Byrd

Trezor ประกาศยกเลิกอัพเดท Google Chrome Extension

ทาง Trezor ได้ออกมาประกาศเมื่อวันนี้ว่า Google Chrome Extension จะถูกยกเลิก และได้นำเสนอโปรแกรม Trezor Bridge มาแทนที่ Chrome Extension สำหรับคนที่ไม่ชอบการการลงโปรแกรมก็ไม่ต้องกังวลอะไรนะครับ เพราะ Trezor รู้ดีว่าผู้ใช้บางท่านต้องการใช้งานง่ายๆและไม่ต้องการความยุ่งยากจึงเพิ่มวิธีใหม่เรียกว่า WebUSB มาเพิ่มด้วย คุณสมบัติของ WebUSB คือการเชื่อมต่อผ่าน Google Chrome ได้โดยตรง และไม่จำเป็นต้องลงโปรแกรมเพิ่มเติม ซึ่งทาง Trezor จะออกเฟิร์มแวร์ตัวใหม่เร็วๆนี้ สำหรับคนที่มี Google Chrome Extension อยู่แล้วก็สามารถใช้งานผ่าน Chrome Extension ได้ตามปกติ แต่ทาง Trezor จะไม่มีทำการอัพเดทให้กับ Chrome Extension อีกต่อไป   Trezor ยังประกาศสินค้าใหม่ Trezor Model T อีกด้วย หากท่านใดสนใจให้ดูจากแหล่งอ้างอิงตามลิ้งเลยครับ   หากมีคำถามเพิ่มเติม ติดต่อเราได้ที่ [email protected]

Trezor ประกาศยกเลิกอัพเดท Google Chrome Extension Read More »

ข้อแตกต่างระหว่าง Ledger, Trezor, Bitbox และ Keepkey

ตารางแสดงข้อแตกต่างระหว่าง Ledger, Trezor, Bitbox และ Keepkey *แก้ไข 27.02.18: OTG รองรับเฉพาะระบบ Android เท่านั้น *แก้ไข 01.03.18: Trezor ได้ออกมาประกาศยกเลิกการอัพเดท Google Chrome Extension อ่านต่อได้ที่ ลิ้งค์นี้ Table last updated: 13.02.2018 ตารางถูกอัพเดทล่าสุด 13.02.2018 *เราไม่สามารถชดเชยความเสียหายใดๆได้ในกรณีที่เกิดความเสียหายจากการใช้ข้อมูลจากตารางนี้

เรียนกรณีที่มีผู้ใช้ Ledger ถูกแฮก

ทาง Siambc สามารถยืนยันได้ว่าตัว Ledger เองไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างไรและไม่สามารถถูกแฮกได้ วิธีการที่แฮกเกอร์ใช้คือดัดแปลงข้อมูลที่แสดงขึนมาบนหน้าจอของ Chrome Extension ทำให้ผู้ใช้ที่ไม่ทันระวังตัวส่งบิทคอยน์ไปให้กับบัญชีของแฮกเกอร์ วิธีป้องกันคือตรวจสอบบัญชีที่เราต้องการส่งบิทคอยน์ไปให้บนหน้าจอของ Ledger ก่อนกดปุ่มยืนยัน (และเช่นกันในกรณีจะส่งเข้า Ledger เพราะแฮกเกอร์สามารถเปลี่ยนแปลงเลขบัญชีรับบิทคอยน์ของผู้ใช้บนหน้าจอได้) หากต้องการให้เลขที่บัญชีแสดงขึ้นบนหน้าจอ Ledger ให้กดปุ่มตามรูปด้านล้างครับ หากมีคำถามเพิ่มเติม ติดต่อเราได้ที่ [email protected]

Blockchain (บล็อกเชน) และ Bitcoin (บิทคอยน์) เทคโนโลยีผู้พลิกโฉมโลกการเงิน

ในปัจจุบันนั้นเราคงต้องยอมรับว่าโลกเทคโนโลยีนั้นพัฒนาอย่างก้าวกระโดด เทคโนโลยีมากมายเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันและกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตร ไม่เว้นแม้แต่เทคโนโลยีของโลกการเงินที่ได้มีการพลิกโฉมอย่างมากมายเพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ใช้บริการ และเมื่อพูดถึงเทคโนโลยีทางด้านการเงินนั้น จะไม่พูดถึงสองเทคโนโลยีที่พลิกโฉมโลกการเงิน อย่าง Blockchain (บล็อกเชน) และ Bitcoin (บิทคอยน์) ไม่ได้เลย Bitcoin (บิทคอยน์) คือการแลกเปลี่ยนเงินตราชนิดหนึ่ง ที่เป็นสกุลเงินในโลกดิจิตอล โดยผู้รับและผู้จ่ายจะสามารถทำการโอนเงินตราได้ด้ววยการเข้ารหัสโดยไม่ต้องมีตัวกลาง หรืออาจผ่านตัวประสานของรับบที่เป็นแบบ เรียลไทม์ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของเทคโนโลยี “บล็อกเชน” (Blockchain) Bitcoin (บิทคอยน์ ) เกิดขึ้นเมื่อ ปี 2008 และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องจากความมีประสิทธิภาพในการทำธุรกรรมการเงิน โดยผู้ใช้สามารถที่จะส่งเงินให้กันได้โดยไม่จำเป็นที่จะต้องใช้รหัสของบัตรเครดิต จึงเป็นที่นิยมในเรื่องของความปลอดภัยจากการโจรกรรมข้อมูล เทคโนโลยี “บล็อกเชน” (Blockchain) ยังช่วยอำนวยความสะดวกในการโอนเงินสกุลเงิน Bitcoin (บิทคอยน์ )ไปยังผู้รับต่างๆ โดยมีการยืนยันจากผู้ใช้ และระบบจะมีการบันทึกข้อมูลไว้เป็นสาธารณะจึงยากต่อการที่จะแก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงรายละเอียดต่างๆได้อีกด้วย

BIP คืออะไร? และกระเป๋าฮาร์ดแวร์ทำการแบ็คอัพจากคำ 24 คำได้อย่างไร?

หลายๆคนที่ใช้ Ledger, Trezor, Bitbox หรือประเป๋าฮาร์ดแวร์ยี่ห้ออื่นๆที่รองรับ BIP32, BIP39 หรือ BIP44 อาจสงสัยว่าตัวกระเป๋าฮาร์ดแวร์ที่เรามีนั้นใช้อะไรเพื่อแบ็คอัพหรือทำการสำรองข้อมูล ในบทความนี้เราจะมาพูดถึง BIP กันครับ BIP คืออะไร? BIP32, BIP39 และ BIP44 แตกต่างกันอย่างไร? กระเป๋าฮาร์ดแวร์และโปรแกรมกระเป๋าคริปโตเคอเรนซี่ทำการแบ็คอัพอย่างไร? (สำหรับคนที่ต้องการทำความเข้าใจง่ายๆ และดูตัวอย่างสั่นๆให้ข้ามมาอ่านหัวข้อนี้ได้เลยครับ)   BIP คืออะไร? เนื่องจาก Bitcoin (บิทคอยน์) เป็นเครือข่ายบนโลกออนไลน์ที่ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งสามารถควบคุมได้ ดังนั้นการอัพเกรดเครือข่ายจำเป็นต้องมีการแสดงความเห็นและการยอมรับในการเปลี่ยนแปลงนั้นๆโดยคนหมู่มาก BIP ย่อมาจาก “Bitcoin Improvement Proposals” หรือก็คือ “ข้อเสนอการปรับปรุงระบบบิทคอยน์” และมีทั้งหมด 3 แบบด้วยกัน 1. Standard track BIPs, 2. Informational BIPs และ 3. Process BIPs ซึ่งผมจะไม่ขอเข้าไปในรายละเอียดนี้เพราะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสิ่งที่ผมอยากจะพูดถึง สั้นๆคือ BIP เปรียบเสมือนสถานที่แชร์ข้อมูลอย่างหนึ่งเกี่ยวกับการทำงานของระบบบิทคอยน์หรือบล็อกเชน …

BIP คืออะไร? และกระเป๋าฮาร์ดแวร์ทำการแบ็คอัพจากคำ 24 คำได้อย่างไร? Read More »

Digital Bitbox คืออะไร?

เมื่อไม่นานมานี้ทาง Siambc ได้นำเสนอสินค้า Digital Bitbox ซึ่งก็คือกระเป๋าฮาร์ดแวร์ที่ถูกพัฒนาและผลิตโดยบริษัทจากสวิสเซอร์แลนด์ที่หลายๆคนอาจเคยเห็นกันจากเว็บ MyEtherWallet.com แต่มันคืออะไรและมีข้อดีข้อเสียอย่างไรเมื่อเทียบกับกระเป๋าฮาร์ดแวร์ตัวอื่นๆ? การทำงานของ Digital Bitbox ข้อดีของ Digital Bitbox ความปลอดภัยของ Digital Bitbox ข้อเสียหลักของ Digital Bitbox การทำงานของ Digital Bitbox การทำงานและวิธีใช้งานของ Digital Bitbox นั้นคล้ายคลึงกับกระเป๋าฮาร์ดแวร์ตัวอื่นๆเพราะ Private key ของเราจะถูกเก็บไว้บนตัวเครื่องและไม่มีใครสามารถเปิดดูคีย์ของเราได้หากไม่มีคำภาษาอังกฤษ 24 คำ การยืนยันธุรกรรมก็ง่ายเทียบเท่ากระเป๋าฮาร์ดแวร์ทั่วไปเพราะบนตัวเครื่องจะแสดงแสงและมีปุ่มให้กดค้าง 3 วินาทีเพื่อทำการยืนยันธุรกรรม ในส่วนของหน้าจอ Digital Bitbox จะไม่มีหน้าจอบนตัวเครื่องเพื่อแสดงข้อมูลธุรกรรมโดยปกติข้อมูลนี้จะถูกแสดงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งทางทีมงานผู้พัฒนารู้ดีว่าการแสดงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์นั้นสามารถถูกปรับเปลี่ยนโดยแฮกเกอร์ได้ ดั้งนั้น Digital Bitbox จึงมีวิธีป้องกันโดยอาศัยหน้าจอของสมาร์ทโฟนที่ใช้ในการติดตั้งครั้งแรกเพื่อแสดงข้อมูลธุรกรรม (อ่านต่อได้จาก การใช้งาน Digital Bitbox เบื้องต้น) ข้อดีของ Digital Bitbox Digital Bitbox เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการเก็บรักษาสกุลเงินดิจิตอลที่มีราคาถูกมากที่สุดตัวหนึ่งในตลาดและแม้ว่าจะเล็ก …

Digital Bitbox คืออะไร? Read More »

เทคโนโลยี Blockchain (บล็อกเชน) นวัตกรรมใหม่แห่งโลกการเงิน

เมื่อไม่กี่ปีมานี้นั้นสกุลเงิน bitcoin สกุลเงินดิจิตอลชนิดหนึ่ง ได้รับความนิยมเป็นอันมาก จนทำให้มีราคาทะยานขึ้นสูงหลายร้อยเท่าตัว เรียกได้ว่าหากลงทุนใน bitcoin นั้นได้กำไร มากกกว่าลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ หรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หลายร้อยเท่าตัวเลยทีเดียว ทั้งนี้ความนิยมของสกุลเงินBitcoin (บิทคอยน์) นั้นเกิดจากความสะดวก ปลอดภัย และใช้งานได้ง่าย ไม่ต้องเดินทาง นอกจากนี้ยังมีการเสริมทัพด้วย เทคโนโลยี Blockchain (บล็อกเชน) ที่จัดได้ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่แห่งโลกการเงินที่จะช่วยให้การจัดการกับสกุลเงิน bitcoinมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงมากยิ่งขึ้นอีกเทคโนโลยี Blockchain (บล็อกเชน) มีจุดเด่นที่ความโปร่งใส สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ในวงกว้าง จึงทำให้เกิดความเชื่อถือเป็นอย่างมาก โดยเทคโนโลยีดังกล่าวถูกสร้างขึ้นจากไอเดียของ Satoshi Nakamoto ซึ่งคือผู้คิดค้นสกุลเงินดิจิตอล Bitcoin (บิทคอยน์) ขึ้นมานั่นเอง ดังนั้นทั้งสองระบบจึงถูกผสมผสานกันได้อย่างลงตัวและเรียบง่าย ด้วยจุดเด่นของการเข้าถึงข้อมูลการโอนอย่าง่ายดาย และมีความน่าเชื่อถือที่สูงเพราะผู้ใช้ทุกคนสามารถที่จะเข้าถึงและตรวจสอบข้อมูลทางการเงินของผู้ใช้สกุลเงินดิจิตอล Bitcoin (บิทคอยน์)ได้เอง โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางใดๆ นอกจากนี้เทคโนโลยี Blockchain (บล็อกเชน) ยังมีจุดเด่นคือช่วยกำจัดค่าธรรมเนียมที่ต้องเสียให้บุคคลที่สามผู้ตรวจสอบสถานการณ์โอนและรับเงินอย่างธนาคาร ทำให้การทำธุรกรรมโดยใช้สกุลเงินดิจิตอล Bitcoin (บิทคอยน์) ผ่านเทคโนโลยี Blockchain (บล็อกเชน)นั้นไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด จึงเป็นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบันค่ะ

เรียนเรื่องซีลป้องกันการปลอมแปลง (Tamper proof seal)

เรียนลูกค้าทุกท่าน ทางเราขอแจ้งเรื่องสินค้าที่ไม่มีซีลจากโรงงานว่าบริษัท Ledger ได้ยกเลิกการใช้ซีลป้องกันการปลอมแปลงโดยให้เหตุผลว่าซีลนั้นไม่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยของสินค้า และได้เปลี่ยนไปใช้ระบบที่เรียกว่า attestation ซึ่งโปรแกรมของ Ledger จะทำการตรวจสอบตัวอุปกรณ์โดยอัตโนมัติ ข้อดีของวิธีนี้คือป้องกันการติดซีลของปลอมซึ่งสามารถทำได้ง่ายกว่าการตรวจสอบแบบ attestation โดยหากเป็นสินค้าปลอมตัวโปรแกรมของ Ledger จะไม่รับรองและจะไม่สามารถใช้งานบนตัวโปรแกรมได้ เพราะเหตุนี้สินค้าที่ผลิตใหม่จากทาง Ledger จะไม่มีซีลป้องกันการปลอมแปลงอีกต่อไป และมีเป็นเพียงซีลพลาสติกครับ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ [email protected] จึงเรียนมาเพื่อทราบ แหล่งที่มา 1: ใบ “Did you notice” ที่มาภายในกล่องสินค้า แหล่งที่มา 2: https://support.ledger.com/hc/en-us/articles/360002481534-Check-if-device-is-genuine คำอธิบายเพิ่มเติมจาก Ledger: https://www.ledger.fr/2015/03/27/how-to-protect-hardware-wallets-against-tampering/

วิธีกู้ข้อมูลกระเป๋า Ledger

ในกรณีที่กระเป๋า Ledger สูญหายหรือถูกขโมย คุณจำเป็นต้องมีคำ 24 คำที่ได้จดไว้ในการติดตั้งครั้งแรกเผื่อกู้ข้อมูลกระเป๋า Ledger การกู้ข้อมูลนั้นสามารถทำได้ 2 วิธีหลักๆด้วยกัน คือ: กู้บนกระเป๋า Ledger อันใหม่หรือบนกระเป๋าที่รองรับคำ 24 คำ กู้ public และ private key โดยตรงบนโปรแกรม BIP39   1. การกู้บนกระเป๋า Ledger อันใหม่หรือบนกระเป๋าที่รองรับคำ 24 คำ ให้ต่อกระเป๋า Ledger อันใหม่และเลือก “Restore configuration?” ทำการตั้งรหัสตัวเลขสำหรับ Ledger อันใหม่ บนหน้าจอ “3. Enter your recovery phrase” ให้กดสองปุ่มพร้อมกันและเลือก “24 words” จากนั้นให้พิมพ์คำ 24 คำตามลำดับเพื่อกู้ข้อมูล เมื่อสำเร็จ หน้าจอจะแสดงว่า “Your device is …

วิธีกู้ข้อมูลกระเป๋า Ledger Read More »

เทคโนโลยี Blockchain (บล็อกเชน) เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยของการใช้จ่ายผ่าน สกุลเงิน Bitcoin (บิทคอยน์)

ในปัจจุบันนั้นได้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมากกับชีวิตประจำวันของเรา โดยบทบาทของเทคโนโลยีต่างๆได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆในช่วงสิบปีที่ผ่านมา และหนึ่งในเทคโนโลยีที่ไม่อาจที่จะพลาดที่จะกล่าวถึงได้เลยนั้นก็คือเทคโนโลยีการจัดการการเงินออนไลน์อย่างเทคโนโลยี Blockchain (บล็อกเชน) ควบคู่กับการใช้งานสกุลเงิน Bitcoin (บิทคอยน์) โดยทั้งสองเทคโนโลยีนั้นช่วยกันผสานให้การจัดการการโอนเงินและระบบเงินต่างๆมีความสะดวกสบายต่อผู้ใช้งานได้อย่างมากยิ่งขึ้นและยังช่วยเพิ่มระดับความปลอดภัยให้กับผู้เข้าใช้งานอีกด้วย โดยสกุลเงิน Bitcoin (บิทคอยน์) เป็นสกุลเงินดิจิตอลที่ถูกสร้างขึ้นด้วยการสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งการเก็บรักษาเงินดิจิตอล Bitcoin (บิทคอยน์) นั้นก็สามารถที่จะเลือกจัดเก็บได้หลากหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการเก็บสกุลเงิน Bitcoin (บิทคอยน์) โดยการใช้กระเป๋าสตางค์เก็บสกุลเงิน bitcoin อย่าง Ledger, Trezor หรือ KeepKey ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างสูงเพราะเป็นวิธีที่จัดเก็บเงินดิจิตอล Bitcoin (บิทคอยน์) ได้อย่างมีคุณภาพ และยากต่อการถูกโจรกรรมเพราะมีการเข้ารหัสเฉพาะที่ผู้ใช้เป็นคนตั้งขึ้นเอง จึงเห็นได้ว่าการที่เทคโนโลยีพัฒนาขึ้นมากนั้นช่วยทำให้การซื้อขายแลกเปลี่ยนทำได้ง่าย มีความปลอดภัย และลดค่าใช้จ่ายลง เพราะหากเราไปโอนเงินข้ามประเทศที่ธนาคารนั้นจะเสียค่าธรรมเนียมมหาศาล แต่เมื่อโอนสกุลเงิน bitcoin ผ่านเทคโนโลยี Blockchain (บล็อกเชน) นั้นเราจะไม่ถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมของการโอนเงินแต่อย่างใดค่ะ

error: Content is protected
Scroll to Top