ปัจจุบันนี้ มีการใช้วิทยาการเข้ารหัสลับประกอบกับการวางระบบโครงข่ายแบบกระจายศูนย์กลางซึ่งเป็นที่มาของคำว่าบล็อกเชน (Blockchain) โดยบิทคอยน์ (Bitcoin) ที่หลายคนเคยได้ยินนั้น ใช้ระบบบล็อกเชน และถูกคิดค้นขึ้นโดยผู้ที่ใช้นามแฝงว่า ซาโตชิ นากาโมโตะ ในปี 2008 ซึ่งบิทคอยน์ก็สามารถนำมาใช้จ่ายแทนเงินได้ ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินมีค่า แล้วต่อมาก็มีการประดิษฐ์ศัพท์ใหม่ขึ้นมาเรียกว่า Cryptocurrency ซึ่งใช้เรียกสกุลเงินดิจิตอลต่าง  ๆ ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาตามหลัง bitcoin เช่น Ethereum, Litecoin, Zcash, Bitcoin Cash และ Stellar Lumens

หลังจากปีที่แล้วที่มาร์คซัคเคอร์เบิร์ก CEO คนดังของ Facebook ได้ประกาศว่าจะศึกษาระบบของ Cryptocurrency และนำมาใช้งานอย่างจริงจังจนถึงวันนี้มาร์คซัคเคอร์เบิร์กก็ได้ประกาศชื่อของ Cryptocurrency ชนิดใหม่ชื่อว่า ลิบรา (Libra) ซึ่งจะมีการเปิดบริการให้ใช้งานบนระบบของ Facebook ในปี 2020 ซึ่งผู้ใช้งานจะสามารถใช้ Libra ในการจับจ่ายซื้อขายสินค้าต่างๆ บนโลกออนไลน์หรือจะใช้โอนส่งต่อให้คนอื่นเปรียบเสมือนการโอนเงินในบัญชีธนาคารปกติทั่วไปก็ได้

Libra คือระบบที่เปิดให้บริการบน Facebook ถึงแม้มันจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ Facebook ก็ตาม หมายความว่าสองระบบนี้ถูกแยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งทาง Facebook คือผู้ผลักดันให้ Libra ถูกใช้งานอย่างมากขึ้นเท่านั้นเอง แต่ทาง Libra นั้นจะเป็นความร่วมจากหลายองค์กรในระดับโลกที่รวมตัวกันเป็นตัวกลางโดยใช้ชื่อว่า Libra Association ประกอบเป็นองค์กรอิสระที่จะเข้ามาควบคุมดูแลและกำกับนโยบายการใช้งานต่าง ๆ เช่น Mastercard, PayPal, Visa, eBay, Uber ซึ่งปัจจุบันมีแนวร่วมในการสนับสนุนการใช้ Libra อย่างเป็นทางการนั้นมีอยู่ 27 องค์กรในระดับโลก และทาง Libra Association ก็ยังเปิดรับแนวร่วมที่สนใจในการเป็นผู้สนับสนุนในการใช้งาน Libra โดยจะต้องมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านเหรียญสหรัฐในการวางระบบประมวลผลต่าง  ๆ

สำหรับ Libra นั้นคือ Cryptocurrency ชนิดหนึ่ง ดังนั้นเมื่อต้องการโอนหรือจ่ายเงินให้กับคนอื่นนั้นจะต้องอาศัยกระเป๋าเงินดิจิตอลที่เรียกว่า Wallet และในส่วนของ Libra เองมีระบบ wallet ที่ชื่อว่าคาลิบรา (Calibra) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของ Facebook โดยตรง มาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะงงเล็กน้อยเกี่ยวกับผู้ดูแลกำหนดนโยบายของ Libra ในส่วนนี้จะยกตัวอย่างเป็นระบบธนาคารกลางแห่งประเทศไทยแแต่ในส่วนของ Calibra ก็เปรียบเสมือนกับธนาคารธนาคารหนึ่งที่สามารถใช้โอนเงินที่ชื่อว่า Libra ได้นั่นเอง เพียงแต่ว่าระบบธนาคารที่สามารถโอนเงินสกุลนี้ได้จะถูกผูกขาดโดย Facebook เพียงแค่เจ้าเดียวเท่านั้น