Byrd

เล่นเกมส์แล้วได้เงินหลักหมื่นจริงหรือ? Axie Infinity เกมส์บน blockchain ที่ทำเงินได้ไม่แพ้งานประจำ

Axie Infinity คือเกมส์ NFT บนระบบ blockchain ของ Ethereum ที่ใช้ระบบ Play-to-earn ให้ผู้เล่นทั้งได้เงินและได้ความบันเทิง ได้กลายมาเป็นหนึ่งใน DApp ที่แซงหน้าคู่แข่งในส่วนของรายได้ไปแล้วในปี 2021 หากจะพูดถึง DApp บนระบบ blockchain ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างล้นหลามตอนนี้ คงไม่พ้น Axie Infinity เกมส์ NFT จากนักพัฒนาชาวเวียดนามที่ดึงดูดผู้เล่นที่เป็น Active Account อยู่ถึง 350,000 บัญชีต่อวัน ดึงรายได้เข้าแพลตฟอร์มราวๆ 3 พันล้านบาทภายในสามสิบวันที่ผ่านมา เกมส์ Axie Infinity คืออะไร เริ่มต้นเล่นได้อย่างไร วันนี้เรามีคำตอบ เกมส์ Axie Infinity คือเกมส์บน blockchain ที่ให้ผู้เล่นสามารถทำเงินได้ Axie Infinity จะเป็นเกมส์ NFT บนระบบ Ethereum จากนักพัฒนาชาวเวียดนาม เปิดทำการให้เล่นตั้งแต่ปี 2018 …

เล่นเกมส์แล้วได้เงินหลักหมื่นจริงหรือ? Axie Infinity เกมส์บน blockchain ที่ทำเงินได้ไม่แพ้งานประจำ Read More »

กระเป๋าเงินคริปโตแบบไหนที่ปลอดภัยที่สุด? มาทำความรู้จักกับ Hot Wallet และ Cold Wallet กัน

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการซื้อขายคริปโตหรือการทำธุรกรรมในระบบ blockchain ก็คือกระเป๋าเงินคริปโต ที่จะช่วยเก็บเงินดิจิทัลไม่ให้ถูกผู้ไม่ประสงค์ดีหรือเหล่าแฮกเกอร์ขโมยไปได้ ในปี 2021 นี้เอง ว่ากันว่าเป็นช่วงที่รุ่งเรืองที่สุดของ DeFi และ NFT ซึ่งจะเปิดหน้าใหม่ของเทคโนโลยีที่จะเข้ามาให้เราสามารถทำธุรกรรมทางการเงินหรือการซื้อขายสินค้าได้บนระบบกระจายศูนย์ของ blockchain ผ่านทางแพลตฟอร์มต่างๆ ซึ่งโอกาสนี้ ก็ทำให้ผู้ใช้งานได้มีโอกาสสรรหาความมั่งคั่งทางการเงินมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของระบบดังกล่าวก็คือการไม่มีผู้ที่คอยคุมอยู่ การทำธุรกรรมใดๆ จึงต้องกระทำโดยผู้ใช้งานเท่านั้น เปิดช่องให้ผู้ไม่หวังดี สร้างกลวิธีหลายๆ รูปแบบเพื่อเข้ามาหลอกเอาเงินดิจิทัลของเราไป โดยที่เหยื่อไปเรียกร้องจากใครไม่ได้เลย ตรงนี้เอง ที่กระเป๋าเงินคริปโต จะเข้ามาช่วยให้เราเก็บเงินติจิทัลของเราได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น โดยกระเป๋าเงินคริปโตนั้น จะมีอยู่สองแบบด้วยกัน ก็คือ Hot wallet และ Cold Wallet กระเป๋าเงินคริปโตแบบ Hot wallet คืออะไร? กระเป๋าเงินคริปโตแบบ Hot wallet จะเป็นกระเป๋าที่ใช้กันอย่างแพร่หลายเพราะตั้งค่าและใช้งานได้ง่าย กระเป๋าเงินแบบนี้จะเกิดขึ้นอย่างอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดบัญชีผู้ใช้งานกับทางกระดานเทรดสกุลเงินดิจิทัล ไม่ว่าจะผ่านทางโทรศัพท์มือถือหรือเว็บไซต์เว็บไซต์คอมพิวเตอร์ ซึ่งกระเป๋าเงินที่ใช้สำหรับการซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโตบนกระดานเทรดนี้ จะเรียกว่า Hot wallet หรือ Online wallet กระเป๋าเงินประเภทนี้แม้จะใช้งานสะดวกก็จริง แต่ว่าจะมีข้อเสียในเรื่องของความปลอดภัย กระเป๋าเงินประเภทนี้จะมีความปลอดภัยน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับกระเป๋าเงินแบบอื่นๆ …

กระเป๋าเงินคริปโตแบบไหนที่ปลอดภัยที่สุด? มาทำความรู้จักกับ Hot Wallet และ Cold Wallet กัน Read More »

DeFi ทางเลือกเส้นทางการเงินในอนาคต

DeFi คืออะไร ?  Decentralized Finance หรือ DeFi คือการทำธุรกรรมทางการเงินที่ไร้ศูนย์กลางบนระบบ Blockchain ซึ่งเป็นระบบที่ผู้อ่านอาจคุ้นหูกัน ซึ่ง Bitcoin และ Cryptocurrency ก็ถูกสร้างขึ้นบนระบบ  Blockchain เช่นเดียวกัน  อธิบายสั้นๆให้ผู้อ่านได้เข้าใจได้ง่ายและเห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น DeFi ก็คือการทำธุรกรรมทางการเงินทุกกิจกรรมที่ไม่ต้องผ่านธนาคารนั่นเอง  ทำให้ปัญหาด้านการโดนหักค่าธรรมเนียมที่น่าหงุดหงิดใจนั้นถูกตัดออกไปได้ง่าย อีกทั้งการได้ผลกำไรจากการทำธุรกิจในอนาคตจะมีค่าตอบแทนที่มากยิ่งขึ้น  DeFi  อนาคตที่จะเกิดขึ้น สำหรับนักลงทุนและการเงิน  ในอนาคตนั้นธนาคารต่างๆจะถูกบีบตัวให้เกิดการแข่งขันแต่ท้ายที่สุดธนาคารต่างๆก็จะไม่สามารถสู้กับการหมุนเวียนของเงินที่ไร้ตัวกลางในที่สุด  นั่นก็เพราะว่าการใช้จ่ายเงินในอนาคตไม่จำเป็นจะต้องผ่านตัวกลางอีกแล้ว  แม้ในปัจจุบันเรายังต้องใช้บัญชีรับจ่าย ฝากโอนเป็นธนาคารใดๆอยู่ก็ตาม แต่ในอนาคตยอดเงินเหล่านั้นของเราจะเข้ามาสู่ตัวของเราได้โดยตรง และไม่ต้องมีตัวกลางในการจัดการ  นั่นทำให้การค้าขายในอนาคตจะมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น   ทั้งคนที่ทำธุรกิจต่างๆนั้นไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะถูกตรวจรายรับรายจ่ายย้อนหลัง  โดยในปัจจุบันนี้ยอดเงินที่ตั้งเป็นค่าโอนจ่ายและรับในแต่ละวันนั้นถูกกำหนดพื้นฐานที่ 2 แสนบาทถึง 1 ล้านบาทนั่นเอง  ซึ่งในจุดนี้เป็นปัญหาอย่างมากสำหรับผู้ที่ทำธุรกิจค้าขายออนไลน์เพราะยอดหมุนเวียนในแต่ละวันนั้นมียอดที่สามารถสูงกว่ายอดกลางที่ตั้งไว้ได้นั่นเอง  ซึ่งการเข้ามาของการทำธุรกรรม DeFi แบบไร้ศูนย์กลางจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้นั่นเอง DeFi  และบทบาทในอนาคต แน่นอนว่าหนึ่งในคำถามที่จะถูกตั้งขึ้นอันใกล้นี้คงนี้ไม่พ้นความปลอดภัยและความมั่นคง เนื่องจากระบบจัดการของการเงินในอนาคตนั้นสามารถทำได้โดยไร้ศูนย์กลางในการรับจ่ายและส่ง  ทำให้การตรวจสอบทั้งภาษี และจากรัฐบาลที่ลดน้อยถอยลง  ซึ่งด้านนี้เป็นข้อดีสำหรับผู้ที่จะลงทุนทำธุรกิจแบบไร้ศูนย์กลางเนื่องจากเม็ดเงินที่ได้รับนั้นมหาศาลและทำได้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น แต่ในทางกลับกันการมาของ DeFi นั้นยังเป็นช่องทางให้คนอีกหลายกลุ่มนั้นสามารถหลบหลีกจากการตรวจสอบการเงินของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ได้ง่าย โดยสิ่งนี้น่าจะเป็นเครื่องหมายคำถามชิ้นโตที่จะต้องหาทางแก้ไขและประนีประนอมให้ได้มากที่สุดนั่นเอง DeFi และกฎหมาย …

DeFi ทางเลือกเส้นทางการเงินในอนาคต Read More »

มารู้จักกับ 4 เว็บเทรดบิทคอยน์และคริปโตมาแรงปี 2021

กระแสการเทรดบิทคอยน์และคริปโตเคอรเรนซี่ในเมืองไทยนั้นเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆทุกวัน โดยมีนักเทรดเข้าสู่ตลาดการเทรดอยู่เป็นจำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะช่วงต้นปี 2021 ซึ่งการเทรดเงินดิจิทัลเหล่านี้สามารถทำได้ผ่าน เว็บเทรด ที่มีอยู่ด้วยกันหลายแห่ง ซึ่งนักเทรดอาจจะมีคำถามว่าควรเทรดที่เว็บไหนดี ลองมาทำความรู้จักกับเว็บเทรดบิทคอยน์และคริปโตต่างๆเหล่านี้เบื้องต้นกันก่อนดีกว่า เว็บเทรดบิทคอยน์และคริปโตมาแรงปี 2021 ที่มีความนิยมมากที่สุด เว็บเทรดบิทคอยน์และคริปโตมีอยู่ด้วยกันมากมายหลายเว็บในปัจจุบันนี้ แต่หากคุณกำลังมองหาเว็บที่มีความน่าเชื่อถือ ต้องเลือกเว็บที่ได้รับการรับรองจาก ก.ล.ต. หรือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าให้มีการดำเนินการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างถูกกฎหมาย ซึ่งเว็บดังกล่าวมีอยู่ด้วยกันหลายเว็บที่น่าสนใจดังต่อไปนี้ 1. Bitkub Bitkub เป็นเว็บเทรดบิทคอยน์และคริปโตของคนไทยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและเป็นที่พูดถึงกันอย่างมากในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยเว็บเทรด แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 โดยมีเหรียญที่สามารถเทรดได้ 31 เหรียญ (ณ เวลาที่เขียน) มีข้อดีคือเป็นภาษาไทย ใช้งานง่าย สามารถฝากถอนได้สะดวกรวดเร็ว มี Utility Token ที่เป็นของตนเองที่มีชื่อว่า Bitkub Coin (KUB) 2. Binance Binance เป็น แพลตฟอร์มในการเทรดบิทคอยน์และคริปโตระดับโลกที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก มีความเสถียรสูง ใช้งานง่าย สามารถใช้ได้ทั้งในรูปแบบของเว็บและแอปพลิเคชั่น มีระบบ Support ผู้ใช้งานที่สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง …

มารู้จักกับ 4 เว็บเทรดบิทคอยน์และคริปโตมาแรงปี 2021 Read More »

ทำไมแผ่นเหล็กเก็บ Seed Word ถึงมีที่ให้จดเพียง 4 ตัวอักษรต่อคำ?

หลายๆคนสงสัยว่าทำไมแผ่นจดคำถึงมีที่ให้จดแต่ล่ะคำเพียง 4 ตัว อักษร ทั้งนี้คำ 24 คำที่เครื่องทุกยี่ห้อ ไม่ว่าจะ Ledger, Trezor, Keepkey, Digital Bitbox, Safepal หรือ SecuX สุ่มมานั้น มีที่มาจาก BIP39 ซึ่งสามารถหาดูได้จากลิ้งนี้ https://kryptodots.com/wp-content/downloads/bip-0039-English-wordlist-2pag-v2.5.pdf ซึ่งคำเหล่านี้จะไม่มีคำไหนที่มีตัวอักษรเหมือนกันถึง 4 ตัวอักษร เช่น: add addict address จะสังเกตุได้ว่าตัวอักษรตัวที่ 4 จะไม่ซ้ำกันเลย ทำให้เราต้องจดเพียง 4 ตัวอักษรเท่านั้นครับ

จริงหรือ ทิ้งบิทคอยน์เฉยๆก็ได้ดอกเบี้ย?

หลายๆคนที่ลงทุนบิทคอยน์หรือเหรียญคริปโตอื่นๆอาจไม่รู้ว่าเหรียญเหล่านี้สามารถทำเงินให้กับเราได้ในรูปแบบของดอกเบี้ย หรือบางคนอาจรู้ไม่จริงคิดว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ ในบทความนี้ผมจะมาไขข้อสงสัยต่างๆ และแนะนำแพรตฟอร์มที่เราสามารถเอาเหรียญคริปโตของเราไปฝากเพื่อ passive income กันครับ* สำหรับคนที่ไม่ต้องการอ่านรายละเอียดมากและอยากฝากเหรียญเลยให้ข้ามไปหัวข้อที่ 4 ได้เลย *ทั้งนี้การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน 1. ดอกเบี้ยที่เราจะได้รับนั้นมาจากไหน? คำถามนี้เป็นคำถามแรกของหลายๆคนเลยล่ะครับ เพราะแน่นอนว่าอยู่ๆใครจะเอาเงินมาให้เราฟรีๆจริงไหม นอกซะจากเค้าวางแผนจะเชิดเงินของเราหนีไปแบบแชร์ลูกโซ่ ซึ่งแน่นอนว่าวิธีที่ผมจะมาแนะนำในบทความนี้ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ ก่อนจะตอบคำถามนี้เราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าคนที่ซื้อขายบิทคอยน์มีคนที่เล่นทั้งขาขึ้นและขาลง ผมหวังว่าทุกคนคงเล่นขาขึ้นกันเป็นอยู่แล้วเพราะการเล่นขาขึ้นก็คือการที่เราซื้อบิทคอยน์และเมื่อราคาขึ้นเราก็จะได้กำไรเหมือนการเทรดปกติทั่วๆไป ส่วนการเล่นในขาลงนั้นบางคนอาจจะงงนิดนึงว่าคืออะไร แต่ง่ายๆคือเป็นการที่คนๆนึงทำกำไรจากบิทคอยน์เมื่อบิทคอยน์ราคาลง ซึ่งการจะทำกำไรในขาลงนั้นจะทำได้ก็ต่อเมื่อคนๆนั้นยืมบิทคอยน์มาจากคนอื่นเพื่อไปขายในตลาดก่อนที่ราคาจะลง และเมื่อราคาลงค่อยกลับเข้าไปซื้อคืนนั้นเอง จิตนาการง่ายๆเลย สมมติว่าวันนี้ราคา 1 บิทคอยน์ = 10000 ดอลล่าร์ แล้วนายเอคิดว่าราคาจะลงไป 5000 ดอลล่าร์ในปีหน้า นายเอจึงไปขอยืม 1 บิทคอยน์จากนายบีซึ่งเป็นนักลงทุนระยะยาวในบิทคอยน์โดยคิดเรทการยืมที่ 5% ต่อปี (โดยให้จ่ายเป็นบิทคอยน์) นายเอก็ได้ทำการตกลงกับนายบีและยืม 1 บิทคอยน์จากนายบีเพื่อไปทำการขายบิทคอยน์ทันทีในราคา 1 บิทคอยน์ = 10000 ดอลล่าร์ ทำให้ตอนนี้นายเอมีเงินอยู่ 10000 ดอลล่าร์ และมีอยู่ 0 บิทคอยน์ (เพราะได้ขายบิทคอยน์ที่ยืมมาแล้วในราคา …

จริงหรือ ทิ้งบิทคอยน์เฉยๆก็ได้ดอกเบี้ย? Read More »

คำเตือนสำหรับผู้ใช้ Trezor ที่ทุกคนควรอ่าน!

วันนี้ทางเราได้รับคำถามจากลูกค้ารายหนึ่งซึ่งเจอปัญหาการเชื่อมต่อ Trezor กับคอมพิวเตอร์ ทางเราจึงขอ screenshot เพื่อวิเคราะห์ว่าปัญหาเกิดจากอะไร และสิ่งที่เราพบคือ url ที่ลูกค้าของเราเปิดขึ้นมาจากการ search google นั้นเป็นของปลอมตามรูปด้านล้างครับ ซึ่งใครอ่านภาษาอังกฤษตัวแดงๆได้ จะรู้ว่าหน้าเว็บ trezor ปลอมนี้ต้องการให้เราใส่คำ 24 คำลงไปเพื่อขโมยเงินของเราครับ ดังนั้นเราจึงอยากเตือนผู้ใช้ Trezor ทุกคนให้ระวังการขโมยในรูปแบบนี้ และไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ห้ามให้คำ 24 คำกับใครเด็จขาด แม้กระทั้งกับเราหรือทาง Trezor เองก็ตามครับ อีกวิธีที่ผู้ใช้ Trezor ทุกคนควรทำคือการทำ bookmark ลิ้งของ Trezor.io (หน้าจริง) เอาไว้ในคอมเลยครับ เวลาเข้าก็ให้เข้าตาม Bookmark จะได้ไม่เกิดความผิดพลาดในลักษณะนี้ หากมีคำถามเพิ่มเติมติดต่อเราได้ทาง [email protected]

เทคโนโลยี Blockchain คืออะไร? ตัวอย่างการใช้งาน Blockchain กับเว็บ Amazon

หากท่านเป็นผู้ที่ติดตามข่าวสารด้านการธนาคาร การลงทุน หรือเงินสกุลดิจิตอลเป็นเวลานาน ท่านอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า “blockchain” หรือเทคโนโลยีที่มีไว้จัดเก็บข้อมูลเงินสกุลบิทคอยน์เป็นอย่างดี และนับเป็นโอกาสดีที่จะได้ทำความเข้าใจมากขึ้น เมื่อใดก็ตามที่ท่านต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับ blockchain ท่านอาจจะพบเจอกับคำนิยามที่ว่า “blockchain จะถูกจำหน่าย กระจาย และเป็นสาธารณะ”      ข่าวดีก็คือ blockchain นั้นง่ายต่อการทำความเข้าใจ แม้คำนิยามของมันจะฟังดูน่าสับสนก็ตาม Blockchain คืออะไร? หากเทคโนโลยีประเภทนี้มีความซับซ้อน แล้วเหตุใดในแวดวงธุรกิจจึงพิจารณาให้ blockchain สามารถเข้าถึงได้ในระดับพื้นฐาน เพราะว่า blockchain นั้นเปรียบได้เสมือนกับโซ่ที่เชื่อมตรึงก้อนอิฐหรือบล็อกต่างๆเข้ากันไว้ แต่นั่นเป็นเพียงแค่ความหมายที่แปลออกมาโดยตรงซึ่งในที่นี้ไม่ได้หมายความเช่นนั้น เมื่อเรากล่าวถึงคำว่า “บล็อก” และ “โซ่” ในบริบทนี้ แน่นอนว่ามันจะมีความหมายเกี่ยวกับข้อมูลดิจิตอล ดังนั้น (บล็อก (block)) จะถูกจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลของ (โซ่ (chain))       โดยที่  “Blocks” ของเทคโนโลยี blockchain นั้นถูกรวบรวมขึ้นมาจากข้อมูลดิจิตอล ซึ่งจะแบ่งออกได้เป็นสามส่วน:      Blocks มีหน้าที่จัดเก็บข้อมูลการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นทั้ง วัน เวลา และจำนวนเงินที่ท่านได้ซื้อของมาจากเว็บไซต์ …

เทคโนโลยี Blockchain คืออะไร? ตัวอย่างการใช้งาน Blockchain กับเว็บ Amazon Read More »

LoRaWAN คืออะไร? แล้วมันเกี่ยวข้องกับ IoT อย่างไร?

LoRa หรือ LoRaWAN คือเครือข่ายสื่อสารที่ส่งข้อมูลกำลังต่ำแบบไร้สาย และ เป็นระบบเครือข่ายที่สามารถส่งสัญญาณทางไกล หรือ “Long Range (LoRa)” โดยเป็นระบบที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับตลาด M2M และ IoT ซึ่ง LoRaWAN ถือเป็นระบบการเชื่อมต่อข้อมูลกำลังต่ำต้นแบบสำหรับการสื่อสารทางไกล ด้วยคลื่นสัญญาณวิทยุที่ถูกออกแบบขึ้นเพื่อรองรับกับสัญญาณในระดับที่ต่ำมาก และจะได้มาซึ่งการส่งผ่านสัญญาณกำลังต่ำในระยะทางที่ต้องการ ด้วยระบบการปรับสัญญาณและอินเตอร์เฟสในรูปแบบวิทยุของ LoRaWAN ที่ถูกออกแบบและปรับขึ้นเพื่อให้ได้มาซึ่งรูปแบบการสื่อสารตามที่ต้องการมากที่สุดในการนำไปใช้กับตลาด IoT และ M2M ณ ปัจจุบัน LoRaWAN ได้นำไปใช้งานร่วมกับแผงควบคุมไมโครคอนโทรลเลอร์อย่างบอร์ด Arduino เพื่อให้นักพัฒนาหลายๆรายสามารถนำไปใช้งานได้  LoRa Alliance ด้วยระบบต่างๆที่มีอย่างมากมายในท้องตลาด ในเชิงอุตสาหกรรมจึงได้ทำการพัฒนาและสนับสนุนให้ใช้ระบบไร้สายของ LoRa ซึ่งตัวบริษัทเองมีชื่อว่า LoRa Alliance ซึ่งเปิดตัวบริษัทในงาน Mobile World Congress เมื่อเดือนมีนาคมปี 2015 ด้วยวัตถุประสงค์ที่บริษัทจะดำเนินธุรกิจด้วยมาตรฐานระดับสากล และมีระบบที่สามารถเชื่อมต่อกับตลาด IoT ในชื่อ LPWAN ด้วยการที่ LoRa ถูกพัฒนาขึ้นตามพื้นฐานของระบบ Semtech จึงทำให้มาตรฐานของระบบสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลากหลายบริษัท …

LoRaWAN คืออะไร? แล้วมันเกี่ยวข้องกับ IoT อย่างไร? Read More »

IoT คืออะไร? การอธิบายคร่าวๆเกี่ยวกับ “อินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง”

คุณกำลังอ่านโพสต์นี้อย่างไร? คุณอาจจะอ่านมันผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือผ่านหน้าจอแท็บเล็ต แต่ไม่ว่าคุณจะใช้อุปกรณ์ชนิดใด อุปกรณ์นั้นๆส่วนใหญ่จะถูกเชื่อมต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ต การเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตนั้นถือว่าเป็นสิ่งอัศจรรย์ ด้วยประโยชน์มากมายที่เราได้รับซึ่งเราต่างไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้มาก่อน ถ้าคุณอยู่ในช่วงวัยที่โตพอระดับหนึ่ง ลองย้อนกลับไปนึกถึง โทรศัพท์มือถือ ที่คุณเคยใช้ก่อนที่จะกลายเป็นมือถือแบบสมาร์ทโฟน แน่นอนว่าคุณสามารถโทรและส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือได้ในยุคก่อนหน้านี้ แต่มาตอนนี้คุณสามารถอ่านหนังสือ ดูภาพยนตร์ หรือแม้กระทั่งฟังเพลงผ่านอุปกรณ์ที่คุณกำลังถืออยู่ และนั่นเป็นเพียงแค่บางส่วนที่โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนสามารถทำได้ “อินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง” หรือ “Internet of Things (IoT)” ถือเป็นแนวคิดที่ค่อนข้างเรียบง่าย ซึ่งหมายถึงการรวบรวมทุกสรรพสิ่งในโลกมาเชื่อมต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ต ผมคิดว่าความสับสนที่มีเกี่ยวกับ IoT นั้น มิได้เกิดจากแนวคิดที่ค่อนข้างแคบและไม่อาจถูกตีความออกไปได้เป็นวงกว้าง แต่เกิดจากแนวคิดที่กว้างเกินไปต่างหาก ที่ถูกนำไปตีความจนเกินขอบเขตแนวคิด ฉะนั้นอาจจะเป็นการยากที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับ IoT เพราะมีตัวอย่างและโอกาสมากมายที่สามารถดำเนินการผ่าน IoT ได้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น มันจึงสำคัญมากที่จะต้องทำความเข้าใจถึงคุณประโยชน์ในการเชื่อมต่อสรรพสิ่งเข้ากับอินเตอร์เน็ตและเหตุผลที่เราต้องเชื่อมต่อทุกสิ่งเข้ากับอินเตอร์เน็ต ความสำคัญของ IoT ในอนาคต เมื่ออุปกรณ์ใดๆถูกเชื่อมต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ตแล้ว อุปกรณ์นั้นๆจะสามารถส่งหรือรับข้อมูลหรืออาจทำได้ทั้งสองอย่าง ด้วยความสามรถทั้งส่ง และ/หรือ รับข้อมูลต่างๆนั้นทำให้อุปกรณ์มีความอัจฉริยะ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ลองมาเทียบกับสมาร์ทโฟนที่เราถืออยู่ตอนนี้อีกครั้ง ตอนนี้คุณสามารถฟังเพลงได้ทุกเพลงบนโลกใบนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าโทรศัพท์ของคุณจะบรรจุเพลงทุกเพลงบนโลกนี้เอาไว้ แน่นอนว่าเพลงพวกนั้นถูกจัดเก็บไว้ตามที่ต่างๆ แต่โทรศัพท์ของคุณมีหน้าที่เพียงส่งข้อมูล (เพื่อขอเพลง) และทำการรับข้อมูล (เล่นเพลงผ่านโทรศัพท์มือถือ) …

IoT คืออะไร? การอธิบายคร่าวๆเกี่ยวกับ “อินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง” Read More »

Scroll to Top