สรุปสั้นๆ

  • Passphrase คือคำหรือข้อความที่ผู้ใช้กำหนดเอง นำไปรวมกับวลีกู้คืน (Recovery Phrase) เพื่อสร้างวอลเล็ตใหม่อีกใบ มักถูกเรียกว่า "คำที่ 25" เป็นมาตรฐาน BIP39 ไม่ใช่ฟีเจอร์เฉพาะยี่ห้อใด
  • ไม่ได้ถูกเก็บไว้ในตัวอุปกรณ์ ต่างจาก PIN ที่เก็บอยู่บนชิป ผู้ใช้ต้องกรอก passphrase ใหม่ทุกครั้ง แม้ผู้อื่นจะได้วลีกู้คืน 24 คำไป ก็ยังเข้าวอลเล็ตที่ป้องกันด้วย passphrase ไม่ได้
  • ไม่มี passphrase ที่ "ผิด" ทุกข้อความที่กรอกจะเปิดวอลเล็ตคนละใบเสมอ พิมพ์ผิดหนึ่งตัวอักษรจะได้วอลเล็ตใหม่ที่ว่างเปล่า ไม่มีข้อความแจ้งเตือนใดๆ
  • ลืมแล้วคือหายถาวร Trezor ระบุชัดเจนว่า passphrase ไม่สามารถเปลี่ยน ลบ หรือกู้คืนได้ ไม่มีผู้ผลิตรายใดช่วยได้ นี่คือความเสี่ยงที่ต้องยอมรับก่อนเริ่มใช้
  • ตัวพิมพ์เล็กและใหญ่มีผลเสมอ `Bitcoin` กับ `bitcoin` ให้วอลเล็ตคนละใบ รวมถึงช่องว่างและอักขระพิเศษทุกตัว
  • ความยาวสูงสุดต่างกันตามยี่ห้อ Trezor รองรับ 50 อักขระ ASCII ส่วน Ledger รองรับ 100 อักขระ
  • ต้องสำรอง passphrase แยกจากวลีกู้คืน และเก็บคนละที่ เพราะการเก็บไว้ด้วยกันทำให้ประโยชน์ของ passphrase หายไปทั้งหมด

Passphrase คืออะไร

Passphrase คือคำ ข้อความ หรือชุดอักขระที่ผู้ใช้กำหนดขึ้นเอง แล้วนำไปใช้ร่วมกับวลีกู้คืน (Recovery Phrase) ที่ได้จากฮาร์ดแวร์วอลเล็ต ผลลัพธ์คือวอลเล็ตใหม่ที่แยกออกจากวอลเล็ตเดิมโดยสิ้นเชิง

ในวงการมักเรียกว่า "คำที่ 25" เพราะทำหน้าที่เหมือนคำเพิ่มเติมที่ต่อท้ายวลีกู้คืน 24 คำ ทั้งนี้ passphrase เป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐาน BIP39 ไม่ใช่ฟีเจอร์เฉพาะของผู้ผลิตรายใดรายหนึ่ง ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตส่วนใหญ่ในตลาดจึงรองรับ แม้รายละเอียดการใช้งานจะต่างกันไปบ้าง

ประเด็นสำคัญที่ทำให้ passphrase ต่างจากระบบรหัสผ่านทั่วไปคือ ตัวอุปกรณ์ไม่ได้เก็บ passphrase ไว้ที่ใดเลย ระบบไม่ได้ตรวจสอบว่าผู้ใช้กรอกถูกหรือผิด แต่นำสิ่งที่กรอกมาคำนวณเป็นวอลเล็ตใหม่ทุกครั้ง

ทำงานอย่างไร

เมื่อผู้ใช้กรอก passphrase ตัวอุปกรณ์จะนำวลีกู้คืนเดิมมารวมกับข้อความที่กรอก แล้วคำนวณกุญแจส่วนตัว (Private Key) ชุดใหม่ออกมา ได้เป็นวอลเล็ตที่มีที่อยู่ ยอดคงเหลือ และประวัติธุรกรรมเป็นของตัวเอง แยกจากวอลเล็ตเดิมอย่างสมบูรณ์

ผลที่ตามมามีสามข้อที่ต้องเข้าใจให้ตรงกัน

แผนภาพแสดงวลีกู้คืนชุดเดียวที่สร้างวอลเล็ตแยกกันสามใบ ทั้งแบบไม่ใส่ passphrase และใส่ passphrase ต่างกัน
วลีกู้คืนชุดเดียวสร้างวอลเล็ตที่ไม่เกี่ยวข้องกันได้หลายใบ การไม่ใส่ passphrase จะเปิดวอลเล็ตเดิม ส่วน passphrase ที่ต่างกันจะเปิดคนละใบเสมอ

วลีกู้คืนชุดเดียวสร้างวอลเล็ตได้ไม่จำกัด passphrase ที่ต่างกันแม้เพียงอักขระเดียวจะให้วอลเล็ตคนละใบเสมอ ผู้ใช้จึงแยกเก็บสินทรัพย์ตามวัตถุประสงค์ได้ตามต้องการ

ไม่มี passphrase ที่ผิด ระบบไม่มีคำว่าผิด เพราะไม่ได้ตรวจสอบกับค่าที่บันทึกไว้ Trezor อธิบายไว้ตรงไปตรงมาว่า หากเป็น passphrase ใหม่หรือพิมพ์ผิด อุปกรณ์จะเปิดวอลเล็ตอีกใบหนึ่งขึ้นมา ซึ่งส่วนใหญ่จะว่างเปล่า ผู้ใช้ที่ไม่เข้าใจจุดนี้มักเข้าใจว่าเงินหาย ทั้งที่ความจริงคือกำลังเปิดวอลเล็ตผิดใบ

ตัวพิมพ์เล็กและใหญ่มีผล `Bitcoin` `bitcoin` และ `BitCoin` คือวอลเล็ตสามใบที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย ช่องว่าง เครื่องหมายวรรคตอน และอักขระพิเศษก็นับทั้งหมดเช่นกัน

ต่างจาก PIN อย่างไร

ทั้งสองอย่างเป็นคนละชั้นการป้องกัน และทำหน้าที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

PIN ป้องกันตัวอุปกรณ์ เก็บอยู่บนชิปของเครื่อง มีไว้กันไม่ให้ผู้ที่ได้อุปกรณ์ไปใช้งานได้ทันที เปลี่ยนได้ภายหลัง และหากทำอุปกรณ์หาย PIN ก็ไม่มีความหมาย เพราะผู้ใช้กู้วอลเล็ตคืนได้จากวลีกู้คืนบนเครื่องใหม่อยู่แล้ว

Passphrase ป้องกันตัววอลเล็ต ไม่ได้ถูกเก็บไว้ที่ใดเลย ทั้งบนอุปกรณ์และบนเซิร์ฟเวอร์ของผู้ผลิต จึงเป็นชั้นป้องกันที่ยังทำงานอยู่แม้ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด คือกรณีที่ผู้อื่นได้วลีกู้คืน 24 คำไปแล้ว

จุดนี้คือเหตุผลหลักที่ผู้ถือคริปโตจำนวนมากเลือกใช้ วลีกู้คืนที่จดไว้บนกระดาษหรือแผ่นเหล็กมีโอกาสถูกพบเห็นได้เสมอ ไม่ว่าจะจากการโจรกรรม การย้ายบ้าน หรือคนในครอบครัว แต่ผู้ที่พบวลีกู้คืนโดยไม่รู้ passphrase จะเปิดได้เพียงวอลเล็ตเดิมเท่านั้น

ความเสี่ยงที่ต้องเข้าใจก่อนใช้

ส่วนนี้สำคัญกว่าข้อดีทั้งหมดรวมกัน และเป็นเหตุผลที่ผู้เริ่มต้นไม่ควรรีบเปิดใช้งาน

ลืมแล้วคือหายถาวร ไม่มีข้อยกเว้น เอกสารของ Trezor ระบุไว้ตรงตัวว่า passphrase ไม่สามารถเปลี่ยน ลบ หรือกู้คืนได้ ไม่มีผู้ผลิตรายใด ไม่มีผู้จำหน่ายรายใด และไม่มีเครื่องมือใดที่ช่วยกู้คืนได้ เพราะไม่มีใครเก็บค่านั้นไว้ตั้งแต่แรก

พิมพ์ผิดไม่มีการแจ้งเตือน ต่างจากการกรอกรหัสผ่านทั่วไปที่ระบบจะบอกว่าไม่ถูกต้อง ในกรณีนี้ผู้ใช้จะเห็นเพียงวอลเล็ตว่างเปล่า ผู้ที่กรอก passphrase ผิดโดยไม่รู้ตัวมักตกใจว่าถูกขโมย

ผู้รับมรดกอาจเข้าไม่ถึง หากผู้ใช้เก็บ passphrase ไว้ในความทรงจำเพียงอย่างเดียว สินทรัพย์ในวอลเล็ตนั้นจะหายไปพร้อมกับผู้ใช้ ครอบครัวที่พบวลีกู้คืน 24 คำจะเปิดได้เพียงวอลเล็ตเดิม และจะไม่มีทางรู้ด้วยซ้ำว่ามีวอลเล็ตอีกใบอยู่

ไม่ได้เพิ่มความปลอดภัยหากเก็บไว้ที่เดียวกัน การจด passphrase ไว้ในกระดาษแผ่นเดียวกับวลีกู้คืน ทำให้ประโยชน์ทั้งหมดหายไปทันที ผู้ที่พบกระดาษนั้นได้ทั้งสองอย่างพร้อมกัน

กรณีถูกบังคับให้เปิดวอลเล็ต

เหตุผลหนึ่งที่มีการพูดถึงบ่อยคือการใช้ passphrase รับมือกรณีถูกบังคับให้เปิดวอลเล็ต แนวคิดคือเก็บสินทรัพย์จำนวนหนึ่งไว้ในวอลเล็ตเดิมที่เปิดด้วย PIN ตามปกติ และเก็บส่วนใหญ่ไว้ในวอลเล็ตที่ป้องกันด้วย passphrase หากถูกบังคับ ผู้ใช้เปิดวอลเล็ตเดิมให้ได้ โดยที่อีกฝ่ายไม่มีทางรู้ว่ามีวอลเล็ตอื่นอยู่

แนวคิดนี้ใช้ได้จริงในเชิงเทคนิค แต่ต้องพูดตามตรงว่ามีเงื่อนไขที่ควรทราบ

วอลเล็ตเดิมต้องมีสินทรัพย์อยู่จำนวนหนึ่งที่ดูสมเหตุสมผล วอลเล็ตที่ว่างเปล่าย่อมไม่น่าเชื่อถือ และผู้ใช้ต้องตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติภายใต้ความกดดัน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ไม่มีใครซ้อมมาก่อน

สำหรับผู้ใช้ทั่วไปในประเทศไทย ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริงมากกว่าคือกรณีที่พบได้บ่อย นั่นคือมีผู้พบวลีกู้คืนที่จดไว้โดยบังเอิญ ทั้งจากการโจรกรรมภายในบ้าน การย้ายที่อยู่ หรือการซ่อมแซมบ้าน มากกว่าสถานการณ์การถูกบังคับโดยตรง

เลือกและสำรอง passphrase อย่างไร

อย่าใช้ข้อมูลที่คาดเดาได้ ชื่อ วันเกิด เบอร์โทรศัพท์ หรือรหัสผ่านที่ใช้กับบริการอื่นอยู่แล้ว ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้โจมตีจะลองก่อน โดยเฉพาะเมื่อผู้โจมตีมีวลีกู้คืนอยู่ในมือแล้วและสามารถทดลองได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งโดยไม่ต้องใช้ตัวอุปกรณ์

ความยาวมีความหมายมากกว่าความซับซ้อน ข้อความที่ยาวและจำได้ มักปลอดภัยกว่าอักขระสั้นที่สลับซับซ้อนจนจำไม่ได้ Blockstream Jade มีโหมดกรอกแบบ WordList ที่ให้เลือกคำจากรายการ BIP39 มาต่อกัน ซึ่งออกแบบมาเพื่อจุดนี้โดยเฉพาะ

ตรวจสอบความยาวสูงสุดของอุปกรณ์ก่อน Trezor รองรับสูงสุด 50 อักขระ ASCII ขณะที่ Ledger รองรับ 100 อักขระ การตั้ง passphrase ยาวเกินกว่าที่อุปกรณ์รองรับจะทำให้เกิดปัญหาเมื่อต้องกู้คืน

สำรองเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ และเก็บคนละที่กับวลีกู้คืน การจำไว้ในหัวอย่างเดียวไม่ใช่แผนสำรอง เพราะความทรงจำเสื่อมได้และผู้ใช้อาจไม่ได้ใช้งานนานเป็นปี ให้บันทึกไว้ในวัสดุที่ทนทาน แล้วเก็บแยกสถานที่จากวลีกู้คืน

CryptoSafe Capsule แคปซูลเหล็กสำรองวลีกู้คืนและ passphrase

CryptoSafe

CryptoSafe Capsule

฿1,990

  • รองรับอักขระ ASCII ทุกตัว ไม่จำกัดเฉพาะคำในรายการ BIP39
  • บันทึกได้สูงสุด 123 อักขระ ครอบคลุมทั้ง 50 อักขระของ Trezor และ 100 อักขระของ Ledger
  • แผ่นตัวอักษรร้อยอยู่บนแกนภายในท่อเหล็กปิดผนึก ยาว 102 มม. หนักราว 90 กรัม
หยิบใส่ตะกร้า

เหตุผลที่แนะนำรุ่นนี้สำหรับ passphrase โดยเฉพาะคือ แผ่นเหล็กสำรองส่วนใหญ่ออกแบบมาสำหรับคำในรายการ BIP39 เท่านั้น แต่ passphrase เป็นข้อความอิสระที่มีตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวเลข และอักขระพิเศษได้ จึงต้องใช้อุปกรณ์ที่รองรับอักขระทุกตัว และเนื่องจากรูปทรงเป็นท่อโลหะที่ไม่บ่งบอกว่าเกี่ยวข้องกับคริปโต จึงเก็บแยกสถานที่ได้ง่ายกว่าแผ่นแบน

รุ่นที่รองรับ passphrase

เนื่องจาก passphrase เป็นมาตรฐาน BIP39 ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตส่วนใหญ่จึงรองรับ แต่รายละเอียดต่างกันในทางปฏิบัติ

ยี่ห้อความยาวสูงสุดรายละเอียด
Trezor50 อักขระ ASCIIกรอกบนตัวเครื่องได้ ไม่ต้องพิมพ์ผ่านคอมพิวเตอร์
Ledger100 อักขระผูกกับ PIN ชุดที่สองได้ ทำให้เปิดวอลเล็ตที่ป้องกันด้วย passphrase ด้วยการใส่ PIN อีกชุดหนึ่ง
Blockstream Jadeตามมาตรฐาน BIP39มีโหมดกรอกสองแบบ คือพิมพ์ทีละอักขระ และเลือกคำจากรายการ BIP39
Tangemประมาณ 100 ไบต์รองรับเฉพาะการนำเข้าวอลเล็ตที่สร้างพร้อม passphrase มาจากที่อื่น ยังไม่รองรับการสร้างใหม่บนการ์ด

ข้อควรทราบสำหรับผู้ใช้ Ledger คือการผูก passphrase เข้ากับ PIN ชุดที่สองสะดวกกว่ามากในการใช้งานประจำวัน แต่ก็หมายความว่าอุปกรณ์เก็บความเชื่อมโยงนั้นไว้ ผู้ที่ต้องการให้ passphrase ไม่ถูกบันทึกไว้ที่ใดเลย ควรเลือกกรอกด้วยตนเองทุกครั้งแทน

ฮาร์ดแวร์วอลเล็ต Trezor Safe 3

Trezor

Trezor Safe 3

฿3,890 ฿4,590-15%

  • กรอก passphrase บนตัวเครื่องได้โดยตรง ข้อความไม่ผ่านคอมพิวเตอร์
  • ชิป secure element ผ่านการรับรองมาตรฐาน EAL6+ เฟิร์มแวร์แบบโอเพนซอร์ส
  • สำรองข้อมูลได้แบบ 12, 20 หรือ 24 คำ ตั้งค่าผ่าน Trezor Suite
หยิบใส่ตะกร้า

ที่หยิบใส่คือสี Cosmic Black อีกสามสีเลือกได้ที่หน้าสินค้า

Trezor เป็นยี่ห้อที่ผู้ใช้ในไทยนึกถึงเป็นอันดับแรกเมื่อพูดถึง passphrase เพราะรองรับมานาน มีเอกสารอธิบายละเอียด และกรอกบนตัวเครื่องได้โดยไม่ต้องพิมพ์ผ่านคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ ซึ่งลดความเสี่ยงจากโปรแกรมดักจับการพิมพ์

ฮาร์ดแวร์วอลเล็ต Ledger Nano S Plus

Ledger

Ledger Nano S Plus

฿2,060

  • รองรับ passphrase ยาวสูงสุด 100 อักขระ ผูกกับ PIN ชุดที่สองได้
  • ชิป secure element มาตรฐาน CC EAL6+ สูงกว่ารุ่น Nano X ที่ราคาสูงกว่า
  • รองรับคอมพิวเตอร์และ Android เท่านั้น ไม่รองรับ iPhone
หยิบใส่ตะกร้า

ที่หยิบใส่คือสี Matte Black อีกสี่สีเลือกได้ที่หน้าสินค้า

เป็นทางเลือกที่มีราคาต่ำที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ passphrase บนอุปกรณ์ที่มีชิปผ่านการรับรอง จุดที่ต้องตรวจสอบก่อนสั่งซื้อคือรุ่นนี้ไม่รองรับ iPhone ผู้ที่ใช้งานผ่าน iPhone ควรดูรายการรุ่นที่รองรับ iPhoneก่อน

คำถามที่พบบ่อย

Passphrase กับ Recovery Phrase ต่างกันอย่างไร

วลีกู้คืน (Recovery Phrase) คือชุดคำ 12 ถึง 24 คำที่อุปกรณ์สร้างขึ้นให้แบบสุ่มตอนตั้งค่าครั้งแรก ผู้ใช้ไม่ได้เป็นคนเลือก ส่วน passphrase คือข้อความที่ผู้ใช้กำหนดเองและเพิ่มเข้าไปทีหลัง วลีกู้คืนใช้กู้วอลเล็ตเดิม ส่วน passphrase สร้างวอลเล็ตใหม่จากวลีกู้คืนชุดเดิม

จำเป็นต้องใช้ passphrase หรือไม่

ไม่จำเป็น และสำหรับผู้เริ่มต้นส่วนใหญ่ยังไม่ควรใช้ ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตที่ตั้งค่าถูกต้องพร้อมวลีกู้คืนที่เก็บรักษาดีอยู่แล้ว ถือว่าปลอดภัยเพียงพอสำหรับคนทั่วไป การเพิ่ม passphrase เพิ่มความปลอดภัยจริง แต่ก็เพิ่มโอกาสที่ผู้ใช้จะทำสินทรัพย์ของตนเองหายด้วย ควรเริ่มใช้เมื่อเข้าใจกลไกครบถ้วนและมีระบบสำรองที่พร้อมแล้ว

ถ้าลืม passphrase จะกู้คืนได้หรือไม่

ไม่ได้ Trezor ระบุไว้ชัดเจนว่า passphrase ไม่สามารถเปลี่ยน ลบ หรือกู้คืนได้ เนื่องจากไม่มีการจัดเก็บค่านั้นไว้ที่ใดเลย จึงไม่มีข้อมูลให้กู้คืนตั้งแต่ต้น ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายไม่สามารถช่วยได้ในทุกกรณี

สร้างวอลเล็ตด้วย passphrase ได้กี่ใบ

ไม่จำกัด ทุกข้อความที่ต่างกันจะให้วอลเล็ตคนละใบเสมอ แต่ในทางปฏิบัติ ทุกใบที่สร้างขึ้นคือสิ่งที่ต้องจดจำและสำรองเพิ่ม การมีหลายใบเกินไปจึงเพิ่มความเสี่ยงมากกว่าความปลอดภัย

ใช้ passphrase กับวอลเล็ตยี่ห้ออื่นได้หรือไม่

ได้ เนื่องจากเป็นมาตรฐาน BIP39 ผู้ใช้จึงนำวลีกู้คืนพร้อม passphrase ไปกู้คืนบนอุปกรณ์ยี่ห้ออื่นที่รองรับมาตรฐานเดียวกันได้ โดยต้องตรวจสอบว่าอุปกรณ์ปลายทางรองรับความยาวของ passphrase ที่ใช้อยู่

Passphrase ต่างจาก PIN อย่างไร

PIN ป้องกันตัวอุปกรณ์และเก็บอยู่บนชิป เปลี่ยนได้ภายหลัง ส่วน passphrase ป้องกันตัววอลเล็ตและไม่ได้ถูกเก็บไว้ที่ใดเลย ผู้ที่ได้อุปกรณ์ไปโดยไม่มี PIN ยังไม่สามารถใช้งานได้ แต่ผู้ที่ได้วลีกู้คืนไปโดยไม่มี passphrase จะเข้าถึงได้เพียงวอลเล็ตเดิมเท่านั้น

มีผู้อ้างตัวเป็นฝ่ายบริการลูกค้าขอให้ยืนยัน passphrase หรือวลีกู้คืน ถือเป็นเรื่องปกติหรือไม่

ไม่ปกติ และเป็นการหลอกลวงทุกกรณีโดยไม่มีข้อยกเว้น ทาง SIAMBC และผู้ผลิตทุกราย ไม่มีนโยบายขอ passphrase หรือวลีกู้คืนจากลูกค้า ไม่ว่าจะอ้างเหตุผลใด

ซื้อในประเทศไทย

ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตที่รองรับ passphrase ทุกรุ่นที่กล่าวถึงในบทความนี้ มีพร้อมส่งที่หน้าร้าน ย่านทวีวัฒนา กรุงเทพฯ จัดส่งฟรีทั่วประเทศภายใน 1-2 วันทำการ สำหรับในกรุงเทพฯ จัดส่งภายในวันเดียวผ่าน Grab หรือ LINEMAN โดยติดต่อนัดหมายผ่าน LINE

ผู้ที่กำลังพิจารณาเริ่มใช้ passphrase สามารถเข้ามาปรึกษาที่หน้าร้านได้ ทีมงานจะอธิบายกลไกและช่วยตรวจสอบว่าแผนสำรองของผู้ใช้รัดกุมเพียงพอก่อนเริ่มใช้งานจริง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญกว่าการเลือกรุ่นอุปกรณ์ ร้านเปิดวันจันทร์ถึงเสาร์ เวลา 9:00 ถึง 17:00 น.

ดูฮาร์ดแวร์วอลเล็ตทั้งหมด หรือติดต่อสอบถามก่อนตัดสินใจ

กฎเหล็กข้อเดียวที่ต้องจำ

ใครก็ตามที่ขอวลีกู้คืน 24 คำหรือ passphrase ของคุณ คือมิจฉาชีพ 100% ไม่มีข้อยกเว้น

ทาง SIAMBC และผู้ผลิตทุกเจ้าไม่มีวันขอ ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นการเคลมประกัน ยืนยันตัวตน อัปเดตระบบ หรือกู้คืนบัญชีก็ตาม วลี 24 คำและ passphrase คือกุญแจสู่เงินของคุณ ใครได้ไป เงินหายทันที ไม่มีทางเรียกคืน

บทความล่าสุด

ดูทั้งหมด

COLDCARD Q and Mk5 hardware wallets against a dark red security alert background, with a cracked shield graphic and a Bitcoin coin

หลังเหตุ Coldcard เงินไหลไปไหนกันแน่

พาดหัวข่าวบอกว่าผู้ถือ Bitcoin แห่กลับเข้าเว็บเทรด แต่ข้อมูล on-chain ชี้ว่าเงินกระจายไปสามทาง และส่วนใหญ่ไปที่วอลเล็ตใหม่ที่ผู้ใช้ถือกุญแจเอง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ หลังเหตุ Coldcard เงินไหลไปไหนกันแน่

Ledger Nano S Plus, Tangem Wallet cards and Trezor Safe 3 hardware wallets on a light studio background

ถ้าเหรียญอยู่บน Bitkub อยู่แล้ว ยังต้องมีฮาร์ดแวร์วอลเล็ตไหม

การทิ้งคริปโตไว้บนกระดานเทรดที่มีใบอนุญาตไม่ได้ผิดเสมอไป และสิทธิยกเว้นภาษีก็เป็นเหตุผลจริง ที่ควรเก็บบัญชีไว้ บทความนี้ชี้ว่าเส้นแบ่งอยู่ตรงไหน จากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในไทย

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ถ้าเหรียญอยู่บน Bitkub อยู่แล้ว ยังต้องมีฮาร์ดแวร์วอลเล็ตไหม

COLDCARD Q and Mk5 hardware wallets showing warning screens, over a binary code background

อธิบายเหตุการณ์แฮก COLDCARD เกิดอะไรขึ้น ใครได้รับผลกระทบ และต้องทำอย่างไร

ข้อบกพร่องในเฟิร์มแวร์ตั้งแต่ปี 2021 ทำให้วลีกู้คืนของ COLDCARD บางเครื่องถูกเดาได้ และผู้โจมตีขโมยบิตคอยน์ไปแล้วกว่า 1,800 BTC ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2026 วิธีตรวจว่าวลีกู้คืนของคุณได้รับผลกระทบหรือไม่ และต้องทำอะไรบ้าง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อธิบายเหตุการณ์แฮก COLDCARD เกิดอะไรขึ้น ใครได้รับผลกระทบ และต้องทำอย่างไร