงไม่ระบุตัวเลขให้ Flex
Ledger Recovery Key ใช้กับ Nano X และ Nano S Plus ไม่ได้ สองรุ่นนั้นไม่มี NFC จึงไม่รองรับ ส่วนรุ่นที่ใช้ได้นอกจาก Flex และ Stax ยังมีรุ่นใหม่กว่าอีก เอกสารของ Ledger เองยังระบุไม่ตรงกันในจุดนี้ ถ้าจะซื้อคู่กับรุ่นอื่น ถามก่อน
Recovery Key ไม่ใช่ตัวสำรองที่ใช้แทนการจดชุดคำ มันคือวิธีเก็บชุดคำกู้คืนลงการ์ด NFC ไม่ได้ทำให้คุณไม่ต้องรับผิดชอบชุดคำนั้นอีกต่อไป
คำถามที่พบบ่อย
รุ่นถูกกว่าปลอดภัยน้อยกว่าไหม
ไม่ ทั้งสองรุ่นใช้ Secure Element ST33K1M5 ตัวเดียวกัน ผ่าน CC EAL6+ ระดับชิปเหมือนกัน และใช้ Ledger OS เดียวกัน ส่วนต่างราคาไปอยู่ที่จอ การชาร์จไร้สาย และวัสดุ
Flex ชาร์จไร้สายได้ไหม
ไม่ได้ ต้องใช้สาย USB-C ชาร์จไร้สายแบบ Qi มีเฉพาะใน Stax
ซื้อ Flex แล้วต้องซื้อ Recovery Key แยกไหม
กล่อง Stax แถม Recovery Key มาให้แน่นอน ส่วน Flex ขึ้นอยู่กับล็อตที่ผลิต ถ้าต้องการให้แน่ใจ ทักมาถามก่อนสั่ง เราตรวจของในสต็อกให้ได้
ใช้กับ iPhone ได้ไหม
ได้ทั้งคู่ ทั้งสองรุ่นมี Bluetooth จึงใช้กับ iPhone และ Android ได้ ต่างจาก Ledger Nano S Plus ที่ต่อ USB-C อย่างเดียวและใช้กับ iOS ไม่ได้
กฎเหล็กข้อเดียวที่ต้องจำ
- ใครก็ตามที่ขอชุดคำกู้คืน 24 คำของคุณ คือมิจฉาชีพ ไม่มีข้อยกเว้น
- SIAMBC และ Ledger ไม่มีวันขอ ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นการเคลมประกัน ยืนยันตัวตน อัปเดตระบบ หรือกู้คืนบัญชี ชุดคำนั้นคือกุญแจสู่เงินของคุณ ใครได้ไป เงินหายทันที ไม่มีทางเรียกคืน
SIAMBC เป็นตัวแทนจำหน่าย Ledger อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จำหน่ายฮาร์ดแวร์ด้านความปลอดภัยมาตั้งแต่ปี 2559 มีหน้าร้านที่กรุงเทพฯ ให้เข้ามาลองจับเครื่องจริงและสอบถามก่อนตัดสินใจได้





แชร์:
Trezor รุ่นไหนดี เทียบครบทั้ง 5 รุ่น